ตอนที่ 1477
บทที่ 1477 คนอย่างเจตต์ไม่แคร์
October 31, 2026
บุริศร์รู้สึกว่าเรื่องนี้ท่าไม่ดีแล้ว
“ฉันจะไปสืบหน่อย ช่วงนี้ลูกไม่มีธุระอะไรใช่มั้ย”
“ไม่มีครับ ทำไมเหรอ”
กานต์ยังรู้สึกเสียใจ
เขากับกมลอยู่ในท้องแม่ตั้งเก้าเดือน ทำไมตอนนี้ถึงได้เทียบกับคนนอกไม่ได้ล่ะ
บุริศร์ไม่สนตอนนี้กานต์คิดยังไง พูดทันที “คุณอานภดลไปประเทศF ฉันติดระบบติดตามที่ตัวเขาแล้ว ลูกช่วยดูหน่อยละกัน ฉันจะไปจัดการเรื่องกมลหน่อย”
“ได้เลย คุณบุริศร์ รับกมลกลับมาจะดีที่สุด พวกเราเมืองชลธีใช่ว่าไม่มีชั้นเรียนดนตรี”
กานต์ออกความเห็น
“อึม จริงสิ ลูกสาวอยู่ข้างตัวจะปลอดภัยหน่อย”
บุริศร์รู้สึกว่าความคิดนี้ไม่เลว จึงออกไปทันที
กานต์ค่อยวางใจได้หน่อย
มีคุณบุริศร์ออกโรงเอง ธนธีนั่นคงจะสู้ไม่ไหวแล้ว เขาจำได้คนที่กมลรักที่สุดก็คือแด๊ดดี้
กมลยังไม่รู้แด๊ดดี้ของตัวเองกับพี่ชายร่วมมือกัน คิดจะถอนรากต้นอ่อนของเธอ ตอนนี้ยังเต็มอกเต็มใจตามธนธีไปดูคอนเสิร์ต
นรมนนอนหลับไม่สนิทนัก ถูกปลุกขึ้นมาอย่างประหลาด ตื่นแล้วก็นึกไม่ออกตัวเองฝันร้ายอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าทั้งตัวเหนอะหนะ หน้าผากมีแต่เหงื่อผุด
เธอเรียกมิลินหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า จากนั้นถึงสังเกตเห็นกานต์ไม่อยู่แล้ว
“กานต์ล่ะ”
“เขาอยู่ที่ห้องหนังสือ อาจจะมีธุระมั้งคะ ไม่ให้พวกเรารบกวนเขาค่ะ”
นรมนวางใจพฤติกรรมลูกชายของเธอ
“คอยดูให้หน่อยละกัน คอยเอาของกินให้เขา”
“ค่ะ”
มิลินตรวจให้นรมน พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ออกไป
กานต์รีบเข้าไปในคอมพิวเตอร์ เห็นจุดแดงเล็กๆ บนหน้าจอกำลังเคลื่อนที่ ก็เริ่มตรวจสอบเส้นทางของจุดสีแดงนั้น
เขาจู่ๆ ก็พบว่าจุดแดงนี้เหมือนไม่ได้ออกจากเมืองชลธีไปประเทศF บินออกไปช่วงเวลาหนึ่งก็ย้อนกลับมา หยุดที่ตำแหน่งหนึ่งราวสิบนาทีถึงค่อยบินกลับมา
กานต์รู้สึกว่าเวลาสิบนาทีอาจจะเป็นจุดสำคัญ
เขารีบเคาะแป้นพิมพ์ ตรวจสอบตำแหน่งที่เมื่อครู่หยุดสิบนาที ก็พบว่าที่นั่นคือสถานพักฟื้นแห่งหนึ่ง อีกอย่างสถานพักฟื้นแห่งนี้ดูเหมือนจะคุ้นตา
กานต์ขยายภาพสถานพักฟื้นและตำแหน่งให้ใหญ่ขึ้น สุดท้ายตอนที่เห็นตัวหนังสือก็ตกตะลึง
เหลือเชื่อสถานพักฟื้นแห่งนี้คือที่แม่ของเจตต์เคยรักษาตัว
หรือพูดได้ว่าคือสถานที่เทย่าแกล้งเป็นบ้าสิบกว่าปี
ถ้าหากเทย่าเป็นแค่แม่ของเจตต์เท่านั้นก็ไม่มีอะไร แต่กานต์พอจะรู้มาบ้างเบื้องหลังของเทย่าคืออะไร
เขารู้สึกว่าเครื่องบินที่พานภดลไปสถานพักฟื้นอาจจะซ่อนเรื่องอะไรบางอย่าง
กานต์รีบวิ่งออกจากห้อง ตรงไปหานรมน
“หม่ามี้ ผมมีเรื่องจะบอกครับ”
“มีอะไรจ๊ะ ค่อยๆ พูด ดูสิเหงื่อเต็มเลย”
นรมนเห็นกานต์เหงื่อออกเต็มหน้า ก็รีบกระดาษเช็ดหน้าให้เขา
กานต์ไม่มีเวลาสนใจเรื่องนี้ ใช้มือถือที่แคปภาพที่ตัวเองสังเกตเห็นเมื่อกี้ส่งให้นรมน
“หม่ามี้ คุณอานภดลถูกดร.ฐานทัตพาไปแล้วออกจากเขตเมืองชลธี แต่เขาย้อนกลับมาอีก อาจจะเพื่อหลอกล่อก็ได้ อีกอย่างพวกเขาหยุดที่สถานพักฟื้นนี้ตั้งสิบนาที ผมไม่รู้ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่คุณอานภดลจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า ไม่ได้ถูกพาออกนอกประเทศ”
กานต์เล่าการคาดเดาของตัวเองให้นรมนฟัง
นรมนตะลึง
สถานที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ปลอดภัยที่สุด หรือว่าอีกฝ่ายวางแผนอย่างนี้หรือเปล่า
เธอขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
“แด๊ดดี้ล่ะ”
กานต์ตะลึง นึกถึงบุริศร์ไปจัดการเรื่องกมล แต่เขาไม่อยากเล่าเรื่องกมลให้หม่ามี้ฟัง จึงพูดขึ้น “บริษัทแด๊ดดี้มีธุระนิดหน่อย ไปจัดการก่อน ให้ผมดูแลที่นี่ครับ”
นรมนรู้ฝีมือของลูกชายดีจึงเชื่อเขา ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่กระซิบถาม “ลูกเป็นเด็กควรจะทำเรื่องของเด็ก เรื่องนี้...”
“หม่ามี้ ผมอยากช่วยครับ อีกอย่างผมไม่ออกไปข้างนอก ก็แค่เคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ไม่ลำบาก ไม่อย่างนั้นผมก็เล่นคอมพิวเตอร์อยู่ดี”
กานต์รู้ว่านรมนหวังว่าตัวเองจะมีวัยเด็กธรรมดาๆ แต่เขาลองแล้ว มันน่าเบื่อมาก สู้ทำเรื่องที่ตัวเองชอบดีกว่า
ได้ยินลูกชายพูดอย่างนี้ นรมนก็ไม่ห้ามอีก เธอหวังว่ากานต์จะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา แต่จะบังคับไม่ได้ ถ้าลูกชายชอบ เขาอยากใช้ชีวิตแบบไหน นรมนก็เคารพการตัดสินใจของเขา
“เรื่องนี้ลูกมีความเห็นยังไงบ้าง”
คำถามของนรมนทำให้กานต์ชะงักนิดหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้น “ผมไม่รู้ครับ ผมแค่รู้สึกว่าที่นี่มีเบาะแสบางอย่าง บางทีเราอาจจะส่งคนไปดูหน่อย”
“ถ้าเราส่งคนไปดูจะแหวกหญ้าให้งูตื่น”