ตอนที่ 1478
บทที่ 1478 ฉันสบายดี สบายดีมาก
October 31, 2026
นรมนดุแต่กลับน่ารัก เจตต์รู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษความรักแบบชายหญิงในตอนเริ่มแรกกลายเป็นความรักแบบพี่น้องในตอนหลัง เขาทะนุถนอมมิตรภาพระหว่างทั้งสองมาก
“ก็ได้ ฉันสัญญา”
บางทีอาจเป็นเพราะน้ำเสียงเจตต์รักใคร่และสายตาที่อ่อนโยนทำให้ขวัญตาแปลกใจ เธอเขย่งเท้าดึงคอเสื้อ เจตต์ พูดเคือง “คุยโทรศัพท์กับสาวที่ไหน ต่อหน้าฉันกล้าพูดจิ๊จ๊ะ ลับๆ ล่อๆ เจตต์ นายกล้ามากใช่มั้ย”
นรมนชะงักนิดหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะคิก
“พี่สะใภ้ ฉันเองค่ะ”
เสียงสดใสของนรมนดังมา ทำให้ขวัญตาเก้อเขิน
“แหะๆ นรมนเองหรือ เมื่อกี้พี่ชายเธอรับสายก็ทำลับๆ ล่อๆ แล้วยังหันหลังรับสายอีก ฉันนึกว่าถูกสาวสวยที่ไหนยั่วไปแล้ว เอาล่ะ พวกเธอสองคนคุยกันเถอะ ฉันจะไปช็อปปิ้งเสื้อผ้า”
พูดจบขวัญตาก็ปล่อยมือ แล้วตบคอเสื้อเจตต์ที่ไม่มีฝุ่น จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปอย่างสง่างาม แต่สายตาแวบหนึ่งฉายความอ้างว้างที่ให้เจตต์เห็น
ขวัญตารู้จักเขาดีทุกอย่าง รู้ว่าเขาเคยรู้สึกอย่างไรกับนรมน เจตต์รู้ดีเป็นพี่สะใภ้ เป็นภรรยาทำได้อย่างเธอนี้ที่จริงไม่ง่ายเลย
ในโลกนี้มีผู้หญิงคนไหนไม่อิจฉา
แต่แม้ขวัญตาจะอิจฉาก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ เพราะนรมนเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา
เจตต์รู้สึกสงสารเธอขึ้นมา
ในที่สุดเขาก็เข้าใจที่นรมนเคยพูด
เธอบอกว่า เจตต์ ชีวิตนี้พี่จะต้องได้เจอกับคนที่เป็นหนึ่งเดียว ถึงตอนนั้นพี่จะรักเธอยิ่งกว่าใคร
เจตต์รู้แล้ว ตอนนี้นาทีนี้ เขารักภรรยามากกว่านรมนขึ้นมาแล้ว
นรมนมีบุริศร์ แต่ขวัญตามีแค่เขา อีกอย่างพวกเขาก็เพิ่งเสียลูกไปไม่นาน
เมื่อคิดอย่างนี้ เจตต์รีบพูด “ฉันจะโทรไปหาสายข้างในนั้น แต่ผลลัพธ์เป็นยังไงไม่อาจรับปาก นรมน ขอโทษด้วยนะ ครั้งนี้ฉันไม่อาจเสี่ยงอันตรายไปช่วยเธอได้ ช่วงนี้ขวัญตาอารมณ์ไม่ค่อยดี ฉันอยากจะอยู่เป็นเพื่อนเธอให้มากหน่อย”
นรมนชะงักนิดหนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจบางอย่าง
พี่ชายของเธอในที่สุดก็วางหัวใจไว้ที่ขวัญตาแล้ว
ชีวิตคนเราก็อย่างนี้ มักจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง
เธอไม่เสียใจที่ถูกทิ้ง กลับดีใจเสียอีกที่ในที่สุดเจตต์ก็คิดได้ พี่น้องเติบโตแล้ว ต่างมีครอบครัวของตัวเอง ข้างกายมีคนที่ใช้ชีวิตหนึ่งปกป้อง แต่อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกระหว่างพี่น้องจะจืดจาง แต่กลับยิ่งเติบโต
การเติบโตนี้บางครั้งอาจจะหายไปบ้าง แต่กลับน่ายินดียิ่งกว่า ทุกคนต่างมีครอบครัวของตัวเองที่ต้องรักษา ชีวิตนี้ได้อยู่กับตัวเองจนแก่เฒ่าก็มีแต่คนรักของตัวเอง
นรมนอวยพรเขาด้วยความจริงใจ “พี่ ฉันเข้าใจค่ะ”
“อย่าว่าฉันนะ นรมน ขวัญตาอยู่กับฉันเดิมทีก็เสียใจอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเสียลูกอีก ถ้าฉันใส่ใจเรื่องของพวกเธอมากเกินไป ฉันกลัวว่าเธอจะเสียใจจริงๆ”
เจตต์ยังคงรู้สึกผิดมาก
เมื่อก่อนนรมนโทรหาเขา ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาจะไปทำให้โดยไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น เหมือนตอนที่ไปเมืองใต้ดินครั้งนั้น เขาไม่เคยเสียใจ
แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว ยังมีขวัญตาเคียงข้าง และยังทั้งตระกูลปวนะฤทธิ์ เขาจะดึงทั้งตระกูลปวนะฤทธิ์มาเกี่ยวข้องเพราะการตัดสินใจของตัวเองไม่ได้ ต่อให้อยากจะช่วยนรมน เขาจะหาวิธีที่ช่วยได้ทั้งสองฝ่าย วิธีที่ปกป้องตระกูลปวนะฤทธิ์และยังช่วยเหลือได้ด้วย
แม้ว่าจะยากมาก แต่เขาต้องทำอย่างนี้ เพราะตอนนี้เขาเป็นสามีของขวัญตา เป็นลูกเขยของตระกูลปวนะฤทธิ์
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ ไม่ต้องขอโทษฉัน เดิมทีฉันไม่มีเจตนาให้พี่เข้าร่วมอยู่แล้ว ถ้าพี่มีเบอร์ของสายข้างใน ก็ให้ฉันละกันค่ะ ฉันจะติดต่อเขาเอง อย่างนี้จะได้กันพี่กับตระกูลปวนะฤทธิ์ออกไป”
คำพูดของนรมนทำให้เจตต์เสียใจ
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันหนึ่งที่ตนเองจะทิ้งนรมนเพื่อปกป้องผู้หญิงคนอื่น แต่วันนี้ก็มาถึง เขาเสียใจกว่าปกติ
“มีเรื่องอะไรจำเป็นยังโทรหาฉันได้ อย่างไรฉันก็เป็นพี่ชายเธอนะ”
“ค่ะ”
นรมนวางสายแล้ว
เจตต์ได้ยินเสียงวางสาย ก็ขอบตาแดง
เขาทำอย่างนี้เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า
เจตต์จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นยะเยือก
เขารีบเดินเข้าไป กอดขวัญตาแน่นๆ จากข้างหลัง รู้สึกเสียใจจนอยากร้องไห้
รู้สึกได้ว่าเจตต์ผิดปกติ ขวัญตาก็ตกใจ
“คุณเป็นอะไรไปคะ นรมนเกิดเรื่องหรือเปล่า เด็กหลุดหรือเปล่า บุริศร์ล่ะ ไปๆๆ พวกเราไปตระกูลโตเล็กกันค่ะ”
ขวัญตารีบลากมือเจตต์จะวิ่งไปตระกูลโตเล็ก แต่ถูกเจตต์กอดไว้แน่น
“เปล่า เธอสบายดี”
เจตต์พูดเสียงสะอื้น
น้อยครั้งที่เจตต์จะควบคุมตัวเองไม่ได้ในสถานที่มีคนเยอะ อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “งั้นคุณเป็นอะไรไปคะ คุณบอกฉันมาเร็วๆ ฉันร้อนใจจะแย่แล้ว”
“ไม่มีอะไร ก็แค่รู้สึกว่าดีจังที่มีคุณ แต่คุณกลับได้ผู้ชายอย่างผม ลำบากแล้ว”
คำพูดของเจตต์ทำให้นัยน์ตาของขวัญตาเปียกรื้น ดูเหมือนความน้อยใจทั้งหมด ความเสียใจทั้งหมดจะมลายหายไปเพราะคำพูดนี้
ผู้หญิงเรา ต้องการไม่มาก เพียงแค่คำพูดอบอุ่นหัวใจ การกระทำที่ใส่ใจก็เท่านั้น
เธอพยายามเงยหน้าขึ้น กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน
“เจตต์คะ คุณไม่สบายหรือเปล่า จู่ๆ ก็พูดทำไม คุณเป็นอะไรกันแน่”
“ขวัญตา พวกเราไปเที่ยวกันมั้ย พวกเราไปที่ไหนดี พวกเรายังฮันนีมูนไม่จบนะ”