ตอนที่ 1524
บทที่ 1524 ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะมีอำนาจตัดสินใจ
October 31, 2026
วิสุทธิ์ชะงักไปนิด และมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าทุกคนเล่นกับลูกสองคนของบุริศร์และลูกชายของนาวินอยู่อย่างสนุกสนาม เขาก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ก่อนจะพูดว่า “คุณชายธเนศพลของผม นี่บ้านตระกูลโตเล็กนะครับ ระวังคำพูดหน่อยจะได้ไหม?”
“กลัวอะไรเล่า? ถ้าไม่ใช่เพราะฉันให้ความช่วยเหลือบุริศร์ ไอ้เรื่องข่าวสารของจณัตว์ที่เขาต้องการฝัง มันจะราบรื่นได้ขนาดนี้ไหม?”
ไม่มีอะไรที่ธเนศพลกลัว
บ้านตระกูลโตเล็กแล้วยังไง?
เขากลับรู้สึกว่าที่นี่ผ่อนคลายสบายใจมาก อย่างน้อยก็ไม่มีกล้องคอยสอดแนมในห้องนอน โทรศัพท์ของตัวเองก็ไม่ได้ติดตั้งระบบดักฟัง และยิ่งไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมีปัญหาด้านอาหารไหม ที่ว่ากินวันนี้พรุ่งนี้จะไม่ได้ตื่นมาอีกแล้ว
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาใช้ชีวิตอย่างสบายใจ
เมื่อมองดูรอยยิ้มที่มีความสุขของนรมนและบุริศร์ ใจของธเนศพลก็เจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ได้
“นายว่าถ้าเวลานั้นฉันไม่เลือกที่จะกลับบ้าน ตอนนี้ฉันกับเธอจะมีลูกน้อยเล่นกันเต็มพื้นไปแล้วหรือเปล่า?”
วิสุทธิ์รู้ว่าธเนศพลนึกถึงใครขึ้นมา ในช่วงปีเหล่านั้นชื่อของผู้หญิงคนนี้เป็นสิ่งต้องห้าม ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา ไม่คิดเลยว่าธเนศพลจะเป็นคนพูดออกมาเอง
“ธเนศพล บางเรื่องมีได้ก็ย่อมมีเสีย ไม่มีหรอกที่จะดีได้ทั้งสองอย่าง”
วิสุทธิ์สลดใจแทนเขา
แต่ธเนศพลกลับพูดเสียงต่ำว่า “แต่นายดูบุริศร์ ป้อง คริชณะสิ หรือแม้กระทั่งอรรณพต่างก็โอบอุ้มดรุณีงาม หรืออย่างจณัตว์ก็แต่งงานแล้ว แต่ฉันกลับอยู่คนเดียว ช่างน่าเศร้าใจนัก”
วิสุทธิ์ตบบ่าธเนศพล “เดิมทีคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งก็เป็นเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นคุณก็ทำไปเพื่อปกป้องความปลอดภัยของเธอด้วย ฐานะของคุณถูกตัดสินไว้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่มีทางได้ลงเอยกับเธอ ถ้าหากไม่ทำร้ายจิตใจเธอ ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตรายต่อเธอถึงแก่ชีวิตได้ ผมได้ยินมาว่าคุณท่านเร่งรัดให้คุณแต่งงานนี่?”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ธเนศพลก็ยิ้มเยาะ เขาดื่มเบียร์ในมือจนหมด ในปากพลันขมฝาดขึ้นมา
“ยังไงก็คงไม้พ้นแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะมีอำนาจตัดสินใจหรอก”
“คิดดีแล้วไหมครับ? การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตนะครับ อยู่กับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบก็จะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต”
เมื่อได้ยินคำพูดของวิสุทธิ์เมื่อมองไปยังสีหน้าท่าทางที่มีความสุขของบุริศร์และนรมนแล้ว ธเนศพลก็สองจิตสองใจขึ้นมาทันที
สมองของเขาปรากฏภาพใบหน้าสวยงามที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา เขาอดไม่ได้ที่จะเจ็บปวดอย่างมาก
“ส่งข่าวไปให้จณัตว์ ถ้าเขายังไม่ตายให้ตอบฉันมา”
พูดจบธเนศพลก็เดินตรงเข้าไปในห้อง
วิสุทธิ์รู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี ในตอนนี้ก็คงต้องการอยู่คนเดียวเพื่อเลียแผลใจ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ก่อนจะรีบส่งข่าวหาจณัตว์
เมื่อทำทุกอย่างหมดสิ้นแล้ววิสุทธิ์ก็ลงมาข้างล่าง เขาอดไม่ได้ที่จะแย้มริมฝีปากขึ้นเมื่อเห็นท่าทางที่มีความสุขของบุริศร์
บรรยากาศครอบครัวเช่นนี้ทำให้ผู้คนไม่อยากที่จะจากไป
“คุณนายบุริศร์ครับ ช่วงนี้ร่างกายของคุณค่อนข้างฟื้นตัวได้ดีทีเดียวครับ”
วิสุทธิ์เดินตรงเข้าไป
เมื่อวิสุทธิ์มาถึง กิจจาก็ดีใจอย่างมาก
“คุณอาวิสุทธิ์ มานั่งนี่สิครับ”
ความกระตือรือร้นของกิจจาทำให้นรมนนึกขำ เธอมองไปยังมิลิน เมื่อเห็นว่ามิลินไม่มีความไม่พอใจ เธอยิ้มและพูดว่า “กิจจา คุณครูของลูกยังอยู่นะ ยังจะไปประจบคนอื่นอีก ไม่กลัวคุณครูเสียใจเหรอลูก?”
วิสุทธิ์มองมิลิน ก่อนจะพูดพลางขัน “พี่สะใภ้ครับ สิ่งที่คุณพูดไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ขอบเขตด้านความรู้ของมิลินกับผมต่างกัน นอกจากนี้ ผมไม่ได้คิดจะแย่งลูกศิษย์ของเธอไปด้วย ผมกับกิจจาแค่สอบถามกันแค่นั้นเอง”
มิลินมีความสุขมากที่กิจจาและวิสุทธิ์ติดต่อกัน เธอรีบเปิดปากพูดว่า “ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่ดีกับกิจจาก็โอเคแล้ว”
“คุณครูยอดเยี่ยมที่สุดเลย”
กิจจารีบแลบลิ้น ทำท่าทางซนของเด็กเล็กน้อย
บุริศร์เห็นว่าวิสุทธิ์พูดถึงร่างกายของนรมนแล้ว จึงอดที่จะพูดออกมาไม่ได้ว่า “ช่วงนี้สีหน้าของภรรยาฉันไม่เลวเลย คราวหลังนายกับมิลินให้เธอลองดู ว่าทำอย่างไรถึงจะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสักหน่อย”
“นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”
มิลินพยักหน้า
ลูกของนาวินชื่อว่าชนัต หน้าตาสะอาดหมดจด บนกายมีเงาของธิดาวีร์พาดผ่าน แต่โดยรวมยังคงเหมือนนาวินมากกว่านิดหน่อย
นรมนรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียแม่ของชนัตตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก และรู้สึกสงสารเขาเล็กน้อย นอกจากนี้ในบ้านก็ยังมีเด็กน้อยหลายคน เลยให้นาวินอยู่ต่อไปเพื่อช่วยจัดการบริษัท อย่าจากไปไหน
เริ่มแรกนาวินยังไม่รับปาก แต่หลังจากที่บุริศร์คุยกับเขาแล้วนาวินก็ตอบรับ นรมนไม่รู้ว่าบุริศร์ไปพูดอีท่าไหน
ชีวิตความเป็นอยู่อย่างนี้ทำให้นรมนมีความสุขมาก
ลูกชายตัวน้อยทั้งสองคนยังไม่ได้ตั้งชื่อ นรมนให้บุริศร์คิดชื่อมา บุริศร์ถามชินทร แต่ชินทรกลับบอกว่าให้บุริศร์และนรมนตัดสินใจกันเอาเอง
บุริศร์บอกนรมนว่าเขาต้องการให้ลูกชายทั้งสองคนใช้นามสกุลของคุณท่านตนุวร นรมนอึ้งไปเลยทันที
“ใช้นามสกุลของคุณตา? ทำไมกันคะ?”
นรมนคิดไม่ออก
ถ้าบุริศร์อยากให้ลูกชายใช้นามสกุลเธอก็ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่ทำไมถึงใช้นามสกุลของคุณตาล่ะ?
ท่าทางสงสัยของนรมน ทำให้บุริศร์ยิ้มพลางพูดต่อ “ตระกูลโตเล็กของเรามีลูกชายสองคนแล้ว และตระกูลทวีทรัพย์ธาดาก็มีจณัตว์ที่จะสืบสายเลือดต่อไป แย่ที่สุดก็ยังมีอาธรรศและอาธรณี แต่ว่าคุณตามีเพียงลูกสาวสองคน ผมรู้สึกอยู่เสมอว่าคุณท่านนั้นเหงาเกินไป ยังไงเขาก็เป็นลูกของเรา จะใช้นามสกุลของใครก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาเป็นลูกของเราไม่ได้ อย่างนั้นแล้วทำไมไม่ทำให้คุณท่านเขาดีใจหน่อยล่ะ?”
ดวงตาของนรมนเห่อร้อนทันที