ตอนที่ 1526
บทที่ 1526 คุณคิดมากเกินไปแล้ว
October 31, 2026
“เป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน? ถึงแม้ตระกูลปวนะฤทธิ์จะไม่อยู่ แต่ในบ้านก็ยังมีคนใช้และคนดูแลอยู่นี่ แล้วนี่มันยังไงถึงปล่อยให้ลานบ้านกลายเป็นอย่างนี้ไปได้!”
นรมนพูดอย่างกังวลใจ
ถึงบุริศร์จะไม่พูด แต่คิ้วของเขาก็ผูกกันเป็นปมด้วยความระมัดระวังแล้ว
“คุณรออยู่ในรถ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูข้างในเอง”
“ไม่เอา”
นรมนปฏิเสธ
เมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนรมน ในที่สุดบุริศร์ก็ถอนหายใจออกมา และพูดว่า “ประเดี๋ยวถ้ามีอันตราย คุณอย่าพุ่งไปข้างหน้า ไม่ว่ายังไงก็ไว้หน้าผู้ชายคนนี้หน่อยนะ ได้ไหม?”
“พูดมั่วๆ”
นรมนหัวเราะเบาๆ มีผู้ชายที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองใช้ไม่ได้? บุริศร์ตอนนี้ยิ่งอยู่ยิ่งทำให้เธอมีความสุขเสียจริง
บุริศร์สูดหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงก้าวเท้าเข้าไป เขาพบว่าประตูใหญ่ไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ เพียงแค่แขวนไว้ข้างบนตามอำเภอใจ
บุริศร์เปิดประตูใหญ่ก่อนจะก้าวเข้าไป
ข้างในดูไม่ต่างอะไรกับข้างนอก วังเวงเสียจนทำให้คิดว่าถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายปี น่าจะไม่มีใครอยู่เป็นเวลานานแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ยินข่าวการโยกย้ายของตระกูลปวนะฤทธิ์ และกิจการการเดินรถบนทะเลของตระกูลปวนะฤทธิ์ก็ยังคงดำเนินการอยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
สายตาของนรมนมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบอะไร
ทั้งสองผ่านเข้าไปยังห้องนั่งเล่นของตระกูลปวนะฤทธิ์อย่างไร้ซึ่งอุปสรรคกีดขวาง
ยังจำได้เมื่องานแต่งงานของเจตต์และขวัญตา ที่นี่รื่นเริงและสวยงาม แต่ตอนนี้มันช่างเงียบเหงาเสียจนทำให้คนปั่นป่วน
ในห้องเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเป็นชั้น ของที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เว้นเสียจากเจ้าของและกลิ่นอายของคน
บุริศร์รีบเดินไปยังห้องทำงาน
ห้องทำงานยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย คอมพิวเตอร์ยังอยู่ แต่ยังมีเอกสารสำคัญอยู่ไหมนี่บุริศร์ก็ไม่รู้
นรมนคอยตรวจสอบอยู่ด้านล่าง
ตระกูลปวนะฤทธิ์ถือได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ในเมืองชลธี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี่ทำไมถึงไม่มีข่าวออกมา? แล้วคนรับใช้เหล่านั้นละก็ถูกไล่ออกในชั่วข้ามคืนเหรอ?
ถ้าเป็นเช่นนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของชนชั้นสูง ยิ่งกว่านั้นตระกูลปวนะฤทธิ์ยังผูกขาดธุรกิจและเส้นทางเดินเรือทั้งหมดบนทะเล ขอเพียงแต่ทำธุรกิจ ก็ต้องพึ่งเส้นทางเดินเรือบนทะเลของตระกูลปวนะฤทธิ์ถึงจะทำได้ ดังนั้นปกติคนที่สนใจพวกเขาก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำไมเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นแล้วยังเงียบไร้ข่าวคราวได้ละ?
นรมนยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ
เธอค้นหาทุกห้องแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสักคน แต่มีสถานการณ์หนึ่งที่ทำให้นรมนสงสัยเล็กน้อย
มีห้องของคนใช้สองคนที่ยุ่งเหยิง ราวกับกำลังจัดเก็บอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่ทันการเสียอย่างนั้น
ไม่ทันเวลา… …
เกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงได้กลายเป็นอย่างนี้?
ใจของนรมนจมลงลงเรื่อยๆ
เดิมทีขวัญตาป่วย และเจตต์ก็พาเธอไปรักษาที่ต่างประเทศ เรื่องนี้ทำให้นรมนเศร้าเล็กน้อย และตอนนี้ตระกูลปวนะฤทธิ์ไม่ได้รับการปกป้อง หัวใจของนรมนหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ขวางทางกดทับเอาไว้
คุณท่านขันธ์ชัยไปไหน?
ตระกูลปวนะฤทธิ์มีคนน้อย มีเพียงคุณท่านขันธ์ชัยและขวัญตาสองคน หลังจากที่ขวัญตาแต่งงานกับเจตต์ คุณท่านขันธ์ชัยก็สบายใจมาก ยุ่งตลอดทั้งวัน แต่ว่าเหตุการณ์ตอนนี้หรือว่าคุณท่านขันธ์ชัยจะ… …
ทันใดนรมนก็ตัวสั่นระริก
ไม่นะ!
ไม่ใช่แน่!
คุณท่านขันธ์ชัยเป็นคนที่พบเจออุปสรรคขวากหนามมามากมาย จะเกิดอะไรกับเขาได้?
นรมนตรวจสอบทุกที่ไม่ว่างเว้น แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไร
บุริศร์ก็ลงมาจากชั้นบนแล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา นรมนก็รู้ว่าบุริศร์อาจจะรู้สึกเช่นเดียวกันกับเธอ
“ไปที่ห้องของคุณท่านแล้วหรือยังคะ?”
บุริศร์พยักหน้า
“ไปมาแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติเลย มันแปลกมาก ที่นี่ราวกับจู่ๆโลกทั้งใบก็ระเหยเป็นไอหายไปเสียอย่างนั้น ไม่เหลือเบาะแสไว้เลยสักนิด”
นรมนกัดริมฝีปากล่าง “ทำไมเราไม่ลองตรวจสอบญาติของคนรับใช้เหล่านี้ละคะ และถามพวกเขาว่าคนใช้อยู่ที่ไหนกัน”
“คุณรู้จักคนรับใช้ตระกูลปวนะฤทธิ์เหรอ?”
จุดนี้ทำให้บุริศร์แปลกใจ
นรมนพูดเสียงต่ำ “ตอนที่พี่ชายแต่งงานฉันเคยเจอคนรับใช้คนหนึ่งค่ะ ชื่อสุนี เธอเป็นคนในพื้นที่ เธอบอกว่ามีแม่อาศัยอยู่ในแถบชานเมือง ฉันว่าฉันจำที่อยู่ได้นะ”
“ถ้างั้นพวกเราไปกัน”
“ค่ะ”
นรมนและบุริศร์รีบออกไปจากบ้านตระกูลปวนะฤทธิ์อย่างรวดเร็วแล้วขับรถตรงไปยังชานเมือง
เมื่อมาถึงบ้านของสุนีแล้ว จมูกของนรมนคละคลุ้งเต็มไปด้วยกลิ่นของยา เธอรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย
บุริศร์ดึงเธอไปอยู่ข้างหลัง ส่วนตัวเองเดินนำหน้าเข้าไปก่อน
“สอบถามหน่อยครับ สุนีอยู่ไหมครับ?”
มีเสียงไอดังมาจากข้างใน พลันหญิงวัยกลางคนก็เดินออกมา
ใบหน้าของเธอสีเหลืองเหมือนเทียนไข ผมขาวโพลนบ้าง ดูเหมือนว่าเธอจะถูกความเจ็บป่วยจากโรคทรมานชีวิตเอาไม่น้อย
เมื่อเห็นบุริศร์และนรมน หญิงสาวก็ชะงัก ก่อนจะพูดว่า “พวกคุณเป็นใครคะ? มีอะไรถึงได้มาหาสุนี?”