ตอนที่ 1529
บทที่ 1529 แน่นอนว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
October 31, 2026
“ทุกคนต่างก็มีชีวิตของตัวเอง คิดว่าต่อไปจะทำยังไงต่อเถอะ เรื่องนี้มันแค่เริ่มต้น ฉันมีลางสังหรณ์ว่า ต่อไปอาจจะมีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นอีกในครั้งต่อไป”
บุณพจน์ใจเย็นกว่าบุริศร์มากนัก
เหมือนว่าสิ่งนี้เขาจะเดินตามฉัตรพลมากไป เขาเย็นชาเล็กน้อย จะบอกว่าเขาเลือดเย็นก็ได้ หรือเย็นชาก็ช่าง สิ่งที่เขาห่วงใยตอนนี้ก็คือครอบครัวของเขาเท่านั้น ส่วนคนอื่น ถ้าอยู่รอดบนโลกนี้ไม่ได้ก็โทษตัวเองที่ไร้ความสามารถ ใครก็ไม่ใช่พระมหาไถ่ ไม่มีเวลาเหลือและจิตใจที่คิดจะดูแลผู้อื่น
ดวงตาของบุริศร์ดูเคร่งขรึมเล็กน้อย
“ใช่แล้ว ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะพบเจอพิษกู่ที่เมืองชลธี”
“นายไม่เคยคิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอยู่จริง นายลองคิดดูตั้งแต่20กว่าปีก่อนตระกูลโตเล็กก็ถูกคนวางแผนทำร้าย เห็นได้ว่าเมืองชลธีไม่ใช่เมืองแห่งความฝันตั้งนานแล้ว ฉันแค่สงสัยนิดหน่อย ใครกันที่จะสามารถเล่นพิษกู่ได้อย่างนี้ หรือว่าคนอื่นในหมู่บ้านดารายนยังมีชีวิตอยู่”
คำพูดของบุณพจน์ทำให้บุริศร์ส่ายหน้า
“ไม่มีทาง ถ้าหากคนอื่นยังมีชีวิตอยู่ เวลานานขนาดนี้แล้วก็คงกลับมาหาผม”
“ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่อยากให้นายรู้ละ?”
บุณพจน์มองไปทางบุริศร์ ก่อนพูดเสียงต่ำว่า “บางครั้งไม่ควรละเลยการระมัดระวังตัวไปเพราะชีวิตสบายแล้วหรอกนะ หากเรื่องของวันนี้พิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของเจตต์ นายจะออกไปจากเมืองชลธีไหม?”
“ใช่สิ เจตต์เป็นพี่น้องกับผม เป็นพี่ชายของนรมน ถึงแม้จะทะเลาะกับเขามาหลายปี แต่เขาก็เสี่ยงตายไปช่วยผมออกมาจากคุก และเกือบจะสูญเสียขาของเขา บุญคุณนี้ผมไม่ตอบแทนไม่ได้หรอก”
บุริศร์ไม่มีความลังเล
บุณพจน์หรี่ตา ก่อนจะพูดเสียงขรึม “ต้องการใช้ที่ของฉันก็รีบบอกแล้วกัน”
ที่จริงแล้วบุริศร์รู้ว่านำบุณพจน์ไปด้วยจะดีที่สุด เพราะการกำจัดพิษกู่ของมิลินไม่ดีเท่าบุณพจน์ แต่ตอนนี้พรวลัยก็ตั้งครรภ์ได้5เดือนแล้ว เธอก็ต้องการการดูแลจากบุณพจน์เช่นกัน ถ้าตอนนี้บุณพจน์ไม่อยู่ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรบุริศร์คงไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้
“ท้องของพี่สะใภ้ใหญ่แล้ว ไปตรวจมาหรือยัง?”
บุริศร์รีบเปลี่ยนหัวข้อ
บุณพจน์เข้าใจในทันใด ดวงตาเขาสั่นเล็กน้อย แต่กลับมีร่องรอยของความปีติยินดี
“ไปตรวจมาแล้ว เขาว่าเป็นท้องแฝด เมื่อก่อนเด็กสองคนแบกเด็กอีกคนไว้บนหลัง เลยมองไม่ชัด ตอนนี้มองเห็นชัดแล้ว แต่มีคนหนึ่งตัวเล็กเกินไป ไม่รู้ว่าจะรอดไหม”
เมื่อพูดถึงเรื่องลูกตัวเอง บุณพจน์กลับรู้สึกเศร้าและกังวล
บุริศร์เองก็ไม่รู้ว่าจะพูดโน้มน้าวเขาอย่างไรเช่นกัน ไม่ง่ายเลยสำหรับบุณพจน์ที่จะทอดทิ้งลูกของตัวเอง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ตระกูลโตเล็กก็เป็นความมั่นใจของบุณพจน์
“ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก ทุกสิ่งอย่างมีตระกูลโตเล็กคอยสนับสนุน”
คำพูดของบุริศร์ทำให้บุณพจน์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นมา
“นายเชื่อใจฉันขนาดนี้ นายไม่กลัวว่าฉันจะฮุบตระกูลโตเล็กทั้งหมดเหรอ?”
“ถ้าอยากได้ ก็ไม่เป็นไรที่จะให้พี่”
บุริศร์ไม่สนใจ
เงิน เขามี เขาไม่สนใจความมั่งคั่งของตระกูลโตเล็ก ถึงแม้เขาจะไม่มีเงินติดตัวสักแดง เขาก็มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ว่าจะสามารถทำให้เมียและลูกๆของเขาอยู่อย่างสุขสบายได้
เขามั่นใจ!
บุณพจน์ยิ้มอ่อน “ฉันไม่ต้องการหรอก นายรีบไปจัดการเรื่องของตระกูลโตเล็กให้ดี ถ้าเมียฉันคลอด ฉันต้องเป็นพ่อที่ดี”
“อืม”
บุริศร์ยิ้มขึ้นมาในทันใด
ไฟลุกโหมเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าที่ไฟจะดับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยคลุ้งไปทั่วทุกที่ บุณพจน์โรยผงแป้ง ก่อนจะออกมาจากตระกูลปวนะฤทธิ์พร้อมกับบุริศร์
ธเนศพลกับวิสุทธิ์รออยู่ข้างนอก เมื่อเห็นพวกเขาออกมาแล้วต่างก็พากันถอนหายใจ
“เป็นอะไรไป? พวกนายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เมื่อเห็นท่าทางกังวลของธเนศพล บุริศร์ก็ส่ายศีรษะ บุณพจน์ไม่ได้พูดอะไร เขาตบฝุ่นบนตัวของบุริศร์ ก่อนจะพูดว่า “ฉันกลับก่อนนะ งานที่บริษัทเยอะมาก ถ้านายเสร็จแล้วก็รีบกลับมาจัดการละ ฉันไม่ได้วางแผนที่จะทำงานให้นายตลอดเวลา”
บุณพจน์พูดจบก็เดินจากไป
ธเนศพลชอบเขาเล็กน้อย
“นิสัยของพี่ชายนายไม่เลวเลย คราวหลังช่วยถามให้ฉันหน่อยสิว่าอยากมากับฉันไหม?”
“ลืมเรื่องนี้ไปซะ หลังจากเสร็จเรื่องของตระกูลปวนะฤทธิ์แล้วนายก็วางแผนออกไปได้แล้ว”
บุริศร์คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อพูดออกมาอีกครั้งธเนศพลก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้ใหญ่มากนัก
“คิดดีแล้ว?”
“อืม เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าผลประโยชน์ของประเทศยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ตอนนี้ฉันแค่อยากให้ลูกหลานในครอบครัวของฉันมีความสุข”
ทุกคนต่างก็มีความฝันของตัวเอง ไฉนเลยธเนศพลจะไม่อยากมีชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไปกัน? ทำอย่างไรได้ฐานะของเขาไม่ได้เหมือนบุริศร์ที่คิดจะวางก็วางได้ อย่างไรก็เกิดมาไม่เหมือนกัน
“ฝากชีวิตฉันไว้ที่นายด้วย”
คำพูดของธเนศพลเศร้าโศกมาก
บุริศร์ไม่ได้พูดอะไร วิสุทธิ์ก็เงียบไป
ทั้งสามมองไปทางตระกูลปวนะฤทธิ์ ท้ายสุดธเนศพลก็พูดขึ้นมาว่า
“ฉันอาจจะต้องกลับไป เดี๋ยวก็ไปแล้ว นายจำไว้นะว่าถ้าที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นให้โทรหาฉัน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร อย่ารบกวนจณัตว์ ในเมื่อเขาต้องการที่จะตาย ก็ให้เขาตายอย่างสงบหน่อย อย่าให้กังวล”
บุริศร์พยักหน้า
เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมาถึงยอดศีรษะของเขาแล้ว ธเนศพลมองไปยุงบุริศร์ ก่อนพูดเสียงต่ำ “ฉันหวังว่านายจะคิดพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย ให้ฉันพากานต์กลับไปสักสองสามวัน”
“คิดแบบไม่ต้องคิดเลยนะ รีบไสหัวไป”
เมื่อตะกี้บุริศร์เพิ่งไม่อยากจะจากกัน ตอนนี้เขาแทบอยากจะเตะธเนศพลให้บินไป
วิสุทธิ์เม้มปากยิ้ม และตามธเนศพลไป
บุริศร์กลับไปยังบ้านตระกูลโตเล็กคนเดียว
นรมนรีบออกมาต้อนรับ