ตอนที่ 1542
บทที่ 1542 ทำไมฉันต้องเป็นคนพูด
October 31, 2026
“ถึงแม้ว่าตระกูลธีรกุลภักดีจะเป็นตระกูลผู้ดี แต่ว่าสำหรับตระกูลพรรณโรจน์มาพูดแล้วก็ยังต่ำไปอีกระดับหนึ่ง ตอนแรกการเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลพรรณโรจน์ทั้งสองตระกูลนั้นเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่ว่าเบิร์ดของตระกูลธีรกุลภักดีก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดาง่าย ๆ คนหนึ่งหรอกมั้ง?”
นรมนคาดเดาได้จากความไม่พอใจและโกรธเคืองของเบิร์ด เบิร์ดในอดีตก็น่าจะเป็นคนที่มีความสามารถมากคนหนึ่งแน่ แถมอาจจะเป็นความหวังของตระกูลธีรกุลภักดีด้วยซ้ำ
บุริศร์พยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ใช่ ตอนนั้นเบิร์ดยังถือได้ว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรง อยู่ในด้านธุรกิจก็มีผลงานได้รวดเร็วมากด้วย”
“นี่ก็ถูกแล้ว ถ้าเกิดตระกูลพรรณโรจน์ไม่กดดันตระกูลธีรกุลภักดี ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่เบิร์ดอาจจะนำพาตระกูลธีรกุลภักดีไปให้สูงขึ้นได้อีกขั้น พอถึงตอนนั้นถ้าตระกูลพรรณโรจน์อยากจะควบคุมตระกูลธีรกุลภักดีขึ้นมา หรือต่อไปถ้าอยากจะร้องขอผลประโยชน์ต่อหน้าธเนศพลขึ้นมาก็จะไม่มีโอกาสนั้นแล้ว ส่วนตระกูลธีรกุลภักดีเพราะว่าช่วยเลี้ยงดูลูกสาวของธเนศพลมาก็จะได้รับความซาบซึ้งจากตระกูลธนเกียรติโกศลแน่ แล้วความเจริญรุ่งเรืองก็จะต้องทะยานขึ้นมา แน่นอนว่านายใหญ่ตระกูลพรรณโรจน์จะต้องคิดถึงจุดนี้แน่ เพราะฉะนั้นถึงได้ฉวยโอกาสในตอนที่ตระกูลธีรกุลภักดียังไม่เจริญรุ่งเรืองมากดดันตระกูลธีรกุลภักดีไปซะ แล้วทำให้พวกเขาตกต่ำ ทำให้เบิร์ดไม่มีทางที่จะแตะต้องตัวน้ำได้ ตระกูลพรรณโรจน์ถึงจะมีโอกาสกลายเป็นตระกูลรุ่งเรืองในอนาคตได้”
คำอธิบายของนรมนทำให้บุริศร์วิเคราะห์เรื่องราวกระจ่างขึ้นมาก ในดวงตาก็มีแววเป็นกังวลพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ?”
“คิดถึงป้อง”
บุริศร์เองก็ไม่ได้ปิดบังนรมน และพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ถ้าหากการคาดเดาของคุณเป็นเรื่องจริง ๆ งั้นการเอาคืนของธเนศพลก็จะต้องไม่น้อยแน่ ในเมื่อมาวางกับดักและทำร้ายแก้วตาดวงใจของเขาแบบนี้ ตระกูลพรรณโรจน์ก็จะต้องชดใช้แน่ แต่ว่าป้องเป็นคนตระกูลพรรณโรจน์ ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรี แต่ก็คงจะหนีชะตากรรมของคนตระกูลพรรณโรจน์ไม่พ้นอยู่ดี”
แล้วนรมนถึงเพิ่งนึกถึงเรื่องที่ป้องก็เป็นคนตระกูลพรรณโรจน์ขึ้นมา
“ธเนศพลคงจะไม่จัดการป้องไปด้วยหรอกมั้งคะ? และอีกอย่างตอนนี้ป้องก็เป็นแค่หมอคนหนึ่งด้วย”
“แต่ว่าพ่อตาของป้องเป็นพลโทนะ”
บุริศร์รู้จักฝีมือของธเนศพลในตอนนี้ดี และก็เป็นความผิดของตระกูลพรรณโรจน์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความเคลื่อนไหวของเขาจะต้องเฉียบขาดและรวดเร็วอยู่แล้ว และที่สำคัญชื่อเสียงของสี่คุณชายแห่งเมืองชลธีก็โด่งดังเกินไปแล้ว ถึงธเนศพลจะไม่ลงมือ แต่เพื่อหลังธเนศพลขึ้นครองราชย์แล้วจะได้มีความสงบสุขหน่อย พระราชาก็จะต้องชิงลงมือกับพวกตระกูลใหญ่พวกนั้นก่อนอยู่ดี
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีมักการพูดกันว่าผู้ที่ขึ้นครองราชย์ต่างก็เกรงกลัวผู้ที่มีผลงานดี โดยเฉพาะในช่วงที่ส่งต่ออำนาจกันนั้น
นรมนอดไม่ได้ที่จะขมวดหัวคิ้วขึ้นมา
เธอคิดถึงช่วงเวลาที่ธเนศพลมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็ก ไม่ว่าจะดูยังไงก็เป็นคุณชายเจ้าสำราญคนหนึ่ง เทียบกับคนที่โหดเหี้ยมแบบนี้น่าจะไม่ใกล้เคียงกันเลยสักนิด แต่ว่าบุริศร์ก็คงจะไม่มีทางพูดแบบนี้โดยไม่มีสาเหตุหรอก
เฮ้ย!
ทำไมน้ำถึงได้เป็นคนตระกูลพรรณโรจน์ไปได้นะ?
นรมนรู้สึกทุกข์ใจเล็กน้อย ในเมื่อเธอกับโพนี่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก
บุริศร์พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “นรมน คุณโทรศัพท์หาโพนี่สักสายซิ แล้วบอกเรื่องของน้ำกับเธอสักหน่อย การคาดเดาอย่างที่คุณสามารถนึกถึงได้ ก็ไม่ใช่ว่าโพนี่จะเดาไม่ออก”
“ทำไมฉันต้องเป็นคนพูดละคะ?”
นรมนนึกว่าบุริศร์กับป้องเป็นพี่น้องกัน แล้วเรื่องนี้บุริศร์บอกกับป้องสักคำหนึ่งก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?
บุริศร์จ้องมองความสงสัยของนรมน แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ตอนนี้ผมไม่สะดวกที่จะติดต่อกับป้อง”
“หึ?”
พอเห็นภรรยายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ บุริศร์ก็ถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ป้องอยู่ที่เมืองหลวง”
“แล้วยังไงคะ?”
“ผมเป็นคนที่เพิ่งปลดประจำการออกมา แล้วก็โดนกักตัวตรวจสอบเพราะเรื่องจณัตว์ด้วย และถึงแม้ว่าตอนนี้ดูภายนอกจะจบลงแล้ว แต่ว่าคนที่เฝ้ามองผมอยู่ก็มีไม่น้อย ขอแค่ผมติดต่อกับป้อง ถึงป้องจะไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของจณัตว์แต่ก็จะถูกสงสัยเอาได้ แล้วในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ ถ้าป้องโดนสงสัยก็จะไม่มีผลดีอะไรแน่”
นรมนเข้าใจขึ้นมาทันที แต่ว่าก็ยังไม่เข้าใจเล็กน้อย
“แต่ว่าถ้าฉันติดต่อกับโพนี่ละก็ ผลก็จะเป็นเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?”
“ไม่เหมือนกัน”
บุริศร์ยิ้มขึ้นจาง ๆ ที่มุมปากมีรอยยิ้มราวกับสุนัขจิ้งจอกขึ้นมาอันหนึ่ง
“คุณเป็นผู้หญิง แล้วระหว่างผู้หญิงก็มีเรื่องเม้าท์มอยอะไรกันอยู่แล้ว ที่สำคัญคุณก็ไม่ต้องบอกว่าชื่อน้ำ บอกแค่ว่าเจอเด็กผู้หญิงที่เล่นกลคนหนึ่ง คุณเข้าใจอยู่แล้วน่ะ”
แล้วนรมนก็เข้าใจขึ้นมาทันที
เธอออกมาเที่ยวเล่นกับบุริศร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และที่สำคัญก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับโพนี่ด้วย พอเจอเรื่องราวใหม่ ๆ ก็มาพูดคุยกับโพนี่บ้าง แน่นอนว่าไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลอยู่แล้ว แต่ว่าโพนี่จะฟังอะไรออกจากในนี้หรือเปล่า จะเดาอะไรออกหรือเปล่านั้น ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอนรมนแล้ว