ตอนที่ 1544
บทที่ 1544 พวกเขามีสิทธิ์อะไร
October 31, 2026
นรมนสามารถนึกภาพลมฝนกำลังกระหน่ำอยู่ในตระกูลพรรณโรจน์ในตอนนี้ได้ พอโทรศัพท์เสร็จแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทุกข์ใจขึ้นมาเล็กน้อย
พอเธอเดินออกมาจากห้องหนังสือ แต่กลับเจอกับน้ำเข้า
น้ำยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน พอเห็นนรมนก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
นรมนจะนึกภาพได้ยากมากว่าน้ำในอดีตจะแกร่งกล้าอาจหาญได้ยังไง
เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกับน้ำ จึงได้แต่ยิ้มแล้วก็พยักให้เล็กน้อยแล้วก็กะว่าจะจากไป แต่กลับได้ยินน้ำพูดเสียงต่ำขึ้นว่า“ที่คุณพูดมาเป็นความจริงเหรอคะ?”
“อะไรนะ?”
นรมนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
น้ำยิ้มอย่างขมขื่นเล็กน้อย แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ฉันได้ยินหมดแล้วค่ะ”
นรมนกลับเป็นคนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “บุริศร์กับป้องเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน”
“ธเนศพลจะไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ”
น้ำจ้องมองนรมน มีความตื่นเต้นเล็กน้อย มีความร้อนใจเล็กน้อย แต่นรมนสามารถมองออกได้ ว่าสิ่งที่มีอยู่เยอะกว่าคือน้ำกำลังปลอบใจตัวเองอยู่
นรมนไม่รู้ว่าน้ำได้ยินไปมากเท่าไหร่ แต่ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอรู้สึกว่าน้ำจำเป็นที่จะต้องรู้ความจริง
เพราะฉะนั้นนรมนก็เลยเอาเรื่องที่บุริศร์บอกกับเธอ รวมทั้งเรื่องที่ตัวเองคาดเดาบอกกับน้ำไปให้หมด
ชมพูไม่ได้อยู่ด้วย น่าจะนอนหลับไปแล้ว น้ำถึงออกมาคุยเรื่องพวกนี้กับเธอได้ เพราะฉะนั้นนรมนก็เลยไม่ได้ปิดบังอะไร
“วิสุทธิ์ใกล้จะมาถึงแล้ว ไม่แน่พรุ่งนี้เช้าตื่นมา วิสุทธิ์ก็อาจจะมาถึงแล้ว เขานำเลือดของธเนศพลมาด้วย จะได้ตรวจดีเอ็นเอกับชมพู น้ำ ฉันรู้ว่าตอนนี้หัวสมองของคุณคงจะวุ่นวายมาก และก็เชื่อว่าคุณเชื่อมั่นในตัวธเนศพล แต่คุณคิดว่าด้วยนิสัยของธเนศพลแล้ว พวกคนตระกูลพรรณโรจน์ทำอย่างนั้นกับคุณ แถมยังให้คุณกับลูกต้องทนลำบากไปหลายปีขนาดนั้น เขาจะยอมรามือไปได้เหรอ? เมื่ออำนาจของจักรพรรดิสำแดงออกมาแล้ว ไม่มีใครมีวิธีหยุดยั้งได้หรอก”
นรมนไม่รู้ว่าน้ำจะทำยังไง แต่ถ้าเธอยังคงมีความคิดแบบที่มีต่อธเนศพลเมื่อแปดก่อนอีก งั้นก็โง่เกินไปแล้ว
ในเมื่อแปดปีมานี้ เธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ดี แต่ธเนศพลกลับต้องตะเกียกตะกายอยู่ระหว่างความเป็นความตาย และเดินทีละก้าวทีละก้าวจนเดินมาถึงตำแหน่งในทุกวันนี้ได้ มีเรื่องบางเรื่องที่เขาไม่อยากทำ แต่ก็ไม่ทำไม่ได้ และนี่ก็คืออำนาจของการปกครอง
ทั้งตัวน้ำนิ่งอึ้งไปเลย
ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่กล้าเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองต้องมาแบกรับทั้งหมดล้วนเกิดมาจากการทำร้ายตระกูลตัวเอง
ชั่วขณะหนึ่งน้ำหัวเราะเสียงดังขึ้นมา แต่น้ำตากลับไหลลงมาตามหางตา
“คุณนายบุริศร์ ขอบคุณมากค่ะ”
น้ำไม่ใช่คนทั่วไป แน่นอนว่าต้องรู้ว่านรมนกำลังช่วยตัวเองอยู่ เพียงแต่ว่าตอนนี้ความรู้สึกของเธอนั้นย่ำแย่มาก เธอต้องการหาที่สักแห่งมาผ่อนคลายให้ดีสักหน่อย
นรมนเองก็เข้าใจดีอยู่ และพยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็ไม่พูดอะไร
น้ำไม่ได้กลับไปในห้อง ในเมื่อลูกสาวยังนอนหลับอยู่ ความชั่วร้ายและความสกปรกบางอย่างตอนนี้เธอยังไม่อยากจะให้ลูกสาวมารับรู้เร็วเกินไป
เธอมาถึงห้องรับแขก
ที่นี่ไม่มีใครแล้ว น้ำนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟา ถึงแม้ว่าเครื่องทำความอุ่นจะอบอุ่นมาก แต่ว่าเธอก็ยังคงรู้สึกว่าหนาวเย็นไปทั่วร่างกาย
เมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลพรรณโรจน์ และก็มีความเป็นได้สูงที่จะได้เป็นนายใหญ่ประจำตระกูลพรรณโรจน์ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเพราะเหตุนี้ถึงได้ทำให้ตัวเองมามีสภาพอย่างในตอนนี้ได้
ขวัญชนกนี่ก็ช่างเหลือเกินจริง ๆ!
พูดว่าเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลพรรณโรจน์ แต่ที่จริงก็คือความโลภเท่านั้น ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเป็นการคาดเดาของนรมน แต่ว่าน้ำรู้ดี ว่ามันคือความจริง
หลายปีมานี้ ถึงเธอจะต้องอยู่อย่างยากลำบากมากแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยติดต่อตระกูลพรรณโรจน์ นั่นเป็นเพราะว่าเธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นจุดด่างพร้อยของตระกูลพรรณโรจน์ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าทุกอย่างนี้ล้วนเป็นการกระทำของตระกูลพรรณโรจน์
จิตใจของน้ำโดนทำร้ายเข้าแล้วจริง ๆ
เธอเอาแต่นั่งอยู่ในห้องรับแขกอยู่อย่างนั้น จนถึงช่วงรุ่งเช้าตอนที่วิสุทธิ์มาถึง
วิสุทธิ์นั้นรู้จักน้ำอยู่ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าตอนที่เจอน้ำอีกครั้งนั้นจะเป็นสถานการณ์แบบนี้ และน้ำที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ตัวเขาตกใจไปอย่างมากเหมือนกัน
น้ำผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ยังจะไปมีความสดใสแบบเมื่อก่อนซะที่ไหน ถึงแม้ว่าจะรู้เรื่องทุกอย่าง และวิสุทธิ์เองก็รู้ว่าหลายปีมานี้น้ำมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ดีเท่าไหร่
ตอนนั้นหลังจากที่ธเนศพลออกมาจากคุกแล้ว ก็ไม่ไปสืบค้นข่าวคราวของน้ำอีก เพราะกลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหวและไปตามหาน้ำ และตอนนั้นเพราะว่าเรื่องติดคุกตัวเขาเองก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบากมากเหมือนกัน พระราชาให้โอกาสเขาแค่ครั้งเดียว ตัวเขาเองจึงแยกตัวออกไปทำเรื่องอย่างอื่นไม่ได้
มาวันนี้กลับคิดไม่ถึงว่าเพราะพวกเขาไม่ไปสืบหา น้ำถึงมามีสภาพแบบนี้ได้
ที่จริงวิสุทธิ์กับน้ำก็ถือได้ว่าเคยเป็นเพื่อนร่วมรบกันมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้พอมาสบตากัน เขากลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ กลับกลายเป็นน้ำที่ยิ้มอ่อน ๆ แล้วเปิดปากพูดขึ้นว่า
“คุณมาแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงของเธอแหบแห้งเป็นอย่างมาก เสียงแหบอย่างกับเส้นเสียงพิการเลย
วิสุทธิ์รู้สึกทำใจไม่ได้เล็กน้อย
“ทำไมถึงทำให้ตัวเองมีสภาพอย่างกับผีแบบนี้ล่ะ?”
“ใช่ซิ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมฉันถึงได้ทำให้ตัวเองมีสภาพแบบนี้ไปได้”
น้ำยิ้มอย่างขมขื่นขึ้น เธอรู้ว่าเป้าหมายที่วิสุทธิ์มาเพราะว่าอะไร แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “รอก่อนเถอะนะ ชมพูยังนอนอยู่ เด็กคนนี้ก็ตกใจมากแล้วเหมือนกัน และบนร่างกายก็บาดเจ็บอยู่ด้วย ไม่ว่าจะทำอะไร ก็รอให้แกตื่นก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
“ได้”
วิสุทธิ์เองก็ไม่ได้ฝืน
เขานั่งลงตรงข้าง ๆ น้ำ มองเห็นน้ำเหี่ยวเฉาไปแบบนี้ภาคใต้ความโหดร้ายของกาลเวลา ก็สามารถนึกถึงความรู้สึกของธเนศพลในตอนที่มาเห็นสภาพของน้ำในตอนนี้ได้