ตอนที่ 1546
บทที่ 1546 ใครจะไปอยากเป็นลูกเขยของเขา
October 31, 2026
น้ำทำตามคำพูดของนรมน แล้วมาดูแลชมพูที่ห้องนอน ส่วนนรมนก็เองก็แค่บอกกับคนรับใช้ว่าให้เพิ่มอาหารสองสามอย่าง เพราะว่าวิสุทธิ์เคยมาพักที่บ้านตระกูลโตเล็ก แล้วชอบกินรสชาติอะไรไม่ชอบกินอะไร นรมนก็ยังพอรู้อยู่บ้าง
ผู้หญิงกำลังยุ่งอยู่ทางด้านนี้ บุริศร์และวิสุทธิ์เองก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ เฉย ๆ
ทั้งสองคนตรงไปที่ห้องหนังสือกันเลย
“ลูกชายของผมเป็นยังไงบ้าง?”
พอบุริศร์นึกถึงกานต์ ก็รู้สึกเคืองใจเล็กน้อย ลูกชายดี ๆ ของตัวเอง ทำไมจะต้องคิดสั้นตามธเนศพลไปทนทุกข์ลำบากด้วยนะ?
แต่ว่าพอผ่านเรื่องของตระกูลพรรณโรจน์บุริศร์เองก็เข้าใจแล้ว ยิ่งเป็นตระกูลยิ่งใหญ่ก็ยิ่งต้องเอาลูกหลานหลายคนแยกกันไปเลี้ยง ยังไงก็ต้องเหลือทางรอดไว้ให้ตระกูลทางหนึ่ง แต่เขาหวังว่าตระกูลโตเล็กจะไม่เดินไปถึงขั้นนั้น
วิสุทธิ์กลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “วางใจเถอะ ตอนนี้ลูกชายของคุณก็คือฟองน้ำ ยังมีโอกาสซึมซับได้อีกเยอะ”
“ผมสงสารลูกชายของผมนะ”
“ผมรู้ แต่ว่าแล้วจะยังไงล่ะ? เด็กผู้ชายยังไงก็ต้องแบกรับเยอะกว่าหน่อย ที่สำคัญยังเป็นเด็กผู้ชายของตระกูลใหญ่ บนตัวกานต์นั้นมีของที่ต้องแบกรับเยอะมาก คุณไม่ใช่ไม่รู้สักหน่อย ไม่งั้นคุณก็ให้กิจจาไปลองดูไหมล่ะ?”
คำพูดของวิสุทธิ์เพิ่งพูดจบก็โดนบุริศร์ปฏิเสธไปทันทีเลย
“เขาเป็นลูกชายคนเดียวของตรินท์ จะไปทรมานอย่างนั้นไม่ได้ กิจจาอยากจะทำอะไรก็ให้ทำ ผมสนับสนุนทุกอย่าง”
“ลำเอียง”
ถึงแม้วิสุทธิ์จะพูดแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยข้อเสนออะไรอีก แต่พิงอยู่บนพนักเก้าอี้ แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เรื่องของธเนศพลนี้ ผมควรจะพูดยังไงดีนะ?”
“ควรจะพูดยังไงก็พูดอย่างงั้นซิ”
บุริศร์กลับยังไงก็ได้
วิสุทธิ์ถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งอย่างหมดคำพูด แล้วพูดขึ้นว่า “คุณนี่มันเป็นจิ้งจอกเฒ่าตัวหนึ่งนี่เอง เรียกผมมา แล้วก็เอาเรื่องทั้งหมดผลักมาให้ผมเลยใช่ไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ผมกับภรรยาผมนั้นออกมาท่องเที่ยว สามารถรวดช่วยลูกสาวและผู้หญิงของธเนศพลได้ ก็ถือว่าผมมีผลงานชิ้นเอกแล้ว สำหรับเรื่องที่เหลือ ยังจะหวังให้ผมทำอะไรอีก? อย่าลืมซะละว่า ป้องเป็นพี่น้องของผม จะให้ผมไปพังบ้านของตระกูลพรรณโรจน์เองกับมือ ผมไม่กล้าทำเรื่องนี้หรอก ที่สำคัญตอนนี้ผมก็ไม่มียศอะไรแล้ว มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมใช่ไหม?”
บุริศร์ไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกโชคดีเท่าวินาทีนี้มาก่อนที่ตัวเองปลดประจำการแล้ว
วิสุทธิ์กลับยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “คุณจะมีสถานะอะไรก็เป็นเรื่องที่คุณชายธเนศพลพูดคำเดียวไม่ใช่เหรอ? คิดว่าหนังสือขอปลดประจำการของคุณจะได้รับการเซ็นอนุมัติง่ายขนาดนั้นโดยที่ไม่มีช่องโหว่อะไรเลยเหรอ?”
พอคำพูดนี้พูดออกมา สีหน้าของบุริศร์ก็เปลี่ยนไปทันที
“ผมจะบอกคุณนะ คุณกลับไปบอกกับธเนศพล ถ้าเขาอยากจะเล่นเล่ห์เพทุบายอะไรละก็ ผมไม่รังเกียจที่จะพาลูกเมียเปลี่ยนสัญชาติมาอยู่ประเทศYหรอกนะ คุณคงจะรู้ อรรณพอยากจะให้ผมมาเป็นคนประเทศYจะแย่อยู่แล้ว”
พอคำพูดนี้พูดออกมา วิสุทธิ์ก็เคร่งขรึมขึ้นมาเลย
สถานะของอรรณพนั้นมีคนรู้เรื่องน้อยมาก แต่ว่าธเนศพลที่เป็นชนชั้นสูงนั้นไม่มีทางที่จะไม่รู้แน่ และแม้แต่วิสุทธิ์เองก็รู้ดีอยู่
แล้วบุริศร์กับอรรณพเป็นพี่น้องที่ดีกันมาหลายปีแบบนี้ เรื่องที่อรรณพเป็นองค์ชายใหญ่ของประเทศYเขาก็รู้ดีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าบีบคั้นเขามากจริง ๆ บุริศร์จะพาลูกเมียย้ายมาก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้
“นี่คุณกะว่าจะทำให้ธเนศพลโมโหจนตายใช่ไหม?”
“งั้นก็ต้องดูก่อนว่าเขาจะทำให้ผมโมโหจนตายหรือเปล่า”
บุริศร์ยิ่งเจ้าเล่ห์มากขึ้นไปอีก
“ข้างกายเขาไม่ใช่ว่าไม่มีคนอื่นซะหน่อย อย่าเอาแต่จดจ้องผมอยู่เลย ผมก็บริจาคศูนย์วิจัยไปตั้งสองสามแห่งแล้ว แถมยังให้เงินไปตั้งเยอะขนาดนั้น ยังจะให้ผมทำยังไงอีก? ตระกูลโตเล็กรับรองว่าการพัฒนาในอนาคตจะไม่คล่องเกี่ยวกับอำนาจการปกครองอะไรเลยยังไม่พออีกเหรอ? ผมเหนื่อยมากแล้วจริง ๆ และอยากจะใช้ชีวิตไปกับภรรยาดี ๆ สักหน่อย”
คำพูดนี้ของบุริศร์พูดได้อย่างจริงใจมาก
ถึงแม้ว่าดูภายนอกวิสุทธิ์จะเป็นแพทย์ประจำบ้านของธเนศพล แต่ว่าก็เป็นนักยุทธศาสตร์และทีมที่ปรึกษาของธเนศพลด้วย ซึ่งทางด้านช่วยธเนศพลรวบรวมคนมีความสามารถมาก็มีวิสุทธิ์ทำมาตลอด
พอได้ยินบุริศร์พูดมาแบบนี้ ในที่สุดวิสุทธิ์ก็ยอมแพ้ไป
“คนอย่างคุณนี่หันไปทำธุรกิจมันน่าเสียดายมากเลยนะ”
“คนเราต่างมีความสามารถไม่เหมือนกัน”
อยู่ ๆ วิสุทธิ์ก็หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “จิ้งจอกเฒ่าอย่างคุณสามารถหลบหนีไปได้แล้ว แต่ทำไงได้ลูกชายของคุณกลับถลำเข้าไปทั้งตัวแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน คนที่ไม่ยอมให้ควบคุมอย่างคุณจากไปแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นโชคของธเนศพลแล้ว เมื่อเทียบกับการอบรมสั่งสอนคนที่เชื่อฟังคนใหม่แล้ว กานต์ก็เหมาะสมกว่าคุณมากเลย”
อยู่ ๆ บุริศร์ก็รู้สึกว่าวิสุทธิ์ที่อยู่ตรงหน้านี้ช่วงน่าต่อยมากเลย
“นั่นมันลูกชายของฉันนะ!”
“แต่ไม่แน่อาจจะเป็นลูกเขยของธเนศพลก็ได้นะ ถ้าหากว่าชมพูเป็นลูกสาวของธเนศพลจริง ๆ ก็น่าจะอายุพอ ๆ กับลูกชายของคุณ ในเวลาแบบนี้หมั้นกันสักหน่อยก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ว่ากันว่าลูกเขยก็เป็นลูกชายครึ่งตัวแล้ว แล้วธเนศพลก็ชอบกานต์สักขนาดนั้น วางใจเถอะ ชีวิตต่อไปของเขาจะต้องไม่แย่นักหรอก”
วิสุทธิ์ยิ้มตาหยีอย่างสนุกสนาน
แต่บุริศร์กลับค่อย ๆ ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
“ใครจะไปอยากเป็นลูกเขยของเขา”
“นั่นมันแล้วแต่คุณไม่ได้หรอก”
บุริศร์ยิ้มเย็นแล้วพูดขึ้นว่า “อย่าเอาความสุขของเด็กมาพูดเล่น ผมจะบอกคุณให้นะ ในอนาคตถ้าลูกชายผมชอบเกิดชมพูเข้า ถึงธเนศพลจะไม่เห็นด้วยผมก็จะแย่งมาเป็นลูกสะใภ้ให้ได้ แต่ถ้าลูกชายของผมไม่ชอบชมพู แล้วพวกคุณอยากจะพยายามเอาเธอมายัดให้ลูกชายผม ผมบุริศร์ก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะ อยู่ในตระกูลโตเล็กเรา ไม่เห็นแก่ตำแหน่งและอำนาจ เห็นแต่ความรู้สึกของเด็ก ๆ เท่านั้น”
คำพูดนี้มีน้ำหนักเป็นอย่างมาก
วิสุทธิ์รู้ดีว่า บุริศร์พูดได้ก็ต้องทำได้
“เอาล่ะ แค่ล้อเล่นหน่อยเท่านั้น จะจริงจังขนาดนั้นทำไม? เจ้าเด็กเลี้ยงแกะสองคนจะมาพูดเรื่องแต่งงานยังเร็วเกินไปหน่อย แต่ก็ไม่ตัดประเด็นที่ธเนศพลอบรมสั่งสอนกานต์เพื่อให้เป็นลูกเขยจริง ๆ ออกไปหรอกนะ”
บุริศร์ไม่พูดอะไรอีก