ตอนที่ 1547
บทที่ 1547 พี่ชายตัวน้อยที่หล่อมาก
October 31, 2026
หลังจากที่วางสายไปแล้ว วิสุทธิ์ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินบุริศร์พูดขึ้นว่า “ที่นี่ทิ้งไว้ให้พวกคุณแล้วนะ นี่คือกุญแจ ผมจะพาภรรยาผมออกวนเที่ยวสักหน่อย พวกคุณเชิญตามสบายเลยนะ”
สำหรับการที่บุริศร์สามารถเดาความคิดของธเนศพลออกได้นั้น วิสุทธิ์ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด แต่สิ่งที่เขาแปลกใจคือบุริศร์ถึงกับทิ้งบ้านไว้ให้พวกเขาแล้วหนีไปจากที่นี่เลย
“เจ้าบุริศร์ นี่มันไม่จริงใจนี่”
“อะไรคือไม่จริงใจ ตอนนี้ผมเห็นนักธุรกิจเต็มตัวคนหนึ่ง ถ้ารู้เยอะเรื่องเกินไปผมกลัวว่าจะโดนฆ่าตัดตอน ไปก่อนนะ”
บุริศร์ไม่ฟังวิสุทธิ์พูดพร่ำหรอก แล้วก็โยนกุญแจไปให้วิสุทธิ์ตรงๆ จากนั้นก็พานรมนออกจากบ้านไปเลย แม้แต่จะล่ำลาน้ำสักนิดก็ไม่มี
นรมนมองดูบุริศร์ถึงจะดูเหมือนว่าชนะแล้ว แต่เธอเองก็ดูออกได้ว่าบุริศร์มีความหลบหนีอย่างลนลานเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
“คุณหัวเราะอะไร”
บุริศร์รู้สึกหมดคำพูดเล็กน้อย
อย่าบีบจนแม้แต่ที่อยู่ของตัวเองก็ต้องมอบออกไปแล้ว นี่มันช่างเกินไปแล้วจริง ๆ!
แต่เมื่อเทียบกับชีวิตอิสรเสรีในอนาคตของตัวเองแล้ว ก็ช่างเถอะ แค่บ้านหลังหนึ่งเอง อย่างมากพวกเขาก็ไปพักโรงแรมกันก็ได้
“ไปเถอะ เดี๋ยวผมพาคุณไปเดินเที่ยวดูทิวทัศน์ของประเทศYสักหน่อย”
บุริศร์โยนเรื่องทุกอย่างออกไปจากหัวสมอง แน่นอนว่านรมนจะต้องดีใจอยู่แล้ว
“เหมือนกับว่าคุณจะคุ้นเคยกับที่นี่มากเลยนะคะ”
นี่คือความสงสัยของนรมนมาตลอด ตั้งแต่ที่มาถึงที่นี่ นรมนก็พบว่าบุริศร์เหมือนกับมาอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้านตัวเองยังไงอย่างงั้น ถนนทุกสายล้วนรู้จักเป็นอย่างดี
บุริศร์กลับไม่ได้ปิดบังนรมน แล้วก็พูดขึ้นว่า “ที่นี่เป็นบ้านของอรรณพ ผมเคยมาหลายครั้งแล้ว”
“คุณชายอรรณพ? คุณชายอรรณพเป็นคนเมืองชลธีไม่ใช่เหรอคะ?”
นรมนรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
บุริศร์ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ใช่ อรรณพเป็นคนเมืองชลธี แต่นั่นเป็นบ้านของคุณนายศิรินภา ตอนที่สมัยสาว ๆ คุณนายศิรินภาแต่งงานไปประเทศY ต่อมาพอหย่าแล้วถึงได้กลับมาที่เมืองชลธี”
“อ๋อ เหรอคะ?”
นรมนนั้นได้ยินเรื่องของตระกูลเชาวนภูติมาน้อยมาก
บุริศร์พูดเพียงสั้น ๆ ขึ้นว่า “ตอนที่เป็นสาวคนที่คุณนายศิรินภาแต่งงานด้วยคือองค์ชายใหญ่ของประเทศY แต่ว่าตอนนั้นองค์ชายใหญ่ได้ปิดบังฐานะไว้แล้วออกไปหาประสบการณ์ ก็มาตกหลุมรักคุณนายศิรินภาเข้า พอทั้งสองคนมีความรักต่อกันก็เลยแต่งงานกันเลย ต่อมาคุณนายศิรินภาถึงรู้ว่าตัวเองแต่งงานกับบุคคลที่สูงส่งคนหนึ่ง แต่ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว และก็ตามองค์ชายใหญ่กลับประเทศมา แล้วคลอดอรรณพออกมา ตอนนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดเลย แต่น่าเสียดายที่พอองค์ชายใหญ่สืบทอดตำแหน่งพระราชาของประเทศYแล้ว ก็มีภาระหน้าที่หนักอึ้ง แล้วก็โดนคนวางกับดักใส่ให้นอนกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่จริงเรื่องแบบนี้มีให้เห็นกันอยู่เยอะแยะในราชวงศ์ โดยปกติแล้วก็จะต้องรับผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ เพื่อปรับอำนาจของตระกูลใหญ่ในประเทศให้สมดุล แต่ว่าคุณนายศิรินภาไม่ชอบ ก็เลยยื่นหนังสือหย่าขึ้นไป แล้วก็พาอรรณพกลับมาประเทศเลย”
พอนรมนได้ฟังเรื่องพวกนี้ ก็รู้สึกนับถือความกล้าของคุณนายศิรินภาขึ้นมาเลย
“แล้วของคุณชายอรรณพก็ยอมปล่อยให้คุณนายศิรินภากลับมาประเทศเลยเหรอคะ?”
“ไม่งั้นล่ะ? รักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถให้ในสิ่งที่เธอต้องการได้ แถมยังต้องมาทนเห็นเธอโดนศัตรูโจมตีรอบด้านในสภาพแววล้อมที่วุ่นวายแบบนั้น ไม่สู้ปล่อยให้เธอไปเป็นอิสระดีกว่า แล้วก็ให้ช่วงเวลาเติบโตที่บริสุทธิ์อันหนึ่งกับลูกด้วย แต่ว่าชาติกำเนิดของคนคนหนึ่งก็ได้กำหนดทุกอย่างไว้แล้ว ถึงแม้ว่าคุณนายศิรินภาจะไม่อยากให้อรรณพเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในประเทศ แต่ก็มีคนบางส่วนมักจะไม่ชอบขี้หน้าพวกเขา เพราะฉะนั้นก็เลยมีการลอบสังหารมาไม่ขาดสาย ผมกับคุณชายอรรณพและป้อง พวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วครั้งแรกที่กลายเป็นพี่น้องกับคุณชายอรรณพก็คือตอนที่อายุสิบหก ตอนนั้นคุณชายอรรณพโดนลอบสังหาร จนเกือบจะตาย แล้วพวกเราเองก็โดนลากเข้าไปด้วย และถึงได้รู้สถานะของเขา”
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว บุริศร์ก็ยังมีความทอดถอนใจอยู่บ้าง
“แล้วก็เป็นตอนนั้นเอง อรรณพถึงได้เริ่มฝึกฝนอำนาจของตัวเองขึ้นมา แล้วก่อตั้งอาณาจักรมืดขึ้นมา เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเพื่อตอบโต้กลับ ตอนนี้ไม่มีใครกล้าดูถูกพละกำลังของอรรณพ ช่วงก่อนหน้านี้บิดาของเขาเจอเข้ากับการลอบสังหาร ตอนนี้ชีวิตยังอยู่ในช่วงวิกฤติ อรรณพก็เลยจำเป็นที่จะต้องพาลูกเมียกลับมาประเทศ รมิดาเองก็อยู่ที่นี่ เพียงแต่ว่าตอนนี้สถานะค่อนข้างพิเศษ และเฝ้าพ่อของอรรณพอยู่ ตอนนี้อรรณพเริ่มรับช่วงงานบางอย่างในประเทศแล้ว และกะว่าจะกลับมารับช่วงดูแลทุกอย่างต่อ”
พอได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ นรมนก็รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย
ไม่ว่ายังไงเธอก็คิดไม่ถึงว่าคุณชายอรรณพหนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองชลธีจะมีสถานะที่โดดเด่นขนาดนี้ได้
“งั้นเบื้องบนรู้สถานะของคุณชายอรรณพไหมคะ?”
“รู้ซิ ไม่งั้นคุณคิดว่าทำไมอาณาจักรมืดของเขาถึงไม่มีเรื่องอะไรเลยได้ล่ะ? นี่คือความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ และก็เพื่อจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ของการเป็นพันธมิตรต่อกันในอนาคตด้วย”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนพยักหน้าเล็กน้อย
ที่จริงการรู้เรื่องพวกนี้สำหรับนรมนแล้วก็ไม่มีอะไร และเธอกับบุริศร์ก็ไม่ได้บอกกับใคร เพียงแต่แค่หากรุปทัวร์ละแลกนี้ได้กรุปหนึ่ง แล้วก็เริ่มไปท่องเที่ยวตามกรุปทัวร์เลย
แต่นี่กลับเป็นประสบการณ์ที่แปลกให้นรมนครั้งหนึ่ง
เมื่อก่อนออกมาท่องเที่ยวมักจะมีบุริศร์เป็นคนจัดแจงทั้งหมด แล้วข้างหน้าข้างหลังต่างก็มีคน แต่ตอนนี้กลับเป็นเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่งที่ออกมาเที่ยวกับกรุปทัวร์ แล้วก็มีบรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง
แล้วก็เป็นในตอนที่นรมนกับบุริศร์ออกมาท่องเที่ยว ธเนศพลก็ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์มาถึงประเทศYแล้ว
ในฐานะที่เป็นองค์รัชทายาทของประเทศZมาถึงประเทศY แน่นอนว่าอรรณพจะต้องรู้อยู่แล้ว แต่ว่ายังไงเขาก็พอรู้เรื่องอยู่บ้าง ก็เลยทำเป็นลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็นไป
ในตอนที่ธเนศพลเข้ามาในคฤหาสน์นั้น ยังไงก็ไม่เคยคิดว่าก่อนว่าจะมาเห็นน้ำที่มีสภาพเหี่ยวเฉาได้ขนาดนี้ จนชั่วขณะหนึ่งใจของธเนศพลก็เจ็บปวดเหมือนกับโดนมีดทิ่มแทง
วิสุทธิ์ถอยออกไปอย่างรู้ตัวดีมาก
ชมพูจ้องมองผู้ชายที่สูงใหญ่หล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า แล้วชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความกลัวขึ้นมา แต่ก็เห็นสายตาที่เขามีต่อน้ำนั้นดูไม่หวังดี ถึงแม้ว่าจะหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังเดินขึ้นหน้ามาก้าวหนึ่งมาขวางอยู่ตรงหน้าน้ำ
“คุณจะทำอะไร?”
น้ำเสียงของชมพูสั่นเทาเล็กน้อย แต่ว่าแววตาความดื้อดึงและกล้าหาญที่อยู่ในดวงตากลับทำให้ธเนศพลอึ้งไปหลายส่วน
เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าที่มีหน้าตาเหมือนกับเขาอยู่บ้าง แล้วชั่วขณะหนึ่งอารมณ์ก็วุ่นวายขึ้นมา
ไม่ว่ายังไงเขาก็คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้แล้วคนหนึ่งได้
เพราะฉะนั้นก็เลยตื้นตันจนคำพูดติดอยู่ในลำคอ ความองอาจและความร้ายกาจที่มีอยู่ในตอนปกติได้หายไปจนหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีแต่ความทำตัวไม่ถูกกับความซาบซึ้ง
น้ำจ้องมองท่าทางแบบนี้ของธเนศพลแล้ว ก็ไม่รู้ว่าทำไม จมูกก็รู้สึกจี๊ดขึ้นมา แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาทันที
ถ้าหากว่าแปดปีก่อนทั้งสองคนไม่ได้แยกจากกัน ธเนศพลก็คงจะต้องรักใคร่ชมพูเป็นอย่างมากเลยมั้ง