ตอนที่ 1548
บทที่ 1548 นั่นเรียกว่าเกาะผู้หญิงกิน
October 31, 2026
ชมพูเห็นกานต์มองตัวเองทีหนึ่ง แววตานั่นดูเหมือนกำลังครุ่นคิด มีความอบอุ่นมากกว่าความเย็นชาเมื่อกี้เสี้ยวหนึ่ง แต่กลับเหมือนกับสุนัขจิ้งจอกที่จ้องเธอไว้เขม็ง จนทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่าก็ถามขึ้นอย่างพยายามฝืนความเป็นกังวลที่อยู่ในใจว่า “นายมองฉันทำไมเหรอ?”
“เล่นคอมพิวเตอร์ไหม?”
กานต์เองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ถึงได้รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้น่าจะเป็นเหมือนกับตัวเอง
บางทีแฮ็กเกอร์อาจจะค่อนข้างความรู้สึกละเอียดอ่อนต่อเพื่อนร่วมสายงานก็ได้ คนที่มีมือที่ว่องไวแบบนี้มันมีไม่เยอะหรอก แต่ว่าถ้าเล่นคอมพิวเตอร์ละก็ไม่แน่ และอีกอย่างเมื่อกี้เขาสังเกตเห็นถึงความเคยชินเล็ก ๆ ของชมพู และรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ชมพูรีหลับตาลงอย่างรวดเร็ว แล้วพูดขึ้นว่า “ไม่เล่น”
แต่ว่าใจของเธอกลับเต้นได้อย่างรวดเร็วมากเลย
สายตาของกานต์คนนี้ทำไมถึงได้โหดร้ายมากขนาดนี้?
เธอจะให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเป็นแฮ็กเกอร์ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นจะต้องนำเรื่องที่ไม่ดีมาให้หม่ามี้แน่ ๆ
กานต์เองก็ไม่ได้บีบบังคับให้เธอยอมรับ เพียงแต่ท่าทีดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เยอะมาก
“เล่นกับเป็นทีมสักตาไหม?”
“ได้”
ตอนนี้ชมพูหวังแค่ว่ากานต์จะรีบโดดออกไปจากหัวข้อนี้โดยเร็ว สำหรับจะเป็นเรื่องอะไรนั้นยังไงก็ได้
แล้วกานต์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกจริง ๆ แต่กลับเปิดเกมแล้วเริ่มเล่นกับชมพูขึ้นมา
วิสุทธิ์รู้จักฝีมือของกานต์ดี แต่ว่าตอนที่เขาเห็นชมพูสามารถตามทันความเร็วของกานต์และยังก้าวไปด้วยกันได้ แถมในตอนที่เห็นผลงานที่ชมพูทำได้นั้น วิสุทธิ์ก็อยู่นิ่งไม่ได้อีกแล้ว
โอ้โห เด็ก ๆ ในตอนนี้เก่งกันขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?
นี่คือจะฆ่าคนแก่อย่างเขาให้ตายไปเลยเหรอเนี่ย!
แน่นอนว่ากานต์เองก็รู้สึกถึงผลงานของชมพูแล้ว แต่ว่าในเมื่อเดาอะไรออกแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามอีกแล้ว
ทั้งสองคนเล่นกันตาหนึ่งเสร็จแล้ว ผลงานก็เป็นที่โดดเด่นมาก กลับกลายเป็นวิสุทธิ์ที่นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
เล่นกันไปตาหนึ่งก็ได้ทำให้กานต์เข้าใจฝีมือและนิสัยของชมพูแล้ว เขาถอยออกจากเกม กลับทำให้ชมพูรู้สึกมึนงงไปเล็กน้อย
“นายไม่เล่นแล้วเหรอ? เป็นเพราะว่าฉันเล่นได้ไม่ดีเหรอ?”
“มันไม่ใช่แบบนั้น ก็แค่เล่นเกมเท่านั้น เพื่อผ่อนคลายอารมณ์หน่อย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติด”
กานต์พูดอย่างเรียบเฉยไป กลับทำให้ชมพูอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นในใจก็เกิดความเลื่อมใสขึ้นมาเล็กน้อย
มีอายุที่น้อยขนาดนี้ก็สามารถมีแรงควบคุมอารมณ์ที่สูงขนาดนี้ได้แล้ว นี่มันช่างไม่เลวเลยจริง ๆ
กานต์จ้องมองชมพู แล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
“เธออายุเท่าไหร่แล้ว?”
“เจ็ดขวบ”
“เตี้ยเกินไปแล้ว”
กานต์มีความรังเกียจเล็กน้อย
กมลก็เจ็ดขวบเหมือนกัน แต่ก็สูงมากว่าเธอตั้งหัวหนึ่งแล้ว ตกลงเด็กผู้หญิงนี้นี่โตมายังไงนะ?
แต่ว่าพอนึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นลูกสาวที่ตกอับอยู่ข้างนอกของธเนศพล กานต์จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปมาวิ่งพร้อมกับฉัน ต้องออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง”
ชมพูอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ว่าก็ยังพยักหน้าให้เล็กน้อย
วิ่งพร้อมกับพี่ชายตัวน้อยคนหล่อเหรอ?
ก็เหมือนกับว่าจะไม่เลวเลยนะ
แต่ว่าจากนั้นชมพูก็นึกถึงปัญหาอย่างหนึ่งขึ้นมา
“นายพักอยู่กับแด๊ดดี้เหรอ?”
“อืม”
กานต์ตอบกลับไปเรียบ ๆ
ชมพูแสดงความอิจฉาอย่างหนึ่งออกมาทันที เธอจ้องมองวิสุทธิ์ที่อยู่ข้าง ๆ เล็กน้อย แล้วก็ขยับตัวมาทางกานต์นิดหน่อย
กานต์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แล้วก็จะจากไปอย่างอัตโนมัติ เขาไม่ค่อยชอบอยู่ใกล้กับเด็กผู้หญิงมากนัก นอกจากกมลแล้ว ก็เหมือนกับว่ายังไม่มีใครเลย
ไม่ซิ
มีอยู่คนหนึ่ง!
แค่นึกถึงผู้หญิงโอหังคนนั้นที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินคน แถมยังเห็นน้องชายของเขาอีก สีหน้าของกานต์ก็เคร่งขรึมขึ้นมาหลายส่วนทันที
นั่งก็คือความอัปยศอดสูที่ใหญ่หลวงที่สุดตั้งแต่ที่เขาโตมาขนาดนี้
หลายปีมานี้ชมพูเติบโตมาด้วยการสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้อื่นมาตลอด ตอนแรกเธออยากจะชิดเข้าไปใกล้กานต์แล้วถามสักหน่อยว่าธเนศพลเป็นคนน่าคบหรือเปล่า แต่คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ สีหน้าของกานต์จะเคร่งขรึมลงมา บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทั้งหมด จนทำให้ชมพูตกใจจนนิ่งอึ้งไปเลย
“ทำไมเหรอ?”
พอได้ยินเสียงที่อ่อนนุ่ม กานต์ถึงตั้งสติกลับมาได้ แล้วจ้องมองเด็กผู้หญิงตรงหน้าที่โดนตัวเองทำให้ตกใจ แล้วเขาก็รีบพูดขึ้นว่า “ไม่มีอะไร แค่นึกถึงคนน่ารังเกียจคนหนึ่งน่ะ”
“คนที่รังเกียจ? คือฉันเหรอ?”
ตั้งแต่ชมพูจำความได้ ก็เหมือนกับว่านอกจากหม่ามี้แล้วก็ไม่มีคนชอบตัวเองอีกเลย เบิร์ดนั้นยิ่งเกลียดเธอจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว พอมาตอนนี้ได้ยินกานต์พูดแบบนี้เข้า จึงอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงไป แล้วก็ขยับตัวออกห่างไปด้านนอกเล็กน้อยอย่างเงียบ ๆ
ถึงแม้จะเป็นแค่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่ากานต์ก็รู้สึกผิดขึ้นมาแล้ว
“ไม่ใช่เธอจริง ๆ เธออยากกินพุทราเชื่อมไหม? เดี๋ยวฉันไปซื้อให้เธอ”
กานต์นึกวิธีกล่อมไม่ให้เด็กผู้หญิงโกรธแบบอื่นไม่ออก เขานึกออกแต่เพียงทุกครั้งที่กมลโกรธนั้นก็มีแต่กิน กิน กิน แล้วเป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกัน ก็คงจะไม่มีผิดแผกไปหรอกมั้ง?
ชมพูเงยหน้าขึ้นมาทันที ในดวงตามีสีสันพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
พุทราเชื่อมเหรอ?
เหมือนว่าจะอร่อยมากเลยนี่ น่าเสียดายตั้งแต่เล็กจนโตมาเธอเคยได้กินน้อยมาก
“นายจะเลี้ยงฉันเหรอ?”
“อืม”
กานต์พยักหน้าเล็กน้อย
ชมพูรู้สึกลังเลอยู่บ้าง
เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่รับของคนอื่นไปเรื่อย แต่ว่าอยากกินมากจริง ๆ นะ
กานต์ไม่รู้ว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็จับมือเธอขึ้นมาแล้วพูดว่า “ไป ฝั่งตรงข้ามนี้มีขาย พวกเราไปซื้อพร้อมกันเลย”
ชมพูอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่วิสุทธิ์ทีหนึ่ง
ตอนแรกวิสุทธิ์แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ดูซิเด็กสองคนนี้ตัวเล็ก ๆ เล่นด้วยกันอย่างไร้เดียงสา ดีจังเลย ทำไมจะต้องอยู่เป็นก้างขวางคอด้วยล่ะ? แต่ว่างานของเขาก็คือการปกป้องคุ้มครองพวกเขา แล้วเวลานี้สายตาของกานต์ก็กวาดมาพอดี สายตาที่เย็นชานั่นช่างเหมือนกับของบุริศร์ราวกับก๊อบปี้กันมาเลย
“ไปเลย ไปเลย เขามีเงิน ก็แค่พุทราเชื่อมไม้เดียวไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอรู้สึกเกรงใจ ต่อไปเธอค่อยเลี้ยงเขากินของอร่อยดี ๆ อย่างอื่นคืนก็ได้”