ตอนที่ 1620
บทที่ 1620 นี่ก็คือคมทิพย์ของเขาเลย
October 31, 2026
“ไม่งั้นจะอธิบายเรื่องการกระทำบ้า ๆ กะทันหันแบบนี้ของพฤกษ์ยังไงคะ?”
หน้าผากของนรมนเจ็บปวดเล็กน้อย แล้วก็มองเขาอย่างไม่พึงพอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นอีก
บุริศร์เอาคำพูดที่พูดกับพฤกษ์เล่าให้นรมนฟังไปรอบหนึ่ง
แล้วนรมนก็เข้าใจขึ้นมาทันที
“ในใจของพฤกษ์นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคมทิพย์อยู่ ในขณะที่ยังไม่เจอกับด่านความเป็นความตายนั้น เขาสามารถลุ่มหลงอยู่กับเรื่องลูกมาก แต่พอต้องเลือกระหว่างลูกกับความเป็นความตายของคมทิพย์นั้น เขาก็เลือกคมทิพย์อย่างไม่ลังเลอะไรเลย นี่สามารถพูดได้ว่าในใจของเขานั้น คมทิพย์ก็ยังเป็นคนที่เขารักที่สุดอยู่”
นรมนพูดจบแล้วก็รู้สึกทุกข์ใจขึ้นมาเล็กน้อย
“แต่ว่าเขาเป็นแบบนี้จะทำให้คมทิพย์ทำตัวลำบากมากเลยนะคะ ทั้ง ๆ ที่เขาทำเรื่องที่เกินเลยไปมากขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาชั่วมากจนทำให้คนอยากจะตีเขาให้ตายไปเลย แล้วตอนนี้การกระทำถอนรากถอนโคนแบบนี้ของเขา ถ้าคมทิพย์ไม่ให้อภัยเขา ก็จะดูเหมือนกับว่าคมทิพย์ไม่เป็นผู้ใหญ่เลยละคะ? หรือคนอื่นก็จะพูดได้ว่าความรักที่คมทิพย์มีต่อเขาไม่ได้ลึกซึ้งเท่าที่พฤกษ์มีต่อคมทิพย์ใช่ไหมละคะ?”
พอบุริศร์เห็นท่าทางที่โกรธเคืองของนรมน ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า “ก็บอกแล้วไงว่านี่เป็นเรื่องของพวกเขาสองคน ให้พวกเขาสองคนจัดการกันเองก็พอแล้ว คุณจะไปกังวลทำไมอีก?”
“ฉันจะไม่กังวลได้ยังไงล่ะคะ?”
นรมนมองตาขวางใส่บุริศร์ทีหนึ่ง
บุริศร์โอบกอดนรมนเอาไว้ ยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “เรื่องแบบนี้เป็นใครก็ตัดสินใจอยากทั้งนั้น พวกเขาสองคนมีความรักต่อกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และก็ไม่มีมือที่สามเข้ามาแทรกด้วย ที่เกิดปัญหาขึ้นมาก็เพราะว่าทั้งสองคนไม่รู้จักสื่อสารกันเท่านั้น ไม่รู้จักดูแลชีวิตหลังแต่งงาน แต่ว่าใครจะดูแลชีวิตหลังแต่งงานเป็นตั้งแต่เกิดล่ะ? พวกเขาสองคนก็ต้องผ่านอะไรมามากมายถึงได้มาเจอกับความสุขในตอนนี้ไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้พฤกษ์รู้สึกถึงความผิดพลาดของเขาแล้ว แต่ว่าทำผิดไปแล้วก็ต้องมีท่าทีของคนที่ทำผิด ผมคิดว่าตอนที่เขาตัดสินใจเอาเด็กออก และลงโทษบุลินนั้น ก็ไม่ได้คิดว่าจะปล่อยตัวเองไปแน่ ในเมื่อระหว่างที่คมทิพย์โดนทำร้ายนั้น เขาเห็นแต่กลับทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้คนร้ายลอยหน้าลอยตาไป ก็ถือได้ว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแล้ว ที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าต้องการให้คมทิพย์ทำตัวลำบาก แต่เพื่อให้การอธิบายอันหนึ่งกับคมทิพย์ ถ้าหากผมเดาไม่ผิดละก็ บางทีเขาอาจจะขอหย่า แล้วปล่อยคมทิพย์เป็นอิสระ”
“หย่าเหรอคะ?”
นรมนอึ้งไปครู่หนึ่ง
อยู่ ๆ เธอก็นึกถึงสถานะในอดีตของพฤกษ์
พฤกษ์ก็เป็นเหมือนกับบุริศร์ พวกเขาเป็นทหาร อาชีพทหารนี้ได้สอนเรื่องราวมากมายให้แก่พวกเขา รวมทั้งการจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบและรู้จักหน้าที่ยังไงด้วย
ก่อนหน้านี้พฤกษ์ช่างสารเลวจริง ๆ ในตอนนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดของตัวเองด้วย แถมยังคิดว่าคมทิพย์ไม่เข้าใจเขา มาวันนี้เขารู้ว่าทำผิดแล้ว ก็จะต้องแบกรับผลของความผิดพลาดทุกอย่าง
เพราะฉะนั้นในตอนที่พฤกษ์กลับมาจัดการบุลินนั้น จริง ๆ แล้วเขาก็ได้ตัดสินใจทุกอย่างไว้นานแล้ว
พอคิดมาถึงตรงนี้ อยู่ ๆ นรมนก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“ยังมีเรื่องอื่นของพฤกษ์ที่คุณยังไม่ได้บอกกับคมทิพย์ใช่ไหมคะ?”
“อืม”
บุริศร์พยักหน้า
เขาล้วงโทรศัพท์ออกมา แล้วเลือกรูปถ่ายส่วนหนึ่งออกมาให้นรมนดู
นรมนรับมา แล้วก็เห็นในแกลลอรี่ภาพของโทรศัพท์มีแต่เอกสารส่วนหนึ่ง พอดูอย่างละเอียดแล้ว ก็เป็นหนังสือสัญญาถ่ายโอนทรัพย์สิน
พฤกษ์เอาทรัพย์สินและบริษัททุกอย่างที่อยู่ภายใต้ชื่อของตัวเอง โอนให้เป็นของคมทิพย์หมดเลย
“นี่เขากะว่าจะไปตัวเหล่าเหรอคะ?”
“ใช่”
“คมทิพย์ไม่มีทางยอมรับแน่! ตั้งแต่แรกที่คมทิพย์คบกับเขาก็ไม่ได้เพราะเงินอยู่แล้ว!”
คำพูดของนรมนแน่นอนว่าบุริศร์ต้องเข้าใจอยู่แล้ว เขาถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “แต่ว่านี่เป็นของทั้งหมดที่เขาสามารถให้คมทิพย์ได้นี่”
“สิ่งที่คมทิพย์ต้องการนั้นไม่ใช่พวกนี้ ยังไงเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
นรมนเอาโทรศัพท์คืนให้กับบุริศร์ อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าในใจนั้นเป็นทุกข์อย่างมาก
เมื่อหลายปีก่อน ในตอนที่เธอโดนบุริศร์เข้าใจผิด ในตอนที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างทางที่ไปต่างประเทศนั้น ความรู้สึกของคมทิพย์ก็น่าจะเหมือนกับเธอในตอนนั้นแหละมั้ง?
พอคิดถึงห้าปีนั้นที่ตัวเองหายไปไม่มีข่าวคราวอะไรเลย แต่คมทิพย์ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรแต่ก็ยังมาเผชิญหน้ากับบุริศร์แล้ว ในใจของนรมนก็รู้สึกอยู่ไม่สุขเอามาก ๆ เลย
ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าโลกของความรักนั้นไม่มีคำว่าเพื่อนสนิทจะสามารถแทรกแซงได้เลย
นั่นเป็นสงครามของพวกเขาสองคน ก็เหมือนกับเธอและบุริศร์เมื่อก่อนหน้านี้
ไม่ว่าผลจะปรากฏออกมายังไง คนนอกจะมองยังไง แต่ที่สุดแล้วคนที่ทำการตัดสินใจก็ยังคือพวกเขาสองคน