ตอนที่ 1673
บทที่ 1673 ฉันจะไปกล้าหวังให้เธอให้อภัยได้ยังไง
October 31, 2026
“พ่อ ฉันเข้าไปดูลูกสาวของฉันนะ”
ตอนนี้แก้วตาอยากเข้าไปดูปาณีจนแทบอดรนทนรอไม่ไหว
ตั้งยี่สิบกว่าปี ไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกจะเป็นยังไงบ้าง
แก้วตาเข้าไปยังห้องข้างๆโดยที่ไม่รอให้ยศพงศ์ ได้เปิดปากพูดอะไร ส่วนแม่บ้านหลิวก็เดินตามหลังไปติดๆ
เมื่อธเนศพลเดินออกมาเห็นยศพงศ์ ก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายแก่ลงเพียงชั่วพริบตา ก็อดที่จะทอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ จึงสั่งให้คนรอบๆสลายตัว แล้วรินน้ำอุ่นๆมายื่นให้ด้วยตัวเอง
ยศพงศ์ยังคงนิ่งเหม่ออยู่อย่างนั้น เมื่อพบว่าคนที่ยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้เป็นธเนศพลก็รับรับเอาไว้ แล้วเอ่ยพูดขอบคุณ
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ถ้าจะพูดถึงเรื่องอำนาจ ทั้งๆที่อำนาจของตระกูลธนโชติเกียรติโกศลยิ่งใหญ่กเทียมฟ้า แต่ธเนศพลที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ห็นจะเติบโตมาอย่างบิดเบี้ยวและเดินทางผิด แต่ทำไมไอ้เศษเดนลูกชายเขาถึงได้กลายมาเป็นพิษภัยของสังคมแบบนี้ล่ะ?
เขาเองก็นับได้ว่าเป็นคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับคุณท่านขวัญชัย ทั้งๆที่เห็นตลอดว่าคุณท่านขวัญชัยสั่งสอนลูกชายยังไง แต่ทำไมลูกของเขาถึงได้เดินมาถึงจุดนี้ล่ะ?
ยศพงศ์ คิดไม่ตก จึงมองน้ำที่ถืออยู่ในมือเนิ่นนานไม่ยกขึ้นดื่ม
ธเนศพลถอนหายใจออกมา “ลุงพงศ์ ไม่ต้องห่วงนะ พวกผมไม่ดึงคนที่ไม่รู้อิโหน่ดิเหน่เข้ามาเกี่ยวด้วยหรอก เรื่องนี้คงเป็นความเห็นของคุณอามาแล้วใช่ไหม?”
ยศพงศ์ ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นแต่กลับไม่พูดอะไรออกมา
จะให้พูดอะไรล่ะ?
ต่อให้เขาห้าม ต่อให้เขาไม่อนุญาตแล้วยังไงต่อฒ ยังไงเรื่องที่พวกสารเลวนั่นทำเอาไว้ก็ไม่มีทางปิดไปได้ตลอดหรอก จากที่เคยเห็นตระกูลโตเล็กจัดการแล้ว ยังไงก็คงค่อยๆถูกจัดการอยู่วันยังค่ำ
ใครจะไปคิดว่าปาณีจะมาเจอนรมนล่ะ?
บางทีนี่อาจจะเป็นโชคะตาก็ได้
เมื่อธเนศพลเห็นอีกฝ่ายเงียบ ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์
จริงๆแล้วตั้งแต่เด็กยันโต เขาเองก็ถือว่าสนิทกับยศพงศ์ ตาแก่นี้ทำเพื่อชาติเพื่อประชาชนจริงๆ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพอแก่แล้วจะถูกลูกชายลูกสาวทำรลายเกียรติยศจนย่อยยับ
เขาเดินเข้าไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้ พูดเสียงแผ่วเบาว่า “ลุงยังมีผมมีคุณท่าน และปาณีนะ”
ยศพงศ์รู้สึกคัดจมูกขึ้นมาในทันที ชั่วขณะนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาเป็นทาง
ทหารเก่าผู้ซึ่งไม่เคยเสียน้ำตาแม้ผ่านมากี่สนามรบ ทว่าในตอนนี้กลับกำลังร้องไห้น้ำตาแตกเหมือนเด็ก
ธเนศพลรู้สึกเศร้า
สุดท้ายในช่วงบั้นปลายของชีวิตผู้กล้า ต้องมาขาดลูกสิ้นหลาน ไม่ว่าใครก็ต้องร้องไห้เสียใจกันทั้งนั้น
แก้วตาไม่รู้และไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของยศพงศ์ในตอนนี้ เธอเดินเข้ามาในห้องของปาณีอย่างอดรนทนรอไม่ไหวทว่ากลับต้องเปลี่ยนเป็นระมัดระวัง
คนที่นอนอยู่ในห้องอยู่ตรงหน้า คือลูกสาวที่เธอคิดถึงและห่วงหามาตลอด เธอรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในวันวาน
แม่บ้านหลิวกุมมือของแก้วตาเอาไว้แน่น เอ่ยพูดเสียงเบาว่า “คุณผู้หญิง อย่าตื่นเต้นมากไปนะคะ”
“ฉัน ฉันจะไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้น”
แม่ว่าแก้วตาจะพูดอย่างนั้น แต่ร่างกายของเธอกลับสั่นระริก หน้าผากก็มีเหงื่อซึม
แม่บ้านหลิวช่วยประคองแก้วตาเอาไว้ เมื่อแก้วตาเปิดประตูห้องเข้าไป ก็มองเห็นปาณีนอนอยู่บนเตียงโดยใส่เครื่องช่วยหายใจเอาไว้
แวบแรกที่เห็น น้ำตาของแก้วตาก็ไหลออกมาทันทั
“ลูก.....”