ตอนที่ 1712
บทที่ 1712 ต้องทำอย่างนี้กับยัยคนนี้
October 31, 2026
“ใคร?”
นรมนหันหน้ามาอย่างรวดเร็ว แต่กลับได้เห็นแค่เงาจางๆเท่านั้น
บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ชั่วพริบตาเดียว ก็มีคนวิ่งตามไปทันที
“คุณกลับมาจากสนามรบได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยหรือเปล่า?”
นรมนรู้สึกเป็นกังวลใจเล็กน้อย
บุริศร์ลูบผมของเธอแล้วพูดเสียงเบาๆว่า “อย่าเพิ่งสนใจผมเลย ร่างกายคุณไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหา ฉันมีสูตรยารักษาโรค แล้วยังเอาไปให้พฤกษ์ทางนั้นด้วย แต่ว่า เพื่อรับรองความปลอดภัยก็ต้องกักตัวสิบสี่วันเหมือนกัน ทำอย่างนี้จะได้เป็นการรับผิดชอบต่อตัวเองและคนในประเทศด้วย”
นรมนเข้าใจสภาพร่างกายของตัวเองดี สถานการณ์โรคติดต่อที่ตรวจพบในที่นี่ก็ไม่ได้มีอาการอะไรมากเท่าไหร่ แต่ว่าคนในประเทศอาจจะไม่คิดเช่นนี้ ดังนั้นยังไงเธอก็ต้องระวังตัวไว้
“ตามหลักการแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ตระกูลนนท์สัจทัศน์ถึงแม้จะดับสูญไปแล้ว ก็จริง แต่ว่าใครจะไปรู้ว่าจะมีคนคอยฉวยโอกาสอยู่อีกหรือเปล่า ดังนั้นก็ไม่ควรประมาท ประเดี๋ยวฉันจะให้วินเซนต์ควบคุมคนที่นี่ให้ดี ภายในสิบสี่วันห้ามใครออกจากที่นี่ไป”
สีหน้าบุริศร์เคร่งขรึมเล็กน้อย
นรมนกลับไม่ได้คิดถึงอย่างอื่น เพียงแต่รู้สึกว่าทำอย่างนี้มันไม่ค่อยถูกหลักมนุษยธรรมเท่าไรนัก
“ความจริงแล้วไม่จำเป็นจะต้องใช้ความรุนแรงกันเลย ทุกคนต่างก็เข้าใจประโยชน์ในการกักตัวเอง น่าจะร่วมมือกันได้ อีกทั้งตอนนี้ก็ผ่านไปสองวันแล้ว ฉันเห็นอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนก็ยังพอไหวอยู่”
“สองวันกับสิบสี่วันมันไม่เหมือนกันนะ นรมน นิสัยคนบางครั้งก็ไม่มีความอดทนต่อเวลาที่ยาวนานเกินไปก็ได้”
สายตาของบุริศร์ดูเหมือนยากที่จะอธิบายอะไรออกมา
จู่ๆนรมนก็รู้สึกไม่คุ้นชินกับบุริศร์ในตอนนี้เลย
อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตัวเองไม่รู้ก็ได้? ทำให้บุริศร์มีความเข้าใจนิสัยของผู้คนได้อย่างลึกซึ้งเพียงนี้?
นรมนในใจครุ่นคิดอยู่ แต่ก็ไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ต่อไปแล้ว จึงลุกขึ้นมา
“ฉันจะไปทำอะไรให้คุณกินนะ สถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ ทุกคนก็มีกำลังคนไม่เพียงพอ แล้วไม่มีคนมาคอยบริการคุณด้วย อีกอย่างวัสดุข้าวของก็มีน้อย งั้นฉันจะทำบะหมี่ราดหน้าให้คุณก็แล้วกันนะ”
“เดี๋ยวผมทำเอง คุณก็เหนื่อยมากแล้ว”
สำหรับบุริศร์แล้ว ไม่มีอะไรที่ทำให้เขาสบายใจมากไปกว่าที่ได้กอดนรมนเอาไว้แล้ว
นรมนกลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจอะไร แล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ให้ฉันได้บริการคุณบ้างสักครั้งเถอะนะ อึ้ม?”
น้ำเสียงลงท้ายของเธอสั่นเล็กน้อย ทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้หัวใจเหมือนถูกเอาไม้ขนไก่มากวาดใส่ แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ได้ อย่าหักโหมเกินไปนะ ที่จริงแล้วถ้าไม่ไหวก็ต้มบะหมี่ชามหนึ่งให้ผมก็พอแล้ว”
บุริศร์ไม่อยากให้เธอลำบากจริงๆ
นรมนกลับหัวเราะแล้วพูดว่า “คุณเป็นถึงท่านหัวหน้านรมน ยังไงเสียก็ยังเป็นถึงประธานใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุดในแถบนี้อีกด้วย กินบะหมี่สำเร็จรูปเหรอ? ถ้าลือออกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก”
“ไม่เป็นไร ขอให้ได้อยู่กับคุณ กินผักหญ้าข้างทางก็ยังรู้สึกเป็นอาหารเลิศรสในโลกนี้แล้ว”
“อย่าปากหวานไปหน่อยเลย ตอนนี้คุณยิ่งมายิ่งกะล่อนแล้วนะ ไม่รู้ว่าไปหัดมาจากใคร”
นรมนทำตาค้อนใส่ จากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าแล้วลงจากเตียง เดินไปยังห้องครัวข้างนอก
บุริศร์ไม่ได้นอนต่อ ถือโอกาสที่นรมนออกไปแล้วจึงรีบส่งข่าวให้กับวินเซนต์
“ช่วยตรวจสอบคนที่อยู่ภายในนี้ด้วย เมื่อกี้มีเงาร่างคนเดินผ่านห้องฉันไปเว็บหนึ่ง ไม่รู้เป็นคนหรือเป็นผี”
วินเซนต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
จะต้องมีใครสักคนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วมารนหาที่ตายถึงที่นี่ มันน่าเบื่อหน่ายจริงๆ
เขาก็ให้คนไปตรวจสอบดู
คิดถึงน้องเมียที่อยู่ที่บ้านตอนนี้ วินเซนต์ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่รู้ว่ายัยคนนี้ตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว จะเป็นเหมือนนรมนที่เป็นห่วงบุริศร์เช่นนั้นหรือเปล่า
น่าจะใช่นะ
ได้ข่าวว่ายัยคนนั้นตั้งท้องแล้ว
เขาทั้งสองคนก็ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ว่าก็ไม่รู้ว่ายัยคนนี้ตอนนี้สมองมีปัญหาหรือเปล่า แล้วยังพูดว่าเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ยอมแต่งงานกับเขา เพราะว่าเขาเป็นพี่เขยของเธอ