ตอนที่ 1774
บทที่ 1774 ถอยออกไปให้ห่างแฟนของฉันเลยนะ
October 31, 2026
ไอราถูกเสียงใสของทั้งสองเรียกจนใบหน้าเริ่มแดงขึ้นมานิดๆ
“ไม่ต้องหรอก เรียกฉันว่าพี่ไอราก็พอแล้ว”
“ได้ยังไง? พี่คือผู้หญิงคนแรกที่พี่รองพามาบ้านเลยนะ ตอนแรกพี่ใหญ่เคยบอกพวกผมว่า ผู้หญิงที่ผู้ชายพามาบ้านแปลว่าจะต้องแต่งงานกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่พาเข้าบ้านหรอก ดังนั้นพี่สะใภ้รอง มีอั่งเปาไหม?”
ท่าทางเหมือนกุ๊ยข้างถนนของภาคิณทำให้กานต์หมดคำจะพูด
หลายปีที่ผ่านมาเขาอยู่ที่กองทหารตลอด กลับมาบ้านไม่บ่อยนัก พอกลับมาที่มีแต่ตามใจพวกเขา คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะพัฒนามาถึงขั้นขออั่งเปาคนอื่นแล้ว?
“จะมาอั่งปงอั่งเปาอะไร? มีแต่กำปั้นฉันนี่อยากได้ไหม?”
คำพูดของกานต์ทำให้ภาคิณฮึดฮัดขึ้นมาในทันที
ด้านไอราก็เอ่ยพูดยิ้มๆว่า “ไม่เป็นไร อย่าไปฟังพี่รองของแกเลย ฉันมาที่นี่ครั้งแรก แถมยังเป็นผู้ใหญ่ ก็ควรจะให้อั่งเปาพวกแกน่ะถูกแล้ว”
“งั้นมาแอดไลน์กันเถอะ พี่สะใภ้รอง”
ภาคิณยื่นคิวอาร์โค้ดในโทรศัพท์ของตัวเองออกมา
กานต์มองมาที่พวกเขาอย่างหมดคำจะพูด ในตอนนี้เองก็ได้ยินเสียงบุริศร์พูดว่า “กิจจา กานต์ พวกแกมานี่หน่อย”
ทั้งสองมองตากัน
กานต์กลับมาช้า จึงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เมื่อจู่ๆถูกบุริศร์เรียกเข้าไปแบบนี้ ก็อดที่จะใช้สายตาสอบถามกิจจาไม่ได้
กิจจาส่ายหน้า แสดงออกว่าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
หลังจากที่ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องหนังสือ บุริศร์ก็หยิบเอกสารออกมาจากตู้ยื่นให้พวกเขา
“ตอนนี้พวกแกอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัว อีกหน่อยกิจจาก็จะหมั้น ส่วนกานต์ก็คงเร็วๆนี้เหมือนกันใช่หรือเปล่า? นี่คือหุ้นของบริษัท ฉันแบ่งเอาไว้ตั้งนานแล้วล่ะ สมบัติของตระกูลโตเล็กแกสองพี่น้องเอาไปแบ่งกันคนละครึ่ง”
คำพูดของบุริศร์ทำให้กิจจาและกานต์นิ่งไปเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างพร้อมเพรียงว่า “คนละครึ่ง? แล้วภาคิณกับภาณล่ะ? ไหนจะกมลอีก?”
“นี่แหละเป็นเรื่องแรกที่ฉันกำลังจะพูดกับพวกแก”
บุริศร์นั่งลง ส่งสัญญาณให้พวกเขานั่งลงด้วย จากนั้นก็พูดว่า “พวกแกเป็นลูกคนโตของฉัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุหรือเหตุผลอะไร สมบัติของตระกูลก็ต้องตกเป็นของพวกแกทั้งนั้น ส่วนกมล เธอเป็นผู้หญิง ไม่ช้าก็เร็วต้องแต่งออกเรือนในสักวัน เรื่องสินเดิมพวกแกตระเตรียมไว้ได้เลย ฉันกับแม่พวกแกจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วม”
เรื่องนี้กานต์กับกิจจาไม่ได้คัดค้านอะไร
เมื่อลูกชายทั้งสองไม่มีความเห็นต่าง บุริศร์ก็พูดต่อว่า “ส่วนภาคิณกับภาณ พวกแกก็น่าจะรู้ ในอนาคตพวกเขาต้องสืบทอดตระกูลพรโสภณ เหล่าอาๆของพวกแกก็ไม่ค่อยสนใจสมบัติของตระกูลพรโสภณเท่าไหร่นัก ก่อนที่คุณตาของพวกแกจะเสียก็ยังทิ้งท้ายเอาไว้ว่าทุกอย่างของตระกูลพรโสภณต้องให้เด็กทั้งสองคนนี้สืบทอด แม้ว่าทรัพย์สินของตระกูลพรโสภณจะมีไม่เท่าตระกูลโตเล็ก แต่ก็ต้องดูแลจัดการให้ดีต่อไป ดังนั้นพวกแกต้องคอยประคองน้องๆอยู่ข้างหลัง เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
กานต์ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังไงก็เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น อะไรที่ช่วยได้ก็จะช่วยแน่นอน
ทว่ากิจจากลับพูดเสียงเบาออกมาว่า “ผมค่อนข้างยุ่งเรื่องที่คณะ ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องธุรกิจหรอกครับ ในเมื่อกานต์รับช่วงต่อกิจการและตำแหน่งผู้นำของตระกูลโตเล็กแล้ว งั้นก็ให้กานต์ดูแลจัดการคนเดียวเถอะครับ”
“พี่ใหญ่ ผมเองก็ไม่ต่างจากพี่เท่าไหร่หรอก ผมกับไอรายังต้องกลับไปที่บ้านเธอเหมือนกันนะ”
กานต์รีบคัดค้าน
กิจจากลับดันกรอบแว่นขึ้นแล้วพูดว่า “ตอนนี้ฉันมีสถาบันวิจัยสามแห่งและโปรเจ็คอีกยี่สิบกว่าโปรเจ็คอยู่ในมือ เวลา24ชั่วโมงในหนึ่งวันฉันใช้มันจนแทบจะกลายเป็น48ชั่วโมง ขนาดนี้โปรเจ็ควิจัยของฉันก็ยังไม่เสร็จเลย อีกอย่างพ่อก็มอบหมายให้ฉันวิจัยหมู่บ้านดารายนด้วย ฉันอยากช่วยแกอยู่นะน้องชาย แต่น่าเสียดายที่พี่ชายคนนี้ไม่มีเวลา”
กานต์ดึงปาก
“ได้ ผมรับช่วงต่อเองก็ได้ ผมพอจะดูออก รู้งี้ไม่น่ากลับมาเลย”
“แกกลับมาช้า ถ้าแกกลับมาเร็วกว่านี้สักปีสองปี ฉันกับแม่แกคงได้เที่ยวรอบโลกไปหลายเมืองละ”
บุริศร์พูดออกมาเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง พลันทำให้กานต์รู้สึกอยากต่อยหน้าคน
แต่ไม่รู้ว่าต่อยพ่อตัวเองแล้วจะบาปหรือเปล่า