ตอนที่ 240
บทที่ 240 หวังว่าเธอคงจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
October 22, 2026
บทที่ 240 หวังว่าเธอคงจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
นรมนรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองนั้นกำลังถูกฉีกขาดแหลกลาญ
จนในที่สุดเธอก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนได้ไหลออกมา
“นายหญิง พวกเรารีบไปกันเถอะ”
กิมจิรู้ว่าจิตใจของเธอนั้นเจ็บปวดทรมาน แต่ว่าก็ไม่มีทางอื่นใด ที่นี่คือท่าเรือ ถ้าเป็นที่สังเกตให้คนอื่นเห็น จะไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้กับกมลและคนอื่นๆได้
นรมนจึงอดกลั้นความเจ็บปวดนั้น พยักหน้าแล้วเดินตามกิมจิออกจากท่าเรือไป
“พวกเราจะไปที่ไหนครับ”
“ไปที่ที่บุริศร์อยู่ในตอนนี้”
นรมนรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะหลบซ่อนตัวอีกต่อไป
การต่อสู้ครั้งนี้เกิดขึ้นจากเธอ ก็สมควรที่จะจบลงที่เธอ
นรมนให้กิมจิจอรถลงที่Fallen heaven แล้วเธอลงจากรถคนเดียว จากนั้นเธอก็ขับรถไปหาบุริศร์
รเมศได้รับข้อความที่บอกว่าแยมได้รับบาดเจ็บสลบไป ก็รู้ว่าทางฝั่งแยมเกิดเรื่องแล้ว
เขาจึงร้อนรน แต่ก็ถูกบุริศร์คอยดึงรั้นเอาไว้ ให้เขาไม่สามารถจะปลีกตัวออกไปได้
แววตาของชายหนุ่มทั้งสองจ้องมองกันราวกับจะชกตีกัน เลขาไพลินได้วิ่งเข้ามาอย่างลนลาน พูดกับรเมศว่า : “ประธานรเมสครับ โรงงานที่อยู่ทางเหนือของเราเกิดไฟไหม้ขึ้นกะทันหันครับ”
รเมศจึงหันพรึ่บไปมองทางบุริศร์
แววตาบุริศร์ที่เย็นชา
“เป็นคุณใช่ไหม”
“ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร”
เมื่อบุริศร์รู้ว่านรมนไปหาแยมเพียงลำพังก็เป็นห่วงมาก แต่เขากลับปลีกตัวไปไม่ได้ จึงได้ให้พฤกษ์สร้างสถานการณ์ด้วยลยุทธ์กลยุทธ์ศึกแบบโจมตีสถานที่ตั้งของกองทัพศัตรูที่อยู่ด้านหลัง แล้วบังคับให้ศัตรูถอนกำลัง เพื่อถ่วงเวลาให้นรมน และหวังว่านรมนนั้นจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย
เมื่อได้ยินคำพูดของเลขาไพลินในตอนนี้ บุริศร์ก็รู้ว่ากลยุทธ์กำลังจะส่งประสิทธิผล
ตอนนี้รเมศแทบอยากจะชกบุริศร์ แต่ติดตรงที่มีนักข่าวอยู่ด้วย เขาจึงทำอะไรไม่ได้
ทั้งคู่เกือบจะแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
และในขณะนั้นเอง พฤกษ์ได้พาคนมาถึง
“ประธานบุริศร์”
เมื่อเห็นพฤกษ์มาถึงแล้ว แววตาของรเมศก็ยิ่งอึ้งเข้าไปอีก
“รีบไปที่วิลล่าดูแยม รีบไปดูเร็ว”
เลขาไพลินถูกรเมศไล่ไปแล้ว
ตุลยาเห็นเงาบุริศร์ในหมู่ฝูงชน จึงอยากจะมุ่งหน้าเข้าไป แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าที่เสียโฉมของตัวเอง ทำให้เธอเกิดอารมณ์โกรธขึ้น
บ้าชะมัด เสียโฉมไม่เสียตอนไหน ดันมาเสียโฉมเอาตอนนี้
น่าเสียดายจังที่ผู้ชายในฝันของเธออยู่ตรงหน้า แต่เธอกลับไม่สามารถที่จะยืนอยู่ข้างๆเขาต่อหน้าผู้คนได้อย่างเปิดเผย
รเมศมองบุริศร์แล้วยิ้มอย่างเย้ยหยัน : ประธานบุริศร์นี่ช่างหาวิธีได้นะ “
“ชื่นชมเกินไปแล้ว ถ้าเทียบกับประธานรเมศแล้ว ผมแค่ปลายแถวยังห่างชั้นเชิงอีกเยอะ”
บุริศร์ยิ้มแล้วพูดเยาะเย้ย
“ไม่ทราบว่าประธานบุริศร์ยังจำคดีที่ร่วมมือกันระหว่างเราได้ไหม”
รเมศได้ดึงคดีรถยนต์ที่ได้ร่วมมือกันเข้ามาข้องเกี่ยว
บุริศร์แม้ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่กลับพูดอย่างเย็นชากลับไปว่า : “ถ้าผมจำไม่ผิดบริษัทวัชโรทัยได้ถอนคดีนี้แล้วนิ อีกทั้งแบบภาพวาดของแคทเธอรีผู้ออกแบบก็ถูกตระกูลวัชโรทัยเก็บกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไม ตอนนี้ประธานรเมศต้องการอยากร่วมมืออย่างนั้นเหรอ”
รเมศยิ้มพูดอย่างเจ้าเล่ห์ : “ร่วมมืออะไรกัน แบบภาพวาดนี้แคทเธอรีเป็นผู้ออกแบบ แม้ว่าภาพกระดาษจะกลับมาแล้ว แต่แคทเธอรีนักออกแบบกลับถูกประธานบุริศร์รั้งตัวไว้ ประธานบุริศร์วางแผนได้อย่างรอบคอบเลยนะ”
“ประธานรเมศวางใจได้ ภาพวาดที่ออกแบบให้กับบริษัทวัชโรทัย จะไม่มีทางปรากฏอยู่ที่บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดของตระกูลโตเล็กอย่างแน่นอน”
นรมนได้ยินเสียงดังขึ้น จึงได้เดินผ่านฝูงชนตรงไปยังพวกเขาทั้งสอง
ตอนที่รเมศเห็นนรมนก็ถึงกับตกใจ จนตัวชะงักงันไป
แม้เขาจะรู้ว่าแผนการตัวเองจะล้มเหลวเสียแล้ว แต่ก็ไม่นึกว่านรมนจะมาที่นี่ได้ ยิ่งนึกไม่ถึงว่าจะมาที่นี่ได้เร็วขนาดนี้
แต่เมื่อบุริศร์เห็นนรมนก็ถึงกับขมวดคิ้ว
ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรือว่าที่นี่อันตรายมากแค่ไหน เธอมาทำอะไรที่นี่
บุริศร์กับรเมศหันไปมองนรมนเกือบจะพร้อมกัน
นรมนไม่ได้เดินไปหาบุริศร์ แต่กลับมุ่งหน้าไปหารเมศ ยิ้มแล้วพูด: “ไม่เจอกันตั้งนาน ประธานรเมศ”
การเรียกเช่นนี้ทำให้รเมศแทบก้าวเท้าไม่ออก
เขาเห็นนรมนแม้จะกำลังยิ้มอยู่ แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าชวนมอง
แววตาของเธอแฝงไปด้วยความเย็นชาและความเหินห่าง
ต่อให้เป็นตอนที่เขาพานรมนมาจากFallen heavenแล้วพากลับไปกักขังที่วิลล่า นรมนก็ไม่เคยใช้สายตาเช่นนี้มองเขา แต่สายตาของเธอในตอนนี้ทำให้รเมศถึงกับก้าวถอยหลัง
เธอรู้อะไรมา
หรือว่าแยมพูดอะไรกับเธอ