ตอนที่ 367
บทที่ 367 ไม่ว่าพิสูจน์ยังไงก็ไม่สามารถลบล้างความผิดได้
October 22, 2026
บทที่ 367 ไม่ว่าพิสูจน์ยังไงก็ไม่สามารถลบล้างความผิดได้
“เจตต์ นายอย่ามาแกล้งโง่ต่อหน้าฉันหน่อยเลย”
บุริศร์สังเกตพิรุธอะไรจากสีหน้าของเขาไม่ได้ แต่ก็ถามขึ้นอีกคำนึง
เจตต์อารมณ์ขึ้นทันที
“นายพูดอะไรกันแน่?อย่าพูดให้สับสนได้มั้ย?ฉันไม่รู้เลยว่านายจะเอาอะไรจากฉันกันแน่?รูปถ่ายอะไร?ฟิล์มอะไร?ฉันเคยถ่ายรูปกับนายงั้นหรอ?นายบุริศร์ นายพูดให้เคลียร์กับฉันเลยนะ ถึงฉันจะเป็นผู้ชายเจ้าสำราญ แต่ก็ไม่ใช่ว่านายจะมากล่าวหาแบบนี้ได้ง่ายๆ”
บุริศร์เห็นเจตต์โกรธแบบนี้ แล้วขมวดคิ้ว
ถ้าไม่ใช่เจตต์เป็นคนส่งจริง แล้วหมายความว่าจะให้เขายอมเอารูปเปลือยของนรมนให้เจตต์ดูทีนึงงั้นหรอ?
แค่คิดแล้ว บุริศร์ก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมา
“นายแน่ใจนะ ว่าไม่เคยส่งอะไรให้คมทิพย์?โดยเฉพาะรูปถ่าย?”
“ฉันประสาทรึไง?ดึกดื่นแบบนั้นส่งรูปไปให้เธอ?ฉันว่างมากนั้นหรอ?แล้วฉันไม่รู้หรอ ว่าเธอเป็นเพื่อนรักของนรมนน่ะ?”
ที่เจตต์พูดมันก็มีเหตุผลอยู่ แต่บุริศร์ก็พูดอย่างเย็นชา:“นายรู้ว่าเธอเป็นเพื่อนรักของนรมน นายก็ยังเกือบจะปล้ำเธอแล้วเลยไม่ใช่หรอ”
“เหี้ย!”
นี่มันเป็นความอัปยศสำหรับเจตต์ชัดๆ
จนถึงตอนนี้ เขายังไม่รู้ว่าคืนนั้น ตัวเองกลายเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง เหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างไงอย่างนั้น แต่พอหลังจากที่ไปสืบ ก็ไม่มีเบาะแสอะไรเลย
เจตต์โกรธจนใช้เท้าถีบเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าออก จากนั้นก็นั่งโกรธอยู่ในนั้น
บุริศร์เห็นว่าถามไม่ได้ความอะไร แล้วพูดอย่างเย็นชา:“พรุ่งนี้ นายไปบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์กับฉันหน่อย แล้วตรวจสอบค้นข้อความในวันนั้นออกมา แล้วนายก็ดูเองแล้วกัน”
“ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอก ไปตอนนี้เลย”
เจตต์ไม่อยากให้ตัวเองถูกกล่าวหาลอยๆแบบนี้
ตอนนี้ฟังความหมายของบุริศร์พูดแล้ว เห็นชัดว่าเรื่องทั้งหมดนี่เหตุเพราะรูปถ่ายรูปนึง แต่ในสมองของเขา จำเรื่องที่ส่งรูปให้กับคมทิพย์ไม่ได้เลยจริงๆ
เห็นเขายืนหยัดขนาดนี้ บุริศร์ก็ไม่พูดอะไร ทั้งสองคนรีบไปที่บ้านประธานแห่งบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ ใช้เส้นสายของตัวเอง บังคับคนอื่นไปช่วยพวกเขาตรวจสอบบันทึกสายเรียกเขาหรือข้อความที่ส่งเข้าออกดึกดื่น
ตอนที่เจตต์เห็นบันทึกสายเรียกเขาของตัวเองได้โทรหาคมทิพย์จริง และส่งข้อความภาพให้เธอจริง ตอนนั้น เขาอดรู้สึกอึ้งไม่ได้
“เป็นไปได้ยังไง?วันนั้น ฉันไม่ได้โทรหาเธอจริงๆนะ!”
“นั้นนายคิดว่า จู่ๆคมทิพย์จะวิ่งไปสาดเหล้าหน้านายโดยไม่มีเหตุผลงั้นหรอ?”
เห็นชัดว่าบุริศร์ไม่เชื่อคำพูดของเจตต์
เจตต์พูดด้วยความโกรธ:“ฉันเปล่าจริงๆนะ!ถ้าฉันเคยโทร ทำไมฉันต้องไม่กล้ายอมรับด้วย?ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอยังทำไปแล้วเลย กับอีแค่แค่โทรศัพท์สายเดียว ฉันจะไม่กล้ายอมรับงั้นหรอ?เรื่องที่ฉันทำฉันก็กล้ายอมรับ แต่เรื่องที่ฉันไม่ได้ทำ ทำไมฉันต้องพูดโกหกด้วย?”
คำพูดนี้ ทำให้บุริศร์คิดอีกครั้ง
ก็ใช่นะ
ฉายาหนุ่มเจ้าสำราญของเจตต์ คนในเมืองชลธีรู้กันทั่ว ถ้าเขาเป็นคนโทรหาคมทิพย์จริง นั้นเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่กล้ารับ เป็นอย่างที่เขาพูด เรื่องปล้ำคมทิพย์เขายังทำไปแล้วเลย ยังจะกลัวคนอื่นพูดเรื่องกับแค่โทรศัพท์สายเดียวรึไง?
แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปเปลือย ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เจตต์จะไม่ยอมรับ
คิดแล้ว บุริศร์ก็จ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา ตาคู่นั้นราวกับมีดคมอย่างไรอย่างนั้น
เจตต์รู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างมาก
“เป็นรูปอะไรกันแน่?สามารถให้ฉันดูได้มั้ย?ฉันงงมาก ในมือถือของฉันไม่ได้บันทึกอะไรไว้เลย ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้?”
“มือถือของนายไม่มีงั้นหรอ?”
“ไม่มี!”
เจตต์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง เลยยื่นมือถือของตัวเองให้บุริศร์ไปโดยตรง
“ไม่เชื่อนายก็ดูสิ”
บุริศร์ก็ไม่เกรงใจ รับมือถือไป เปิดคุ้นดูไฟล์รูปในมือถือจนทั่ว ก็ไม่เจอรูปของนรมนสักใบเดียว
หรือว่าเจตต์จะลบออกแล้วงั้นหรอ?
หรือว่ามีเหตุผลอื่น
“ไป!”
บุริศร์พาเจตต์จากไป ทำเอาประธานแห่งบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พูดอะไรไม่ออกเลย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
ดึกดื่นป่านนี้เรียกเขาออกมา ก็แค่เพื่อหาบันทึกสายโทรศัพท์สายเดียวเนี่ยนะ?ตอนนี้ ทั้งสองคนหมดเรื่องก็ไปเลย แต่เขากลับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะไปหรือไม่ไปดี ?
ประธานแห่งบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังไม่ทันจะอ้าปากถาม บุริศร์กับเจตต์ก็ขึ้นรถไป แล้วขับไปที่บ้านของเจตต์ไปเลย
บุริศร์ไม่เกรงใจเลยแม้แต่นิด เปิดคอมของเจตต์ขึ้นมาโดยตรง พวกรหัสอะไรพวกนี้ เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับบุริศร์มาก
เจตต์เห็นคอมของตัวเองถูกบุริศร์เข้าได้อย่างง่ายดาย แล้วอดไม่ได้พูด:“อย่างน้อย นายก็ควรจะเคารพในความเป็นส่วนตัวของฉันหน่อยได้มั้ย?”
บุริศร์ขี้เกียจจะพูดกับเขา เริ่มค้นหาอะไรบางอย่างจากคอมของเขาอย่างไม่เกรงใจ
ในคอมของเจตต์มีไฟล์และรูปภาพเต็มไปหมด น่าเกลียดจนทนดูไม่ได้ บุริศร์เห็นแล้วขมวดคิ้วจนแน่น แทบอยากจะล้างข้อมูลในคอมของเขาออกให้หมด
เจตต์ก็รู้สึกหน้าแดง
ไอ้ที่เขาจะดูภาพพวกนี้ตอนดึกดื่นยังไงก็ได้ ตอนนี้กลับถูกคนอื่นเปิดต่อหน้าแบบนี้ ฟังเสียงครางในนั้นแล้ว ดูรูปที่บาดตาพวกนั้น เจตต์รู้สึกหน้าตัวเองกำลังจะไหม้
“นี่ฉันว่านายกำลังหาอะไรกันแน่?”