ตอนที่ 387
บทที่ 387 เธอทำลายฉันไม่ได้อีกแล้ว
October 22, 2026
บทที่ 387 เธอทำลายฉันไม่ได้อีกแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น? ลูกตะโกนอะไรน่ะ?
คุณนายโตเล็กรีบออกมาอย่างรวดเร็ว แต่กลับหยุดบุริศร์ไม่อยู่
นรมนคว้าตัวเขาไว้แล้วพูดว่า : “เรื่องนี้ยังต้องถามกานต์ดูก่อนนะคะ คุณอย่ากล่าวหาลูกผิดๆ”
“ผมกล่าวหาเขาเหรอ? ไม่มีใครทำเรื่องอย่างนี้ได้ มีแค่กานต์เท่านั้น!”
บุริศร์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เจ้าเด็กแสบนี่ ถ้าไม่ได้หาเรื่องมาให้เขาก็ไม่สบายใจอย่างแท้จริง
กานต์เพิ่งจะถอนโดรนกลับมา ทันทีที่ได้ยินบุริศร์ตะโกนเรียกตนเองจนสุดเสียง เขาก็หดคอลงด้วยความหดหู่เล็กน้อย
ยายแก่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาคนนั้น ถ้าไม่ได้เป็นคนจิตใจคับแคบจริงๆจะฟ้องได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
“พี่ชาย ทำยังไงดี? ดูเหมือนแด๊ดดี้จะโกรธมากเลย”
กมลไม่ค่อยเห็นบุริศร์มีอารมณ์รุนแรงขนาดนี้
อันที่จริงกานต์เองก็กลัวเช่นกัน แต่กลับยังยิ้มและพูดว่า : “ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ต้องออกไป เรื่องนี้ฉันทำคนเดียว ฉันยอมรับเองคนเดียว”
“งั้นพี่จะโดนตีมั๊ยคะ?”
กมลกระพริบดวงตาโต บนหน้ามีความกังวลใจ
“ไม่มีทาง! คุณบุริศร์ไม่ตีฉันหรอก วางใจเถอะ”
อันที่จริงในใจของกานต์ก็ไม่แน่ใจอย่างมาก แต่เมื่อเห็นกมลกังวลใจก็อดไม่ได้ที่จะปลอบใจเธอ
“ไม่งั้นหนูไปจัดการขอร้องแด๊ดดี้ให้หนูจะบอกว่าหนูเป็นคนทำ แด๊ดดี้รักหนูมาก ไม่มีทางลงโทษหนูหรอก”
กมลในตอนนี้ทำให้กานต์ประทับใจมากจริงๆ การที่เขารักเธอไม่เปล่าประโยชน์เลย
“ไม่ต้องหรอก ฉันเป็นเด็กผู้ชาย มีเหตุผลไหนกันที่เด็กผู้ชายทำผิดแล้วจะให้เด็กผู้หญิงออกหน้ารับแทน? ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจัดการได้!”
กานต์พูดจบก็พากมลไปไว้ในห้องแล้วปิดประตูและตนเองก็เดินออกมา
นรมนยังคงดึงบุริศร์เอาไว้ คุณนายโตเล็กเองก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้อารมณ์ของบุริศร์ได้บรรเทาลง บุริศร์โยนโทรศัพท์ไปที่กานต์โดยตรงเมื่อเห็นเขาเดินออกมา
“ลูกทำหรือเปล่า?”
กานต์มองเห็นรูปห้องนั่งเล่นของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาที่เต็มไปด้วยความเละเทะแล้วก็เม้มปากก่อนจะพูดว่า : “โตขนาดนั้นแล้ว ยังฟ้องเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่อีก เป็นคนแก่ไม่น่าเคารพจริงๆ”
“ลูกยังจะมีเหตุผลอยู่ไหม?”
บุริศร์เห็นกานต์ที่ไม่ยอมรับผิดอย่างนี้แล้ว และทำราวกับว่าการที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดามาหาถึงหน้าประตูบ้านเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล บุริศร์โกรธจนอยากจะชกเขาจริงๆ
กานต์กลับยืดคอตรงแล้วพูดว่า : “เธอรังแกหม่ามี้และทำให้หม่ามี้ไม่มีความสุข ผมแค่อยากจะสั่งสอนเธอว่ามันเป็นยังไง? ยายแก่คนนั้นทำเกินไปมาก ถึงแม้ว่าหม่ามี้จะไปแล้ว แต่เธอก็ยังพูดว่าร้ายหม่ามี้ต่อหน้าคุณชายธรณี คนแบบนี้ถ้าผมไม่สั่งสอนเธอ ผมก็ไม่ถือว่าเป็นคน!”
นรมนตกตะลึงในทันใด
เธอรู้ถึงความสามารถของกานต์ เพียงแค่นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องวุ่นวายของตัวเองจะส่งผลให้ลูกเกิดความโกรธเคืองไปด้วย
“กานต์ นี่เป็นเรื่องระหว่างพวกเราผู้ใหญ่ ลูกไม่ควรยุ่งนะ”
“ผมไม่สน ไม่ว่าใครก็ตามถ้ามารังแกหม่ามี้แล้ว ผมก็จะเอาเรื่องคนนั้น เธอจะจับผมไปสถานีตำรวจก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
ด้วยท่าทางหน้าด้านหน้าทนของกานต์ทำให้บุริศร์หัวเราะด้วยความโกรธเคืองแล้วจริงๆ
“จับไปสถานีตำรวจ? ลูกนึกว่าบ้านเราเปิดสถานีตำรวจหรือไง? ลูกคือคุณชายของตระกูลโตเล็ก! ลูกถูกจับไปสถานีตำรวจแล้วประวัติส่วนตัวหลังจากนี้ไม่ใช้หรือไง? โตขึ้นลูกไม่อยากเป็นทหารแล้วงั้นเหรอ? พ่อจะบอกลูกนะ ถ้าลูกเข้าสถานีตำรวจไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเป็นทหารหรอก ลูกไม่มีคุณสมบัติจะเข้าโรงเรียนเตรียมทหารด้วยซ้ำ!”
ทันทีที่บุริศร์พูดขนาดนี้ นรมนก็รู้สึกกระวนกระวายใจบ้างแล้ว
เขาบิดชายเสื้อของตัวเอง ท่าทางไม่สบายใจแต่ก็ยังดึงดัน นรมนปวดใจอย่างมากที่ได้เห็น
“เอาเถอะค่ะ ลูกเองก็ทำเพื่อฉัน ท้ายที่สุดแล้วคือฉันไม่ดีเอง ฉันเอาอารมณ์ของตัวเองเข้ามาในบ้านเลยส่งผลไปถึงลูก เรื่องวันนี้ ฉันจะไปบ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเพื่อขอรับโทษด้วยตัวเอง ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจะด่าทอหรือทุบตีฉันยอมรับได้ทั้งหมด ขอเพียงแค่ไม่ถามหาความรับผิดชอบกับกานต์เท่านั้น ต้องการอะไรก็พูดได้เลย”
คำพูดของนรมนทำให้กานต์ไม่สบายใจขึ้นมาไม่น้อย
“หม่ามี้ ผมทำผิดไปใช่หรือเปล่าครับ?”
“เพราะกานต์คิดถึงหม่ามี้มาก หม่ามี้ปลื้มใจและมีความสุขมากเลยจ้ะ แต่ว่าบางครั้งวิธีการบางอย่างต้องมีเหตุมีผล เหมือนกับลูก การใช้โดรนสร้างความเสียหายให้กับบ้านของคนอื่นนี่ไม่ใช่วิธีการแรกที่ควรทำเลยจริงๆ ตอนนี้ลูกอายุยังน้อย อีกฝ่ายอาจจะไม่มีวิธีเอาผิดลูกได้ แต่เมื่อลูกอายุมากขึ้น พฤติกรรมเช่นนี้ของลูกมันผิดกฎหมาย รู้หรือเปล่า?”
นรมนเห็นว่ากานต์เกิดความกลัวขึ้นมาไม่น้อย แต่ยังไงก็ต้องบอกเรื่องนี้ให้เขาฟัง
ลูกยังเด็กเกินไป เพียงแค่เพื่อระบายความแค้นให้เธอเท่านั้น เพียงแต่ถ้าอีกฝ่ายกัดเรื่องนี้เอาไว้ไม่ปล่อย เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วเด็กทำอะไรผิดไปต้องเป็นผู้ใหญ่ที่แก้ไข
“หม่ามี้ ขอโทษครับ ผมจะไป! ผมทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เป็นผมทำเอง ผมจะไปยอมรับผิด เธอจะตีจะลงโทษผมผมยอมรับทั้งหมดเลย!”
“แกจะยอมรับกะผีอะไร!”
บุริศร์ระเบิดคำหยาบมาตรงๆ
แม่บุริศร์ส่ายหัวเล็กน้อย พร้อมกับถึงข้อมือของบุริศร์แล้วพูดว่า : “พูดได้ยังไงเนี่ย?”
บุริศร์รู้ว่ากานต์คิดว่าตัวเองสูงส่งมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเขามีวิธีการที่ค่อนข้างอัจฉริยะ ยิ่งทำให้ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ปกติแล้วเรื่องอื่นก็ช่างมันได้อยู่ แต่ถ้าหากตอนนี้ยังไม่ทำการห้ามปรามและชี้แนะแล้วล่ะก็ กลัวว่าเด็กคนนี้จะก่อหายนะขึ้นมาในอนาคตจริงๆ
“ไป! ไปยืนท่าทหารตรงนั้นให้พ่อเลย พ่อกับหม่ามี้ของนายยังไม่กลับ ลูกก็ห้ามขยับ อย่าคิดว่าพ่อไม่อยู่บ้านแล้วจะขี้เกียจได้นะ ไตร่ตรองว่าตัวเองทำผิดที่ตรงไหนให้ดี”
บุริศร์ชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นพร้อมกับพูด
นรมนปวดใจไม่น้อย แต่เธอเองก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียใจกับเรื่องของลูก บุริศร์ต้องสอนลูกๆ เธอไม่อาจจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องวันนี้กานต์ทำเกินไปจริงๆ