ตอนที่ 652
บทที่ 652 ผู้ชายปกป้องผู้หญิงเป็นเรื่องสมควรทำ
October 31, 2026
บทที่ 652 ผู้ชายปกป้องผู้หญิงเป็นเรื่องสมควรทำ
เธอยังจะสามารถพูดได้อีกไหม?
นี่เป็นเรื่องที่นรมนอยากรู้มาตลอด
ในตอนแรกปัญญ์บอกว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่เก่งมากๆ แต่ไม่เคยมีเวลามาตลอด ตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไร
จากความคาดหวังของเธอในตอนแรก จนเป็นการรอคอย และตอนนี้ก็รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง จากนั้นจึงค่อย ๆ ยอมรับความจริงว่าตนเองเป็นใบ้ แต่วันนี้มองเห็นแววตาเฝ้ารอของกานต์ นรมนจึงพบว่า กานต์เอาใจใส่
เขาเอาใจใส่หม่ามี้ที่เป็นใบ้คนนี้ เขาอยากให้หม่ามี้คนนี้พูดได้ ส่วนตัวเธอเองจากก้นบึ้งของหัวใจตนเองก็อยากจะพูดได้อีกครั้ง
เพียงแต่ยังจะสามารถพูดได้ไหม?
นรมนลูบลำคอของตนเองอย่างไม่รู้ตัว คล้ายกับว่ามีใบหน้าที่ดุร้ายในตอนแรกของคุณนายตระกูลโตเล็กลอยขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง
จนถึงตอนนี้เธอก็ไม่สามารถให้อภัยเธอได้
ทำไมถึงตายอย่างง่ายได้แบบนั้น?
ความผิดของเธอยังไม่ได้ชำระ ตายไปแบบนี้ มันจะไม่ง่ายเกินไปสำหรับเธอเหรอ?
แต่นรมนก็ไม่สามารถไปกับพญายมได้
กานต์เห็นท่าทางของนรมน ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าตนเองพูดผิดไป เขารีบพูดว่า “หม่ามี้ หม่ามี้อย่าเศร้าไปนะครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนหม่ามี้เอง จากนี้ผมจะเป็นดวงตาให้หม่ามี้ เป็นลำคอของหม่ามี้ หม่ามี้วางใจได้ ผมจะตั้งใจเรียนภาษามือ อีกหน่อยผมจะช่วยหม่ามี้แปลนะครับ”
นรมนรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที อดีตที่ทุกข์ทรมานเหล่านั้นเหมือนจะไม่ได้แบกรับอย่างยากเย็นแล้ว
เธอลูบศีรษะของกานต์อีกครั้งด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงใช้ภาษามือพูดว่า “ให้กิจจาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนลูกดีไหม?หม่ามี้พักอยู่กับบ้านตระกูลเจริญไชยนานมากแล้ว หม่ามี้อยากหาบ้านย้ายออกมา จากนั้นหลังจากลูกออกจากโรงพยาบาลก็ไปอยู่กับหม่ามี้ดีไหม?”
กานต์ช่างฉลาดเหลือเกิน เขาเข้าใจความหมายของนรมนทันที
เขากระซิบถาม “หม่ามี้ หม่ามี้จะหย่ากับคุณบุริศร์เหรอครับ?”
นรมนไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร
มองเห็นแววตาที่ไร้เดียงสาของลูกชาย นรมนรู้สึกว่าตนเองช่างโหดร้ายเกินไป
“ขอโทษนะ กานต์”
นรมนรู้ดีกว่าใครว่าเด็กสองคนปรารถนาที่จะมีครอบครัวที่สมบูรณ์มากแค่ไหน คาดหวังที่จะมีแด๊ดดี้อยู่ข้างกายมากแค่ไหน แต่เธอทำไม่ได้จริงๆ
ถึงแม้เธอก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบุริศร์โดยตรง ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณนายตระกูลโตเล็ก แต่ทุกครั้งเมื่อเธอเผชิญหน้ากับบุริศร์ ก็จะนึกถึงคุณนายตระกูลโตเล็ก
สถานการณ์แบบนี้จะทำให้เธอใช้ชีวิตต่อไปกับบุริศร์อย่างไร?
กานต์ยิ้มอย่างฝืนใจ เพียงแต่ยังพูดปลอบโยนนรมนว่า “ไม่เป็นไรนะครับ ผมชินแล้ว หม่ามี้อยู่ที่ไหน ผมก็อยู่ที่นั่น ผมคือคนรักตัวน้อยของหม่ามี้ ผมต้องปกป้องหม่ามี้ ปกป้องหม่ามี้ทั้งชีวิต”
ดวงตาของนรมนมีน้ำตาซึม
เธอไม่มีทั้งคุณธรรมและความสามารถ คิดไม่ถึงว่าจะมีลูกชายที่น่ารักและรู้จักคิดแบบนี้!
กิจจาเอาแต่เงียบมาตลอด
เขาไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมนรมนต้องหย่ากับบุริศร์ เพียงแต่เขาก็ตัดสินใจจะปกป้องนรมน เพียงแต่ในใจรู้สึกเป็นทุกข์อย่างฉับพลัน
เป็นไปได้ไหมว่าหลังจากพวกเขาหย่ากัน เขาจะไม่ได้เจอคุณลุงแล้ว?
เขาจะต้องคิดถึงคุณลุง!
และคิดถึงแด๊ดดี้!
กิจจาลุกขึ้นอย่างเงียบๆ เดินตรงออกไปข้างนอก
“กิจจา หนูจะไปไหน?”
กานต์กลับพูดว่า “หม่ามี้ ให้เขาอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพัก ผมอยู่กับหม่ามี้มาห้าปี และเขาเองก็อยู่กับคุณบุริศร์มาห้าปี”
ทันใดนั้นเองนรมนก็รู้สึกว่าตนเองแม้แต่เด็กก็ยังสู้ไม่ได้
คิดไม่ถึงว่าเธอจะไม่ได้พิจารณาถึงความรู้สึกของกิจจากับลูก ๆ เป็นอันดับแรก
แต่ให้เธอประคับประคองการแต่งงานนี้เพื่อลูก ๆ เธอก็รู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้
“ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ”
ตอนนี้นรมนนอกจากคำนี้ เธอไม่รู้ว่ายังจะสามารถพูดอะไรกับลูก ๆ ได้อีกจริง ๆ
กิจจากับกานต์ต่างพูดง่าย แต่กมลล่ะ?
ถ้ากมลรู้ว่าตนเองต้องการหย่ากับบุริศร์ ต้องทำให้เธอต้องแยกจากบุริศร์ เธอจะเป็นอย่างไร?
นรมนไม่กล้าคิดเลยจริงๆ
หลังจากกิจจาออกไปจากห้องผู้ป่วย ก็เริ่มตามหาร่างของบุริศร์อย่างไม่รู้ตัว แต่เขาตามหารอบหนึ่งก็ไม่เจอบุริศร์
โดยไม่รู้ตัว กิจจามาถึงลานจอดรถ และพบกับรถของบุริศร์ในทันที
รถของบุริศร์แวววาวมาก
กิจจาเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้รถ ก็ได้ยินเสียงโอดโอยอย่างเจ็บปวดของบุริศร์ดังออกมา
“คุณลุง!”
กิจจารีบทุบประตูรถอย่างรวดเร็ว แต่บุริศร์ปวดมากเกินไป ปวดจนไม่อาจสนใจเสียงรอบข้างได้
เห็นบุริศร์ไม่เปิดประตูรถแน่ๆ กิจจารีบวิ่งสุดฝีเท้า
เขาวิ่งเหยาะๆ ไปที่แผนกรักษาความปลอดภัย และลากพนักงานรักษาความปลอดภัยมาที่หน้ารถของบุริศร์
พนักงานรักษาความปลอดภัยได้ยินเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของบุริศร์จากด้านใน แต่รถของบุริศร์มีมูลค่าสูงมากเกินไป พวกเขาเปิดไม่ออก และไม่กล้างัดเปิดออก จึงยืนงงอยู่ตรงนั้นอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปชั่วขณะ
กิจจาร้อนรนอย่างยิ่ง เขาลากพนักงานรักษาความปลอดภัยให้พวกเขาเปิดประตู แต่รถมูลค่าสูงเช่นนี้ พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่สามารถงัดจนประตูรถเสียหายได้
กิจจาร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
ในขณะที่กิจจาตัดสินใจหันตัวเพื่อไปตามนรมน ความเจ็บปวดนี้ของบุริศร์ก็ผ่านพ้นไป
เขามองเห็นด้านนอกประตูมีพนักงานรักษาความปลอดภัยยืนอยู่สองคน จึงเปิดประตูออกอย่างไร้เรี่ยวแรง
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทั้งตัวของเขาไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าขาวซีด เหงื่อไหลชุ่มเสื้อเชิ้ตไปทั้งตัว
ทันใดนั้นเองร่างเล็ก ๆ ก็พุ่งเข้ามาในอ้อมแขนของบุริศร์ ร้องไห้ฮือฮือทันที