ตอนที่ 657
บทที่ 657 ยังคงเป็นรสชาติเดิม
October 31, 2026
บทที่ 657 ยังคงเป็นรสชาติเดิม
หลังจากบุริศร์ออกมา ก็รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าเล็กน้อย ทำไมแค่ให้นรมนดุด่าสักทีความโกรธก็หมดไป?
เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ใช้ภาษามือ แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของภาษามือเธอด้วยซ้ำ แต่จากการแสดงออกของเธอบุริศร์ก็รู้ว่านรมนไม่พอใจ
ภรรยาไม่มีความสุข ผลลัพธ์ที่ตามมาจะร้ายแรงมาก
เขาไม่สนว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร อาจจะพูดว่าเขากลัวเมีย จึงได้เดินคอตกออกมา
แต่หลังจากออกมา ความโกรธของบุริศร์ก็ไม่เหลือแล้ว ในเมื่อไม่สามารถโมโหใส่นรมนได้ งั้นผู้เชี่ยวชาญเศษสวะที่ก่อให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นก็ซวยไปแล้วกัน
บุริศร์หยิบมือถือโทรหาพฤกษ์
“ไม่ว่านายจะใช้วิธีอะไร ฉันต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเศษสวะคนนั้นเข้าคุก อีกอย่าง ถึงแม้จะเข้าไปแล้ว ก็อย่าทำให้มันอยู่ในนั้นอย่างมีความสุข”
เมื่อพฤกษ์ได้รับคำสั่งก็รู้ว่า ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ทำให้บุริศร์ไม่พอใจแน่นอน เขาไม่ได้พูดอะไร ทำตามคำสั่งโดยตรง
นรมนถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินไม่นาน คมทิพย์กับปัญญ์ก็รีบมา
พวกเขามองเห็นบุริศร์นั่งอยู่ตรงทางเดินด้านนอก จึงรีบถามว่า “นรมนเป็นอย่างไรบ้าง?”
บุริศร์มองพวกเขา และตอบกลับไปอย่างเย็นชา “เป็นอย่างไรบ้าง?พวกเธอยังเป็นห่วงอยู่ด้วยเหรอ?พวกเธอทำมาเป็นพูดเป็นห่วงนรมนมาก คิดไม่ถึงว่าจะปล่อยให้เธอก่อเรื่องแบบนี้!พวกเธอรู้หรือเปล่า อาการแพ้สามารถถึงตายได้เลยนะ!”
ปัญญ์ถูกด่าไม่กล้าตอบกลับไปสักคำ
เขารู้ว่านรมนมีแผน แต่ไม่คิดว่าแผนของนรมนจะเป็นเช่นนี้
“จะตะโกนทำไม?เสียงของนายดังมากเลยใช่ไหม?มีฝีมือมีความสามารถ ทำไมนายไม่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคนนี้หายไปจากเมืองBเลยล่ะ?”
แค่พูดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
“ฉันขัดขวางไม่ให้มันมาที่นี่แล้ว ใครกันล่ะที่เป็นคนส่งเที่ยวบินพิเศษไปรับมันมา?ทำร้ายคนของฉันที่รอตรงทุกปากทางจนรออย่างเสียเปล่า”
ได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ ปัญญ์กระแอมไอออกมาอย่างไม่สบายใจ จากนั้นจึงรีบหันหน้าหนีไป
คมทิพย์เข้าใจทันที ดูเหมือนปัญญ์ไปยืมตัวมา
เพียงแต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้แล้วยังไงล่ะ?
คมทิพย์ยังคงพูดอย่างไม่ยอม “ถึงแม้พวกเราจะไปรับมาเขาแล้วยังไงล่ะ?พวกเราไม่ได้ทำเพื่อนรมนหรือไง?หรือว่านายอยากให้เธอเป็นใบ้ไปตลอดชีวิต?ใช่สิ นรมนกลายเป็นใบ้ที่ตระกูลโตเล็กไม่ใช่เหรอ?”
ประโยคนี้เหมือนกริชที่แหลมคม กรีดเข้าไปในหัวใจของบุริศร์ทันที จนเลือดสด ๆ หยดลงมา
เขาเงียบไปโดยพลัน
ปัญญ์รู้สึกว่าคมทิพย์พูดเกินไปแล้ว จึงรีบดึงข้อมือของเธอเอาไว้ และพูดเสียงเบาว่า “พี่ พอเถอะ”
“พออะไรกัน ?คนอื่นรังแกยังไม่ยอมพูดอะไร นี่แกกลัวเขาขนาดนี้เลยเหรอ?หรือการที่โดนเขาต่อยให้สองหมัด มันทำให้ความกล้าของแกหายไปหมดแล้ว?”
คมทิพย์โมโหสุด ๆ
แค่มองเห็นบุริศร์ก็รู้สึกโมโห
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลนรมนเป็นอย่างดี จะให้ชีวิตที่ดีที่สุดแก่นรมน ตอนนั้นเธอจะวางใจมอบนรมนให้เขาได้อย่างไร?
แต่ทว่าตอนนี้ คนดีกลับกลายเป็นแบบนี้ในวันนี้ แถมเขายังทำเสียงดังต่อหน้าเธออย่างไม่ละอายใจ
คมทิพย์ยิ่งคิดยิ่งโมโห จึงพูดออกไปว่า “คุณรีบไปเถอะ อย่ามาอยู่ตรงนี้ให้นรมนเจ็บปวดอีกเลย”
บุริศร์โตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนไล่ แต่เขากลับรู้สึกสิ้นหวังจนพูดโต้แย้งกลับไปไม่ออก
ในขณะนั้นเอง นรมนก็ถูกเข็นออกมา
“คุณหมอ เธอเป็นอย่างไรบ้างคะ?”
คมทิพย์รีบวิ่งเข้าไปหาทันที จงใจดันบุริศร์ไปด้านหลัง ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น แต่กลับไม่ได้ทำอะไรคมทิพย์ เพราะถึงอย่างไรเธอก็จริงใจกับนรมน
ปัญญ์มองเห็นบุริศร์เป็นแบบนี้ ก็อดรู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาไม่ได้
บุริศร์รู้สึกอัดอั้นตันใจจริง ๆ
เขาตกอยู่ในจุดที่ถูกคนเห็นใจตั้งแต่เมื่อไหร่?แถมยังถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าตนเองเห็นใจ จนรู้สึกหดหู่ใจอย่างยิ่ง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เมื่อคุณหมอมองเห็นบุริศร์ ก็นิ่งไปชั่วคราวอย่างไม่รู้ตัว แต่ยังคงรีบตอบคมทิพย์กลับไปอย่างรวดเร็ว
“คุณนรมนปลอดภัยดี ถึงแม้เธอจะดูค่อนข้างน่าเป็นห่วง แต่ตัวของคุณนรมนเองรู้ดี รับประทานของที่แพ้ไปนิดเดียว และมาได้ทันเวลามาก ตอนนี้จะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หลังจากนี้ให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ระวังอย่ารับประทานของพวกนั้นอีกก็พอ”
ได้ฟังคุณหมอพูดแบบนี้ คมทิพย์กับปัญญ์และบุริศร์พวกเขาต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อนรมนถูกเข็นเข้าห้องพักผู้ป่วย บุริศร์ก็ไม่อยู่แล้ว
คมทิพย์พูดด้วยความโกรธ “แกดูสิ นี่เรียกว่าเป็นห่วงนรมนเหรอ?ก็แค่ทำเป็นเอาหน้าจริง ๆ ผู้ชายแบบนี้อย่าไปสนใจ ฉันจะบอกแกให้นะ อย่าไปยืนอยู่กับเขาอีกได้ยินไหม?ไม่อย่างนั้นอย่าโทษว่าพี่ไม่ยอมแยกแยะกับแกน้องชายคนนี้ ”
ปัญญ์ไม่กล้าพูดออกมาสักคำ
ตอนนี้คมทิพย์แผ่รังสีไปทั่ว เขาปิดปากไว้จะดีที่สุด
คมทิพย์มองนรมนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย กล่าวอย่างโมโหจนแทบหายใจไม่ทันว่า “วุ่นวายจริง ๆ เพื่อคนที่ไร้ค่าคนหนึ่งคนต้องทรมานตัวเองแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แกก็อีกคน ก่อเรื่องวุ่นวายตามไปด้วย นี่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ แกจะทำอะไรทันไหม!”
ปัญญ์รู้สึกคับข้องใจ แต่ไม่กล้าอ้าปากพูดออกมา
ในไม่ช้านรมนก็ฟื้นขึ้น เมื่อมองเห็นคมทิพย์กับปัญญ์อยู่ข้างกาย ก็มองไปด้านหลังอย่างไม่รู้ตัว เมื่อไม่พบบุริศร์ ดวงตาก็ปรากฏความผิดหวังเล็กน้อย
คมทิพย์เห็นสีหน้าของเธอชัดเจน จึงยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มตรงหน้าผากของนรมนและถามอย่างโมโหว่า “มองอะไร?เธอยังคาดหวังให้เขาอยู่ตรงนี้เหรอ?หรือจะบอกว่าที่เธอทรมานตัวเองแบบนี้เพื่อจงใจให้เขารู้สึกสงสาร?นรมน ถ้าเธอกล้าพูดว่าใช่ เชื่อไหมว่าฉันจะฟาดเธอเลยนะ”
นรมนหัวเราะก๊ากออกมา
เธอทำภาษามือ “ฉันไม่เป็นอะไร เธอก็น่าจะรู้ว่า ฉันทำเรื่องต่าง ๆ อย่างมีขอบเขต”
“มีขอบเขตกะผีสิ!มีขอบเขตยังเป็นแบบนี้ ถ้าไม่มีขอบเขตเธอยังคิดจะทำอีกเหรอ?”
เผชิญหน้ากับการตำหนิของคมทิพย์ นรมนเอาแต่เงียบลูกเดียว เธอรู้ว่าตอนนี้ตนเองพูดอะไรออกไปก็จะโดนด่าทันที ดังนั้นเธอจึงหยุดฟัง