ตอนที่ 658
บทที่ 658 เห็นอะไรที่ไม่สมควรเห็น
October 31, 2026
บทที่ 658 เห็นอะไรที่ไม่สมควรเห็น
“คุณมาทำอะไร?”
บุริศร์ขวางมิลินไว้ด้านนอกทันที
เมื่อมิลินมองเห็นบุริศร์ก็ไม่รู้สึกแปลกใจสักนิดเดียว เธอไม่ได้มีปฏิกิริยามากอะไรกับการขัดขวางของบุริศร์ เพียงแค่เอ่ยถามอย่างไม่แยแสว่า “ดูเหมือนคุณจะไม่ต้องการให้ฉันรักษานรมน?”
“ใครบอกล่ะ!ผมเพียงแค่เป็นกังวลเล็กน้อย ก็คุณเคยบอกว่า อัตราความสำเร็จน้อยมาก”
เห็นบุริศร์พูดแบบนี้ มิลินเอ่ยเสียงเบา “ดูเหมือนคุณยังไม่ได้บอกนรมนเรื่องนี้”
“ตอนนี้คุณยังไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ กลับไปก่อนเถอะ รอเวลาที่จำเป็นค่อยว่ากันอีกที”
บุริศร์ได้เห็นท่าทางที่ไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษาคอนี้ของนรมน ตอนนี้เขาหวาดกลัวจริง ๆ
ถ้านรมนต้องการเดิมพัน เขาควรจะทำอย่างไร?
มิลินมองหน้าบุริศร์ แต่ไม่ได้กลับไป และไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ เธอรอสักพักหนึ่งถึงพูดว่า “ช่วงนี้ฉันอยู่ที่เมืองB มีหากมีธุระสามารถมาหาฉันได้ตลอดเวลา”
“คุณมาทำอะไรที่เมืองB?หรือว่าคุณมาเพื่อนรมน?”
บุริศร์ตื่นตัวขึ้นมา
มิลินส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ปิดบังเขา เธอตอบว่า “มาจัดการธุระนิดหน่อย พอรู้ว่านรมนอยู่ที่นี่ ฉันก็เลยมาเยี่ยม ลำคอของพวกคุณจะรักษาหรือไม่ก็แล้วแต่พวกคุณ เพียงแต่ฉันมาเยี่ยมลูกศิษย์ของฉัน เขาดีขึ้นหรือยัง?”
บุริศร์ได้ยินมิลินพูดแบบนี้ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“กิจจาดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ตอนนี้ยังไปกับคุณไม่ได้”
“ประธานบุริศร์ ฉันอยากรู้ว่า สัญญาสิบปีของฉันกับกิจจายังมีผลอยู่ไหม?”
ได้ยินมิลินถามเช่นนี้ สีหน้าของบุริศร์ดูไม่ได้เล็กน้อย
“กิจจาเพิ่งจะดีขึ้น คุณเอ่ยถึงเรื่องนี้ในตอนนี้คงจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่นะ?”
“ฉันเพียงแค่ถาม แน่นอนว่าสัญญาสิบปีจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแต่อย่าพลาดงานวิจัยทางการแพทย์ของเด็ก”
มิลินพูดจบก็กลับไป
บุริศร์มองแผ่นหลังของเธอ ไม่ได้สติอยู่นานสองนาน
เมื่อคมทิพย์ออกมาก็มองเห็นบุริศร์มองออกไปที่หนึ่งอย่างใจลอย
เธออดก้าวขึ้นไปมองตามสายตาของบุริศร์ไม่ได้ กลับไม่พบคนหรือเรื่องอะไรที่น่าสนใจ
ลมหายใจที่ออกมามากอย่างกะทันหันทำให้บุริศร์ได้สติกลับมาทันที เมื่อหันกลับมาก็มองเห็นคมทิพย์กำลังยืนอยู่ข้างตนเองมองไปที่ทิศทางหนึ่ง
“ทำอะไรอยู่เหรอ?”
“คำถามนี้ฉันควรต้องถามคุณมากกว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
คมทิพย์เห็นท่าทางของบุริศร์ ก็รู้สึกว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่าง
บุริศร์เอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย “เรื่องนี้คุณต้องยุ่งด้วยเหรอ?
“ฉันเองก็ขี้เกียจจะยุ่งกับคุณแล้ว”
คมทิพย์เหลือบมองบุริศร์ ก้าวเท้าเดินไป เพียงแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดลง จากนั้นหันหน้ามามองหน้าบุริศร์และกล่าวว่า “คุณสร้างความวุ่นวายกับนรมนให้น้อยหน่อยนะ ถึงแม้คุณจะทำได้ค่อนข้างดี แต่ฉันยังไม่สนับสนุนให้พวกคุณอยู่ด้วยกันหรอกนะ”
“คุณไม่ใช่เธอซะหน่อย”
บุริศร์พูดประโยคนี้จบก็หันตัวเดินไปที่ห้องผู้ป่วย
เมื่อปัญญ์ออกมา ก็เจอกับบุริศร์พอดี
ตอนเขาเดินเฉียดไหล่กับบุริศร์ ก็พูดเสียงเบาว่า “วันไหนมีเวลามาคุยกันหน่อย?”
“ได้สิ”
บุริศร์ตอบเสร็จก็เดินเข้าห้องผู้ป่วย
นรมนหลับตาลงทำเป็นงีบหลับ
บุริศร์รู้ เธอไม่ได้หลับ เพียงแค่ไม่อยากพูดกับตนเอง
เขาก็ไม่ได้สนใจ เดินมาที่หน้าโต๊ะเก็บกล่องข้าวและเครื่องใช้สำหรับรับประทานอาหารให้เรียบร้อย จากนั้นนั่งลงตรงหน้าเตียงของนรมน
นรมนคิดว่าเขาเก็บของเสร็จแล้วจะกลับไป ใครจะไปคาดคิดว่าบุริศร์จะนั่งลงไป
เธอลืมตาขึ้นทันที ก็มองเห็นดวงตาอมยิ้มของเขา มองตนเองอย่างเอาอกเอาใจ
นรมนหงุดหงิดเล็กน้อย น่าเสียดายที่ตอนนี้ด่าไม่ได้ จึงทำได้เพียงถลึงตามองเขาอย่างโหดเหี้ยม จากนั้นจึงหันไปทางอื่น
เห็นนรมนทำท่าทางโมโหเหมือนเด็กเช่นนี้ บุริศร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “อายุขนาดนี้แล้ว ยังน่ารักจังเลย”
น่ารักกะผีสิ
นรมนด่าบุริศร์อยู่ในใจ
“อย่าคิดว่าคุณด่าผมในใจ แล้วผมจะไม่ได้ยินนะ”
บุริศร์พูดจบ นรมนหันไปหาเขาอย่างประหลาดใจ
เขารู้ได้อย่างไร?
บุริศร์เห็นนรมนเขียนทุกอย่างบนใบหน้าของตนเอง จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ ผมมีทักษะอ่านใจคนได้”
เหลวไหล!
นรมนด่าในใจอีกครั้ง
“ด่าผมอีกแล้วนะ”
บุริศร์ทายถูกอีกครั้ง
นรมนหดหู่ใจเล็กน้อย
เธอดึงผ้าห่มปิดใบหน้าของตนเองทันที
บุริศร์ดึงผ้าห่มลงอย่างรวดเร็ว กล่าวว่า “อย่าปิดหน้าตัวเองสิ เดิมทีก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร”
นรมนรู้สึกว่าบุริศร์มาเพื่อยั่วโมโหตนเอง
เธอเอื้อมมือออกไปทันที ผลักบุริศร์อย่างแรง ความหมายคือต้องการให้เขากลับไป
บุริศร์รับรู้ถึงแรงผลักอันหนักหน่วงบนร่างกายของตนเองจากมืออันเล็กและบอบบางของนรมน เขายิ้มอย่างเพลิดเพลินไปกับความสุขและความสงบอันหาได้ยากนี้
นรมนผลักอยู่นานก็ไม่สามารถผลักบุริศร์ออกไปได้ เธอหายใจหอบอย่างแรง
บุริศร์ยิ้มและลูบเส้นผมที่สวยงามของเธอตรงหน้าผาก เอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “คุณอยากให้ลำคอนี้กลับมาสู่สภาพเดิมมากจริง ๆ ใช่ไหม?ถึงแม้จะต้องเสี่ยงชีวิตคุณก็ไม่เสียดายใช่ไหม?”
นรมนชะงักไปทันที
บุริศร์สามารถพูดแบบนี้ได้ แน่นอนว่าจะต้องมีความหมายอะไรสักอย่าง
ในใจของนรมนลอยขึ้นสูงด้วยความหวัง