ตอนที่ 698
บทที่ 698 เป็นผู้ชายที่มีเอกลักษณ์มาก
October 31, 2026
บทที่ 698 เป็นผู้ชายที่มีเอกลักษณ์มาก
นิตาก็ยังคงไม่ค่อยชินเท่าไหร่ที่มาเดินกับผู้หญิงคนอื่นอย่างสนิทชิดเชื้อแบบนี้ และอีกอย่างก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนี้ยังเคยสร้างความลำบากให้ตัวเองมาก่อน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สนใจ แต่ว่าจะมาคิดว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลยคงจะไม่ได้หรอก
เธอรู้สึกว่าธาวิณีเองก็คงจะไม่มีทางที่จะกระตือรือร้นเหมือนอย่างกับที่แสดงออกมานี่จริง ๆ หรอก
นิตาค่อย ๆ ชักมือตัวเองออกมาอย่างไม่ให้รู้ตัว จากนั้นก็ทิ้งระยะห่างกับธาวิณีเล็กน้อย
ธาวิณีเห็นเธอเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น แต่ว่ากลับยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นี่คุณนิตายังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอ? ฉันเองก็ยอมรับผิดไปแล้ว หรือไม่คุณนิตาจะตบฉันสักฉาดไหม ตบกลับมาจะได้ระบายความโกรธบ้าง?”
เวลาแบบนี้ นิตาจะมาลงมือกับเธอได้ยังไง?
เห็นได้ชัดว่าธาวิณีแค่พูดไปเท่านั้นเอง
แต่ว่าเจตต์กลับพูดขึ้นว่า “ก็ได้นะ เป็นความคิดที่ดี นิตา ตบเลย”
มุมปากของนิตากระตุกขึ้นมาทันที
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่นักออกแบบในบริษัทของเขาเหรอ?
ทำไมถึงได้ไม่สนใจอะไรสักนิดแบบนี้เลยเหรอ?
ธาวิณีกลับยิ่งนิ่งอึ้งไปกับที่เลย
เมื่อคืนเธอได้ตรวจสอบเจตต์มาแล้ว เขาพูดกันว่าผู้ชายคนเป็นคุณชายเจ้าสำราญ แล้วก็ดูแลเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงมาตลอด ทำไมถึงได้ไม่เหมือนกับเจตต์ที่อยู่ตรงหน้าล่ะ?
เจตต์ไม่ได้สนใจว่าธาวิณีจะคิดอะไรอยู่ พอเห็นนิตาอึ้งอยู่กับที่ ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดีดเธอทีหนึ่งแล้วพูดว่า “โง่หรือเปล่า?”
“อ๋ายโยว ไม่โง่ก็โดนคุณดีดโง่แล้ว คุณอย่าดีดหัวฉันซิ”
นิตาสะบัดหมัดน้อย ๆ ไว้ แทบอยากจะต่อยเจตต์สักหมัด
พอเห็นท่าทางกัดฟันกรอกของเธอ เจตต์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา รอยยิ้มแบบนี้ไม่มีการปิดบังสักนิด กลับยิ่งทำให้ธาวิณีอิจฉามากยิ่งขึ้น
ข้อดีของเจตต์ทุกอย่างล้วนเหมาะสมกับมาตรฐานสามีที่เธอต้องการตามหา อายุของเธอก็ไม่น้อยแล้ว แล้วตอนนี้มาเจอคนแบบเจตต์เข้า ไม่ว่ายังไงก็จะต้องเอามาอยู่ในมือให้ได้ และอีกอย่างเขาก็รวยมากด้วย นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
พอธาวิณีคิดมาถึงตรงนี้ ก็รีบพูดขึ้นว่า “คุณนิตา ประธานเจตต์พูดล้อเล่นกันคุณน่ะ”
ตอนแรกทั้งสองคนก็ดี ๆ อยู่ แต่เพราะว่าธาวิณีมาพูดแทรกจึงทำให้อารมณ์ของทั้งสองคนโดนขัดตอนแล้ว
“เอาล่ะ รีบไปซื้อเสื้อผ้าเถอะ อีกเดี๋ยวจะต้องไปพบประธานชนกแล้ว”
เจตต์จบการสนทนาไปโดยตรงเลย
ทั้งสามคนมุ่งหน้าตรงไปห้างสรรพสินค้าเลย
ธาวิณีตั้งใจพานิตามาถึงเขตสินค้าระดับหรู
พอนิตาเห็นราคาข้างบนก็หมุนตัวเดินหนีเลย แต่กลับโดนเจตต์รั้งเอาไวซะก่อน
“ทำไมล่ะ?”
“เสื้อผ้าของที่นี่แพงเกินไปแล้ว ฉันซื้อไม่ไหวหรอก”
นิตารู้ว่าตัวเองเป็นคนยังไงดี เสื้อผ้าของที่นี่ แค่ตัวเดียวก็มากพอให้เธอจะต้องลำบากเป็นเวลานานแล้ว เธอไม่มีทางซื้อหรอก
เจตต์ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบซื้อเสื้อผ้า
“คุณไปทำงานกับผม ก็ต้องแต่งตัวให้มันดูดีหน่อยซิ คุณวางใจเถอะ เสื้อผ้าพวกนี้ไม่ต้องให้คุณจ่ายเงินเองหรอก”
“แบบนั้นยิ่งซื้อไม่ได้เลย ฉันกับคุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรต่อกัน จะมาเอาเปรียบคุณไม่ได้หรอก”
คำพูดของนิตาทำให้เจตต์อึ้งไปเล็กน้อย ยังไงก็ยังแปลกใจอยู่บ้าง ปกติแล้วผู้หญิงพวกนั้นไม่มีคนไหนที่ไม่ชอบให้ตัวเองซื้อเสื้อผ้ากระเป๋า ซื้อรถซื้อบ้านให้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินผู้หญิงพูดว่าจะเอาเปรียบเขาไม่ได้ เจตต์รู้สึกว่าน่าแปลกมากและแปลกใหม่ด้วย
“ผมไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินหรอก จะให้นรมนจ่าย นี่ถือว่าเป็นค่าชุดทำงานตอนออกมาทำงานนอกพื้นที่ของคุณ”
“แต่ว่าชุดทำงานนี้ก็แพงมากเกินไปแล้ว”
นิตายังคงไม่ยอมเห็นด้วย
ธาวิณีร้อนใจจะตายอยู่แล้ว
ผู้หญิงคนนี้คงจะโง่ไปแล้วใช่ไหม?
นี่มีคนจะจ่ายเงินให้ยังไม่ซื้ออีก สมองทำด้วยอะไรนี่?
เจตต์เห็นท่าทางนิตาจะไปแล้วจริง ๆ จึงรีบพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ที่คุณออกมานั้นถือว่าเป็นตัวแทนของนรมน ถ้าหากว่าคุณแต่งตัวค่อนข้างธรรมดาไปละก็ อีกฝ่ายจะมองบริษัทของนรมนเป็นยังไงล่ะ? จะรู้สึกว่าบริษัทของพวกคุณเชิดหน้าชูตาไม่ได้ใช่ไหม พอถึงตอนนั้นทั้ง ๆ ที่จะสามารถยกโครงการกับพวกคุณได้แต่ก็ไม่ให้พวกคุณแล้ว ในการทำธุรกิจนั้นมีความรู้อยู่อีกมากมาย คุณจะต้องเรียนรู้จากผมเยอะ ๆ เลยนะ”
พอพูดจบ เขาก็ทิ้งระเบิดไว้ให้นิตาอีกลูกหนึ่ง
นิตาอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร
เธอจ้องมองเสื้อผ้าที่ธรรมดาของตัวเอง แล้วมองดูเสื้อผ้าบนตัวธาวิณี แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องยอมจำนน
ที่แท้ที่ตัวเองออกมานี่ถือว่าเป็นหน้าตาของนรมนด้วยเหรอ
ก็ได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ นิตาถึงได้หมุนตัวกลับไป แล้วเดินตามเจตต์เข้าไปในเขตสินค้าระดับหรู
พอเจตต์เห็นเธอเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งอยากจะยิ้มขึ้นมา
ผู้หญิงคนนี้ไร้เดียงสาได้น่ารักจริง ๆ แต่ว่สังคมในสมัยนี้ ผู้หญิงแบบนี้พบเจอได้น้อยแล้วจริง ๆ มั้ง?
แล้วเขาก็มองไปที่ธาวิณี แล้วเห็นแววตาของที่โผล่ออกมาตอนที่ธาวิณีมองเสื้อผ้ารุ่นลิมิเต็ดพวกนั้น นี่มันช่างทำให้คนสะอิดสะเอียนมากจริง ๆ
ถ้าไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่มีการทำร้ายจริง ๆ
เจตต์รออยู่ที่ข้างนอก แล้วให้ธาวิณีพานิตาเข้าไปเดินดู
นิตาเลือกชุดกระโปรงได้ชุดหนึ่ง แล้วกะว่าจะเข้าไปลองใส่ในห้องลองชุด
ธาวิณีรีบตามเข้าไปด้วย และที่สำคัญก็ยังล็อกประตูห้องลองชุดด้วย
“คุณจะทำอะไร?”
นิตารู้ว่าธาวิณีไม่ใช่คนที่จะวางความโกรธเกลียดลงได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น เธอจ้องมองเธออย่างเย็นชา ด้วยท่าทางในใจนั้นเข้าใจดี
ตอนนี้ธาวิณีเองก็ไม่เสแสร้งแล้ว
เธอจ้องมองนิตาอย่างเย็นชาอยู่ “ฉันขอเตือนเธอนะ เจตต์เป็นของฉัน ทางที่ดีที่สุดเธออยู่ห่าง ๆ เขาหน่อย ถ้าหากให้ฉันรู้เข้าว่าเธออยากจะยึดครองเขาไปละก็ อย่ามาโทษฉันว่าไม่เกรงใจนะ”
“คุณพูดคำพูดมั่ว ๆ อะไรของเธอ? เจตต์ไม่ได้เป็นของคุณ และเขาก็ไม่มีทางเป็นของคุณด้วย คนที่เขาชอบคือประธานนรมนของเราต่างหาก”
นิตารู้สึกว่าธาวิณีนี่สมองจะต้องมีปัญหาแน่ ๆ และขี้เกียจที่จะพูดกับเธอมาก เปิดประตูออกแล้วอยากจะออกไป แต่กลับโดนธาวิณีขวางไว้ซะก่อน
“ประธานนรมนของพวกเธอเป็นใคร?”
“อย่างคุณน่ะ แค่เศษหนึ่งส่วนสิบของประธานนรมนของเราก็เทียบไม่ได้ ก็อย่ามาขายหน้าคนอื่นเขาที่นี่อยู่เลย ฉันขอเตือนคุณนะสงบเสงี่ยมหน่อยก็ดี ไม่งั้นละก็แม้แต่งานก็จะไม่มีให้ทำแล้ว”
คำพูดของนิตาทำให้ดวงตาของธาวิณีหรี่ขึ้นมาทันที
“เธอสนใจแต่เรื่องของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”
ตอนแรกเธออยากจะรังแกนิตาอีกสักหน่อย แต่เห็นได้ชัดว่านิตามีการป้องกันตัวไว้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ธาวิณียิ่งหงุดหงิด
นิตาไม่มีอารมณ์ลองเสื้อผ้าแล้ว
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยตรงเลย พอเจตต์จ่ายเงินเสร็จแล้ว ทั้งสามคนก็ออกจากห้างสรรพสินค้า
เจตต์รู้สึกว่าชุดที่นิตาเลือกมานี้ก็ยังมีเอกลักษณ์มากอยู่ดี ไม่ได้ดูอ่อนแอ และไม่ได้ดูหวานแหววเกินไป พอสวมใส่อยู่บนตัวนิตาแล้ว ทำให้ดูกระฉับกระเฉง เหมือนกับดูเหมือนกับเป็นหญิงสาวมืออาชีพคนหนึ่ง