ตอนที่ 699
บทที่ 699 ฉันไม่เถียงกับคุณ
October 31, 2026
บทที่ 699 ฉันไม่เถียงกับคุณ
“อะไร? สายเรียกเข้าจากแฟนเหรอ? งั้นคุณไปก่อนได้เลย พวกเราไปกันเองก็ได้”
เจตต์เปิดปากพูดโดยตรงเลย
ธาวิณีรีบพูดอธิบายขึ้นว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ เป็นสายโทรเข้าของพี่ชายฉัน ฉันยังไม่มีแฟนค่ะ”
ระหว่างที่พูด เธอก็มองไปที่เจตต์อย่างเขินอายทีหนึ่ง
พูดตามจริงแล้ว ถ้าเมื่อก่อนมีผู้หญิงแอบส่งสัญญาณรักให้เขาแบบนี้ละก็ เจตต์จะต้องตอบสนองบ้างแน่ แต่ว่าตอนนี้มองดูธาวิณีแล้ว เขารู้สึกแต่เพียงว่าขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว
“คุณรีบคุยโทรศัพท์เถอะ”
เจตต์รีบหมุนตัวกลับไป พอเห็นนิตาที่จ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านิตาหน้าตาสะอาดหมดจดมากกว่าอีก
อยู่ ๆ เขาก็มีความรู้สึกอยากจะหยิกแก้มป่อง ๆ ของนิตาขึ้นมาสักที
พอคิดไปแบบนี้แล้ว มือของเจตต์ก็ขยับตามขึ้นมาเลย
“อ๋ายโยว นี่คุณจะทำอะไรน่ะ?”
นิตารู้สึกว่าคนอย่างเจตต์นี่มันประสาทจริง ๆ อยู่ ๆ ก็มาหยิกแก้มของเธอ มันเจ็บมากเลยนะรู้ไหม
เจตต์กลับหัวเราะร่าขึ้นมา
“คุณรู้ไหมว่า ท่าทางของคุณตอนนี้คล้ายกับกานต์มาก ๆ เลย”
“กานต์คือใครกัน?”
คำพูดของนิตาก็ทำให้หูของธาวิณีตั้งขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
แล้วเจตต์ถึงจะพบว่าตัวเองหลุดปากพูดออกไปแล้ว แต่ว่ากลับยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นเจ้าเด็กตัวเหม็นคนหนึ่ง น่ารักมากเลยนะ”
พอได้ยินว่าเป็นเด็กผู้ชาย ธาวิณีก็วางใจลงได้สักที
นิตากลับรู้สึกสนุกขึ้นมาบ้างแล้ว
“ลูกชายของคุณเหรอ?”
“ถ้าผมมีลูกชายอย่างนี้คนหนึ่งได้ ผมคงจะต้องร้องไห้ทุกวันแน่ มาเดี๋ยวจะให้คุณดูเจ้าเด็กตัวเหม็นนี่หน่อย”
เจตต์พูดไปแล้วก็ส่งคำขอโทรวิดีโอคอลออกไปเลย
ทางด้านโน้นรับสายขึ้นอย่างรวดเร็ว
“คุณอาเจตต์ คุณมีอะไรให้ผมช่วยเหรอ? ผมจะเก็บเงินด้วยนะรู้ไหม”
กานต์เกือบจะบ้าตายแล้ว
หม่ามี้ไม่อยู่ คุณบุริศร์ก็ไม่อยู่ ยังดีที่มีกมลและกิจจาอยู่ แต่ว่าพวกเขาก็เป็นเหมือนอย่างกับแฝดสยาม กมลก็ไม่ค่อยชอบมายุ่งกับเขาแล้ว มักจะไปแกะติดให้กิจจาเล่านิทานให้ฟัง
กิจจาเอ็นดูกมล ทุกครั้งที่เธอร้องขออะไรก็มักจะพยายามทำให้ได้ จนทำให้พี่ชายแท้ ๆ อย่างเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เขาเบื่อจนแฮกค์เว็บไซต์อินเทอร์เน็ตไปหลายเว็บแล้ว และมองดูพวกเขาแก้ไขเว็บไม่ได้จนต้องเป็นอัมพาตไปเป็นอาทิตย์ รู้สึกว่าเบื่อจนจะตายอยู่แล้วจริง ๆ แต่ว่าตัวเองกลับยังไม่ได้ถอดเฝือก ยังจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลต่อไปอีก
แล้วปัญญ์และคมทิพย์ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว จะมีใครมาเล่นเป็นเพื่อนเขาได้บ้างนะ!
แล้วในเวลานี้ เจตต์ก็โทรวิดีโอคอลเข้ามาพอดีเลย กานต์ดีใจจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
พอเจตต์เห็นเขาเป็นแบบนี้ ก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไรต้องการให้นายช่วยเหลือหรอก ก็แค่อยากจะแนะนำเพื่อนให้นายรู้จักคนคนหนึ่ง”
“แฟนของคุณเหรอ?”
คำพูดของกานต์ทำให้นิตาทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที
เจตต์กลับคว้านิตาเข้ามากอดไว้ทีหนึ่ง แล้วยิ้มและพูดว่า “เป็นพี่น้อง นี่นิตา! เป็นยังไงบ้าง?”
“สวัสดีครับพี่นิตา ผมชื่ดกานต์ครับ!”
กานต์โบกมือให้นิตาอย่างมีมารยาทมาก ๆ
พอตอนที่ธาวิณีได้ยินเสียงกานต์ว่าเป็นเด็กคนหนึ่งนั้น ก็วางใจลงได้สักที แล้วก็เดินไปรับโทรศัพท์อีกข้างหนึ่งแล้ว
“พี่ เดี๋ยวเจตต์จะพานิตาไปเซ็นสัญญากับพี่ พี่อย่าเพิ่งเซ็นนะ”
“เธอจะทำอะไรอีกแล้ว?”
ชนกรู้สึกเบื่อหน่าย น้องสาวคนนี้มีแต่เรื่องทุก ๆ วัน จนแทบอยากจะตัดสัมพันธ์พี่น้องกับเธอแล้ว
ธาวิณีกลับพูดขึ้นอย่างออดอ้อนว่า “อ๋ายหยา พี่อย่าเพิ่งเซ็นก็พอแล้ว พี่บอกพวกเขาไปนะ ว่าต้องการให้ประธานนรมนของพวกเขามาเซ็นสัญญาด้วยตัวเองถึงจะได้ ขอร้องแล้วนะพี่”
ชนกอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ทำไมจะต้องให้ประธานนรมนของพวกเขามาเองด้วยล่ะ?”
“อ๋ายหยา ก็หนูถูกใจเจตต์เข้าแล้ว หรือว่าพี่ไม่อยากได้น้องเขยที่มีพละกำลังคนหนึ่งหรือไง? หนูตรวจสอบมาแล้วนะ บ้านของเจตต์รวยมากจริง ๆ นะ”
คำพูดของธาวิณีทำให้ชนกเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบตกลง
แน่นอนว่าทางด้านเจตต์และนิตานั้นไม่รู้เลยว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
พอนิตาเห็นกานต์เข้าก็รู้สึกชอบเลย
“ใช่กานต์ใช่ไหมจ๊ะ? หนูหล่อมากเลย”
“คนอื่นก็มักจะพูดแบบนี้ นี่ผมก็เกือบจะหลงตัวเองแล้วนะ”
กานต์ไม่ถ่อมตัวเลยสักนิด
เจตต์รู้สึกว่ากานต์เหมือนกับบุริศร์มากเลย หน้าด้านมาก ๆ
“นายนี่มันสมแล้วที่เป็นลูกของบุริศร์จริง ๆ”
“ใช่ที่ไหน ไม่ว่ายังไงแด๊ดดี๊ของผมก็แข็งแกร่งกว่าผมอยู่แล้ว ไม่งั้นหม่ามี้ของผมจะเลือกแด๊ดดี๊ผมแล้วไม่เลือกคุณเหรอ”
กานต์เข้าใจจริง ๆ ว่าจะเอามีดมาปักบนหัวใจของเจตต์ได้ยังไง
“กานต์ พูดคุยเป็นไหมเนี่ย? อะไรเรียกว่าหม่ามี้ของนายไม่เลือกฉัน? ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตอนนั้นตอนที่ฉันหาหม่ามี้ของนายเจอนั้น หม่ามี้ของนายได้แต่งงานไปแล้ว ไม่งั้นละก็......”
“เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าหม่ามี้และแด๊ดดี๊ของผมเป็นพรหมลิขิตกันไง แต่คุณกับหม่ามี้ผมนั้นมีดวงต่อกันแต่ไร้พรหมลิขิต”
คำพูดของกานต์ทำให้เจตต์อัดอั้นจนแทบจะอวกเป็นเลือดแล้ว
“นายมันเจ้าเด็กตัวเห็นจะไปรู้เรื่องอะไรกัน”
“อ๋ายโยว โกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟแล้วใช่ไหม ดูซิ พี่นิตา พี่อยู่ห่าง ๆ เขาหน่อยนะ ระวังเขากัดคนล่ะ”
คำพูดของกานต์ทำให้เจตต์พูดขึ้นโดยตรงว่า “คนที่จะกัดคนคือพี่นิตาของนายต่างหาก ไม่ใช่ฉัน”
“คุณรู้ได้ยังไงกัน?”
“ไร้สาระ ก็ฉันโดนเธอกัดแล้วไง”