ตอนที่ 700
บทที่ 700 บอกกับเจตต์นะ ว่าเขาตายแน่
October 31, 2026
บทที่ 700 บอกกับเจตต์นะ ว่าเขาตายแน่
“ประธานเจตต์ รถของคุณสวยมากเลย!”
ตอนที่ธาวิณีเห็นรถที่เจตต์ขับมานั้น ดวงตาก็สว่างขึ้นมาทันที
เจตต์กลับไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แล้วก็พูดกับนิตาขึ้นว่า “ขึ้นรถ!”
เท้าของนิตาเดินไปข้างหลัง
“ทำอะไรนะ? เดินมาข้างหน้า! ผมเป็นคนขับรถให้คุณครั้งเดียวก็พอแล้ว อย่าได้คืบแล้วจะเอาศอกนะ!”
การคาดคะเนของเจตต์แย่ไปเล็กน้อย
นิตาจ้องมองดูธาวิณี พอนึกถึงคำพูดเมื่อกี้ของเธอ แล้วพูดขึ้นว่า “ให้ธาวิณีนั่งข้างหน้าเถอะ ฉันนั่งข้างหลังก็พอแล้ว”
“พูดไร้สาระอะไร ธาวิณีจะไปทำไม? นี่ไม่ใช่งานของบริษัทผมสักหน่อย”
คำพูดของเจตต์ทำให้ธาวิณีนิ่งอึ้งไปเลย
“ประธานเจตต์ พอดีฉันก็จะไปหาพี่ชายที่วิลล่าฟีนิกซ์พอดี หรือว่ารับฉันไปด้วยสักช่วงดีไหม”
“ไม่รับ คุณนึกว่าผมเป็นคนขับแท็กซี่หรือไง? ยังจะสามารถให้คุณติดรถไปด้วยอีก! ตัวคุณเองอยากจะไปไหนก็ไปไหนซะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทำงานของคุณ อย่ามาขอนั่งรถผมฟรี”
เจตต์นั้นไม่ไว้หน้าธาวิณีเลยสักนิด
ธาวิณีรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ว่ายิ่งเจตต์เป็นอย่างนี้ เธอก็จะยิ่งต้องทำให้ได้ผู้ชายคนนี้มาให้ได้
เธอจ้องนิตาเขม็งทีหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวไป แล้วก็ก้าวรองเท้าส้นสูงที่สวมแล้วเดินไปเลย
“ขึ้นมาซิ! จะรออะไรอีก! รอให้ชนกเปลี่ยนความคิดเหรอ ผมจะรอดูว่าคุณจะไปร้องไห้ที่ไหน”
เจตต์ตะคอกเสียงต่ำขึ้นมาคำหนึ่ง
นิตาถึงได้ขึ้นมานั่งตรงที่นั่งข้างคนขับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
ธาวิณีจ้องมองพวกเขาขับรถออกไป ก็โกรธจนกระทืบเท้า
“พี่ หนูไม่สนแล้วนะ พี่จะต้องคิดหาวิธีพาตัวนิตาออกห่างจากตัวเจตต์ให้ได้!”
ธาวิณีรู้สึกว่านิตาขวางหูขวางตามากเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่คนที่เจตต์รักมากที่สุดก็ตาม เธอก็ทนดูเจตต์ดีกับนิตาทุกอย่างไม่ได้
นิตากลับไม่รู้สึกว่าเจตต์นั้นดีกับตัวเอง หลังจากที่เธอขึ้นมานั่งในรถแล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ฉันนั่งข้างหลังก็ดีออก”
“เธอโง่หรือเปล่า? โตขนาดนี้แล้ว ยังจะโดนคนอื่นรังแกอีก ไม่รู้จักโจมตีกลับบ้างเหรอ?”
คำพูดของเจตต์ทำให้นิตาอึ้งไปครู่หนึ่ง
“นี่หมายความว่ายังไงคะ?”
“หมายความว่ายังไง? ผู้หญิงคนนั้นข่มขู่คุณแล้วใช่ไหม? คุณดูตัวคุณเองซิ ในใจคิดอะไรอยู่ ในดวงตาก็แสดงออกมาหมดแล้ว ยังอยากจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรอีก ผมว่านะนิตา คุณแข็งแกร่งมากเลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ต่อหน้าธาวิณีถึงได้ขี้ขลาดไปได้ล่ะ?”
เจตต์เห็นผู้หญิงมาเยอะแค่ไหน?
แววตาของผู้หญิงคนนั้นแสดงออกถึงความหมายอะไร ทำไมเขาถึงจะไม่เข้าใจล่ะ
แค่ดูท่าทางของนิตาก็รู้แล้วว่าเธอโดนคนอื่นรังแกแล้ว
เพียงแต่ว่าสิ่งที่เจตต์นึกไม่ออกก็คือ ปกติแล้วนิตาไม่ใช่คนที่จะเสียเปรียบบ่อย ๆ ได้ แต่ครั้งนี้เป็นอะไรไปนะ?
พอนิตาได้ยินเจตต์พูดแบบนี้ ก็ถอนหายใจขึ้นทันที แล้วพูดว่า “ประธานชนกเป็นพี่ชายของเธอ ถ้าเกิดว่าเธอสร้างความลำบากขึ้นมาให้พวกเราจะทำยังไงล่ะ?”
“อะไรต้องทำยังไง? สามารถทำได้สำเร็จก็จะดีมาก แต่ถ้าไม่สำเร็จละก็ ผมก็จะหาคนมาจัดการชนกซะ พอถึงตอนนั้นยังไงก็ยังคงเป็นธุรกิจของเราอยู่ดี”
พอได้ยินเจตต์พูดแบบนี้ นิตาก็อึ้งไปทันทีเลย
“คุณเป็นแก๊สมาเฟียเหรอ?”
“ถ้าหากว่าผมเป็นพี่ใหญ่แล้วละก็ คุณจะกลัวหรือเปล่า?”
เจตต์ถามนิตาออกไปตรง ๆ เลย
นิตากลับหึเสียงเย็นทีหนึ่ง “ถ้าคุณเป็นพี่ใหญ่ งั้นฉันก็เป็นเจ๊ใหญ่แล้ว ล้อเล่นอะไรกัน รีบขับรถไปเถอะ!”
โดนคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งพูดแบบนี้ใส่ เจตต์ก็รู้สึกไม่ชอบใจเอามาก ๆ แต่ว่าเขาจะสามารถโต้แย้งอะไรได้ล่ะ
ทางด้านกานต์พอได้ยินข่าวจากทางด้านเจตต์แล้ว ก็ส่งคำขอโทรวิดีโอคอลให้นรมนเป็นอันดับแรกเลย
ทั้งตัวนรมนรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
เธอถือโทรศัพท์ออกไปจากห้องผู้ป่วย แล้วถึงจะกดรับสายวิดีโอคอลขึ้นมา
พอกานต์มองเห็นระเบียงทางเดินทางด้านหลังนรมน ก็ถามขึ้นว่า “หม่ามี้ หม่ามี้อยู่ไหน ทำไมดูแล้วคล้าย ๆ โรงพยาบาลเลย?”
นรมนรีบทำสัญญาณมือขึ้นมาอันหนึ่งแล้วพูดว่า “หม่ามี้อยู่ที่โรงพยาบาลจริง ๆ รู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ก็เลยมาเอายา”
“แด๊ดดี๊ล่ะ?”
ครั้งนี้กานต์แม้แต่คุณบุริศร์ก็ไม่ยอมเรียกแล้ว
เพราะว่านรมนมันแต่ตื่นเต้น ก็เลยไม่ได้สังเกตพบจุดนี้
“เขาก็ไม่สบายเหมือนกัน กำลังพักผ่อนอยู่ที่โรงแรม”
“งั้นเดี๋ยวหม่ามี้ให้แด๊ดดี๊ส่งคลิปวิดีโอมาให้ผมอันหนึ่งซิ”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนรู้สึกพูดต่อด้วยไม่ได้
“แด๊ดดี๊ของหนูพักผ่อนอยู่”
“หม่ามี้ ผมรู้หมดแล้ว แด๊ดดี๊เป็นยังไงบ้างครับ? อาการหนักหรือเปล่า? คุณอาเจตต์ได้บอกผมทุกอย่างหมดแล้ว”
คำพูดประโยคนี้ของกานต์พุ่งใส่นรมนจนมึนงงไปเลย
ดีมาก ไอ้เจตต์ตัวดี!
เธอโกรธแทบตายอยู่แล้ว แต่ว่ากลับจ้องมองดวงตาที่เป็นกังวลของกานต์ แล้วมือก็ทำท่าทางแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรแล้ว แด๊ดดี๊หนูนอนอยู่ ที่หม่ามี้ไม่บอกหนูเพราะว่ากลับหนูเป็นกังวล หนูวางใจเถอะ พวกเราจะกลับไปดี ๆ แน่นอน”
“ผมจะดูแด๊ดดี๊”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ว่าพอคิดถึงว่าถ้าไม่ให้กานต์ดู ก็ยังไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะสามารถทำเรื่องอะไรออกมาได้บ้าง
เธอพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ถือโทรศัพท์แล้วเข้าไปในห้องผู้ป่วย แล้วก็หันกล้องไปให้ตรงกับบุริศร์
กานต์เห็นบุริศร์ที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เขาผอมไปแล้ว”
“อืม หม่ามี้จะเลี้ยงเขาให้กลับมาอ้วนเอง วางใจเถอะ”
คำพูดของนรมนนั้นกานต์ไม่ได้รับต่อตอบ เพียงแต่แค่จ้องมองบุริศร์ไปครู่หนึ่ง จากนั้นค่อยพูดขึ้นว่า “หม่ามี้ หม่ามี้เองก็จะต้องระวังสุขภาพด้วยนะครับ อย่าเหนื่อยมากเกินไปนะครับ”
“หม่ามี้รู้แล้วจ้ะ เด็กดี เรื่องนี้อย่างบอกกิจจากับกมลเลยนะ รู้ไหม?”
“รู้แล้วครับ”
“ลูกชายที่รัก ดูแลตัวเองดี ๆ นะ แล้วหม่ามี้กับแด๊ดดี๊จะรีบกลับไปจ๊ะ”
“ครับ”
หลังจากที่นรมนวางสายวิดีโอคอลจากกานต์แล้ว ก็โทรวิดีโอคอลหาเจตต์อย่างโมโหจัด แต่น่าเสียดายเจตต์นั้นเดาออกล่วงหน้าตั้งนานแล้ว ก็เลยปิดเครื่องโทรศัพท์ไป
เมื่อตามหาเจตต์ไม่เจอ นรมนโกรธจนแทบจะตายอยู่แล้ว
ตอนนี้เจตต์กับนิตาขับรถมาถึงวิลล่าฟีนิกซ์แล้ว
ในตอนที่ชนกเห็นพวกเขานั้นก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ