ตอนที่ 725
บทที่ 725 โลกนี้ช่างแคบเหลือเกิน
October 31, 2026
บทที่ 725 โลกนี้ช่างแคบเหลือเกิน
“กานต์!”
นรมนตะโกนแล้วรีบวิ่งเข้าไป
กานต์หันมามอง เห็นว่านรมนกำลังรีบวิ่งมา จึงสงสัย
“หม่ามี๊ ช้าหน่อย เดี๋ยวล้มหรอก”
กานต์รีบวิ่งเข้าไปรับ
นรมนดึงกานต์มาไว้ด้านหลังตัวเอง จ้องไปที่รถจี๊ปคันนั้น แล้วถามขึ้น “พวกนายเป็นมาทำอะไรที่นี่?”
อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่ม มองดูท่าทีที่นรมนปกป้องกานต์ก็รู้สึกตกใจ จากนั้นรีบอธิบาย “คุณอย่าเข้าใจผิด ผมแค่มาดูเท่านั้น”
“ดูอะไร? ที่นี่ร้างหมดแล้ว มีอะไรน่าดูเหรอ?”
นรมนพูดอย่างระมัดระวัง
ชายหนุ่มยิ้มแล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด “ผมรู้ว่าบ้านแถวนี้ร้างหมดแล้ว ผมแค่อยากกลับมาดู ตอนเด็กๆผมเคยได้ยินพ่อกับแม่เล่าให้ฟัง ว่าที่นี่คือบ้ารเกิดของพวกเขา ผ่านไปแล้วหลายปี ผมอยากมาดูที่ที่พ่อและแม่ผมเติบโตมา”
“พ่อแม่นาย?”
นรมนนิ่งอึ้งไป
ไม่ใช่มีคนบอกว่าที่นี่เกิดเรื่องแปลกๆจนคนตายไปหมดไม่ใช่เหรอ?
ทำไมยังมีคนที่ยังมีชีวิตรอดล่ะ?
“ใช่ครับ พ่อแม่ผมจากที่นี่ไปตั้งแต่อายุ 18 ปี จนถึงตอนอยากจะกลับมา ที่นี่ก็ไม่มีเสียแล้ว”
ชายหนุ่มลงจากรถ ยืนนิ่งอยู่ซักพัก เขาดูโศกเศร้า
นรมนเพิ่งได้สติขึ้นมา
ดูท่าที่นี่ยังมีผู้เหลือชีวิตรอดอยู่
“นายยังจำชื่อของคุณปู่ได้ไหม?”
“คุณปู่ของผมชื่อ ทีป”
สิ่งที่ชายหนุ่งพูดออกมา ทำเอานรมนอึ้งนิ่งไป
เมื่อกี้ตอนที่เธอทำความสะอาดศาลเข้า เหมือนจะเห็นชื่อนี้
“ที่นี่ถูกพวกเราซื้อเอาไว้แล้ว จากนี้ไปะเป็นที่ส่วนบุคคล แต่ในเมื่อนายมาแล้ว ก็มาดูเถอะ สามีฉันกำลังความสะอาดศาลเจ้าอยู่พอดี เตรียมจะฟื้นฟูซ่อมแซม”
“ฟื้นฟู ?”
ชายหนุ่มสงสัย แต่ก็รู้สึกดีใจลึกๆ
“สวัสดีครับคุณนาย ผมชื่อโสธร ผมจะเอาป้ายของพ่อและแม่มาไว้ที่นี่ด้วยได้ไหมครับ? คุณวางใจได้ เดี๋ยวผมจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเท่าไหร่ก็ตาม ผมจะพยายามหามาให้ได้ อย่างไรซะที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดของพ่อและแม่ ผมอยากให้พวกเขาได้อยู่ในที่ที่จากมา”
โสธรมองนรมนด้วยความมุ่งมั่น
นรมนครุ่นคิด แล้วจึงตอบเขา “นายไปถามสามีฉันเถอะ แม่ของเขาเป็นคนที่นี่ จากไปแล้วหลายปี ตอนนี้ตายแล้ว ก็อยากให้กลับมาอยู่ในที่ที่จากมาเช่นกัน”
“จอบคุณครับ ขอบคุณมากจริงๆครับ”
โสธรเดินตามนรมนเข้าไปด้วยความดีใจ
ระหว่างทาง นรมนจับมือของกานต์แน่น ราวกับกลัวเขาจะหายไป
กานต์สัมผัสได้ว่านรมนกำลังตื่นเต้น จึงเดินตามนรมนอย่างเงียบๆ
เมื่อมาถึงศาลเจ้า บุริศร์ยังคงทำความสะอาดอยู่
โสธรเห็นว่าศาลเจ้าที่นี่ทรุดโทรมหมดแล้ว แต่ป้ายต่างๆยังเรียงเรียบร้อย ทำให้เขาน้ำตารื้นขึ้นมา
“บุริศร์ จะบอกอะไรบางอย่างกับนาย”
นรมนนำคำพูดของโสธรมาพูดซ้ำอีกครั้ง
บุริศร์มองดูเขา แล้วพูดเสียงเบา “ถ้าเป็นคนตระกูลดารายนก็รีบลงมือช่วยเร็ว”
“ฮ้ะ? ครับ”
โสธรตอนแรกยังไม่รู้ตัว จนเขาได้สติขึ้นมา จึงรีบเข้าไปช่วย
นรมนเห็นบุริศร์ใจจดใจจ่อ จึงไม่เข้าไปรบกวนเขา จึงพากานต์เดินกลับมายังที่พัก
ป้องตามมา พบว่านรมนยังอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว
“นายมาได้ยังไง?”
“ฉันมาได้ยังไง? เธอสองคนสิแปลก ต้องฝังเข็มครอบแก้วทั้งคู่ ตอนนี้จะไปก็ไป ยังไม่บอกผมอีก ยังไงกัน? ไม่รักชีวิตกันแล้วเหรอ? ผมเป็นคนเลวตั้งแต่เกิด ตัวเองต้องทิ้งลูกเมียตามพวกคุณมาเนี่ย”
ป้องพูดเจืออารมณ์โมโห
นรมนพูดตอบด้วยความรู้สึกผิด “นายก็รู้นิสัยของบุริศร์ดี ป้าโอเป็นปมในใจของของเขา ถ้าไม่แก้มันออก เขาก็คงไม่มีความสุข”
“อย่างนั้นก็ไม่เอาชีวิตตัวเองแล้ว ผมบอกคุณให้นะ พวกคุณทั้งสองคน ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่มาหรอก โพนี่เพิ่งจะตั้งท้อง ผมจะให้เกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด”
“อะไรนะ? นายบอกว่าโพนี่ท้องแล้ว? เธอไม่ใช่…”
นรมนรีบหยุดพูดลง
ป้องปัดมือขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ “ผมรู้ว่าคุณจะพูดอะไร ร่างกายของโพนี่เพราะผมเธอจึงไม่สามารถตั้งท้องได้ ผมยังคิดว่าชาตินี้จะไม่มีลูกแล้ว แต่สวรรค์เห็นใจ เป็นโชคดีของเรนนี่ เช้าวันนี้โพนี่ตรวจพบว่าท้องแล้ว ดังนั้นพวกคุณทั้งสองต้องเชื่อฟังผม รีบรักษาให้หายดี ผมจะกลับไปอยู่กับเมียผม”
ป้องพูดพลางยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ
นรมนก็รู้สึกดีใจเช่นกัน
กานต์ยิ้มแล้วพูดขึ้น “เรนนี่จะมีน้องแล้วเหรอ?”
“ใช่”
“หม่ามี๊ เมื่อไหร่จะมีน้องให้ผมกับกมลบ้างครับ?”
นรมนไม่รู้จะตอบอย่างไร
ชีวิตนี้เธอยังมีโอกาสมีลูกได้อีกเหรอ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นรมนก็นึกถึงป้าโอขึ้นมา แต่ว่าทุกอย่างผ่านไปหมดแล้ว เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องรู้สึกอย่างไรกับป้าโอกันแน่
“นายมีน้องสาวแล้ว เลิกงอแง”
“แต่ผมอยากมีน้องชายด้วย! มีน้องชายอีกคนสิ!”
สิ่งที่กานต์พูดทำให้นรมนรู้สึกโหวงเหวง
ป้องจึงรีบพูดขึ้น “เอาล่ะ ทำไมนายโลภแบบนี้ล่ะ? รอคุณน้าโพนี่คลอดน้องออกมาดีกว่า นายต้องช่วยดูแลน้องด้วยนะรู้ไหม?”
“ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว!”
กานต์ดีใจมาก
นรมนมองป้องอย่างรู้สึกขอบคุณ จากนั้นป้องก็เริ่มการรักษาฝังเข็มครอบแก้ว
บุริศร์และโสธรทำกันอยู่ซักพัก ก็มานั่งพักลงด้วยกัน
“ทำไมถึงอยากกลับมาที่นี่ล่ะ?”
บุริศร์ชวนคุย