ตอนที่ 724
บทที่ 724 ผมอยากเรียนหมอ
October 31, 2026
บทที่ 724 ผมอยากเรียนหมอ
นรมนและป้องที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงร้องไห้ของบุริศร์ จึงนิ่งไป นรมนรู้ทันทีว่าป้าโอได้จากไปแล้ว
เธอไม่ถึงกับเศร้า แค่รู้สึกเศร้าแทนบุริศร์เท่านั้น
“หม่ามี๊ คุณย่าโอจากไปแล้วเหรอครับ?”
กานต์ถามด้วยความใสซื่อ
“อืม!”
นรมนพยักหน้า
หลังจากนั้นกานต์ก็เงียบไป
บุริศร์อยู่ด้านในซักพัก แล้วจึงค่อยเปิดประตูออกมา
ขอบตาของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งร้องไห้มา
“โอเคไหม?”
นรมนเดินเข้าไปถาม
“ไม่เป็นไร”
บุริศร์กุมมือนรมน จากนั้นคุณหมอก็ได้เย็นร่างไร้วิญญาณของป้าโอไปที่ห้องดับจิต
ป้าโอเป็นคนทำงานในกองทัพ พิธีการด้านหลังต้องเป็นขั้นเป็นตอน
นรมนพากานต์กลับไปที่โรงแรม บุริศร์ไปขัดการเรื่องงานศพของป้าโอคนเดียว
ป้าโอที่ผ่านมาเป็นเพียงแม่บ้านของบ้านตระกูลโตเล็ก เธอไม่เคยแต่งงาน บุริศร์เป็นลูกชายคนเดียวของเธอ เรื่องราวก็เรียบง่ายเช่นนี้
หลังจากที่บุริศร์เผาร่างของป้าโอเรียบร้อย ก็พากานต์และนรมนกลับไปที่เมืองB
กิจจาและกมลเมื่อเจอนรมนและบุริศร์ก็ดีใจมาก
“คุณพ่อ คุณพ่อรู้ไหม ว่ามีตั้งหลายครั้งที่คุณแม่ไม่ยอมให้หนูวิดีโอคอลหาคุณพ่อ หม่ามี๊แย่มาก จะเก็บคุณพ่อไว้คนเดียว”
กมลรีบฟ้อง
มองดูลูกสาวที่น่ารักของเขา บุริศร์มีความสุขมาก แต่เพราะเรื่องเสียชีวิตของป้าโอทำเขายิ้มไม่ออก
“หม่ามี๊กำลังปกป้องคุณพ่ออยู่ คุณพ่อป่วย
สิ่งที่บุริศร์พูดทำให้กมลอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นเธอก็พูดกับนรมนด้วยความรู้สึกผิด “หม่ามี๊หนูขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
กานต์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเดินเข้าห้องตัวเองไปอย่างเงียบๆ
กิจจาพบว่ามีอะไรแปลกๆ อยากจะเข้าไปถามอาการ แต่ก็ไม่กล้า
นรมนมองกานต์ เธอก็ไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
บุริศร์วางกมลลง แล้วพูดกับกิจจา “เตรียมตัว เดี๋ยวพวกเรากลับเมืองชลธีกัน เดี๋ยวให้คุณอาพฤกษ์ดูแลพวกหนู พ่อกับหม่ามี๊ต้องไปทำธุระที่ยูนนานซักหน่อย”
“คุณพ่อไปเที่ยวกันหรอคะ?”
กมลทำปากจู๋เป็นเชิงไม่พอใจ
บุริศร์กระซิบตอบ “ไม่ได้ไปเที่ยว ไปทำธุระนิดหน่อย คอของหม่ามี๊มีปัญหา คุณพ่อต้องพาหม่ามี๊ไปรักษา”
“จริงเหรอคะ? หม่ามี๊ คอของหม่ามี๊เป็นเจ็บไหมคะ?”
กมลรีบวิ่งไปหานรมน ยื่นมือไปจับที่คอของเธอ
นรมนมีความสุขมากที่มีอีกมากมายหลายเรื่องที่เธอสามารถให้วัยเด็กที่สมบูรณ์แบบแก่เธอได้
“หม่ามี๊ไม่เป็นไร กมลต้องเป็นเด็กดี แค่นี้หม่ามี๊ก็ไม่เจ็บแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นรีบไปรีบกลับมานะคะ ผู้ใหญ่เอาแต่เที่ยวอยู่ด้านนอก ทิ้งให้เด็กอยู่แต่ที่บ้านน่าเบื่อๆ”
กมลพูดปากยื่นปากยาว
“ค่ะ เดี๋ยวจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดนะคะ”
“ค่ะ”
กิจจาเก็บของ จังหวะที่เดินผ่านห้องกานต์ มองเห็นกานต์กำลังนั่งเหม่อมองไปด้านนอก จึงเดินเข้าไปหา
“นายเป็นอะไร? ไปเมืองหลวงกลับมา ทำไมซึมไปเลย”
“คุณย่าโอจากไปแล้ว”
สิ่งที่กานต์พูดทำเอากิจจาชะงักไปชั่วครู่ เหมือนกับยังคิดไม่ออกว่าใครคือคุณย่าโอ
“ก็คือป้าโอคนที่ดูแลบ้านโตเล็ก”
กานต์อธิบาย กิจจาจึงนึกออก
“จากไปได้ยังไง?”
“ป่วย พี่ ผมอยากเรียนหมอ”
กานต์ไม่เคยมั่นใจเท่านี้มาก่อน ว่าตัวเองต้องการอะไร
“แพทย์? นั่นเป็นคณะฉันนี่ นายตั้งใจเรียนบริหารเถอะ นายเป็นผู้สืบทอดตระกูลโตเล็กนะ”
“เลิกล้อกันเล่นได้แล้ว พวกนั้นยกให้พี่สานต่อ ผมจะเรียนหมอ ผมอยากเรียนหมอมาตั้งนานแล้ว ตอนเด็กๆกมลก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อยู่แต่ในโรงพยาบาล ถ้าผมเป็นหมอ ผมก็น่าจะทำให้กมลเจ็บปวดน้อยลงบ้าง? ตอนนี้คุณย่าโอก็จากไปแล้ว ผมกลัวว่าหม่ามี๊กับคุณพ่อจะป่วย ตอนนั้นจะทำยังไง? ผมไม่กล้าวางชีวิตพวกเขาไว้ในมือคนอื่นหรอก”
กานต์พูดด้วยแววตามุ่งมั่น
กิจจาไม่ได้คิดอะไรมาก
พ่อของเขาตายยังไง เขาเข้าใจดี จะเรียนหมอตามคุณหมอมิลินก็เพราะสถานการณ์บังคับเท่านั้น มองสภาพของกานต์ในตอนนี้ เขาจึงกระซิบ “ถ้าพ่อกับหม่ามี๊รู้เข้า ต้องไม่พอใจแน่ๆ”
“เป็นไปไม่ได้ พวกเขารักผมมาก แค่ผมมีความสุข พวกเขาต้องยอมทั้งนั้น แล้วอีกอย่าง ผมก็อยากไปยูนนานกับคุณพ่อและหม่ามี๊ด้วย”
“แต่ว่า คุณพ่อกับหม่ามี๊บอกว่าจะไปรักษาคอไม่ใช่เหรอ?”
“บ้านเกิดของคุณย่าโออยู่ที่ยูนนาน ผมอยากไปดู เธอให้แหวนกับผมมา ถึงแม้จะไม่ได้บอกว่าใช้ทำอะไรได้ แต่ผมก็อยากไปดู”
กานต์ยืนกราน กิจจาจึงไม่ได้พูดเตือนอะไรต่อ
“รีบเก็บของเถอะ ถึงแม้ว่าจะไปกับพวกเขา พวกเราก็ต้องไปเมืองชลธีกันก่อน”
“อืม!”
กานต์รีบเก็บของ และกลับไปที่เมืองชลธีกับพวกนรมน
ตอนที่พฤกษ์เห็นบุริศร์กลับมา เขาแทบคลั่ง
“คุณบุริศร์ ผมจะลาพักร้อน! ผมจะตายอยู่แล้ว! ทั้งบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดเอาแต่หมุนไม่หยุด ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งข้อความหาคมทิพย์ เป็นแบบนี้ต่อไปผมตายแน่ๆ”
“อดทนอีกสักหน่อยนะ ฉันต้องไปทำธุระที่ยูนนานอีกเสียหน่อย เดี๋ยวกลับมาเปลี่ยนนาย”
“อะไรนะ? ยังไปอีกเหรอ?”
พฤกษ์นั่งแผ่ลงกับเก้าอี้