ตอนที่ 727
บทที่ 727 ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ
October 31, 2026
บทที่ 727 ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ
“นรมน!”
เพราะว่าบุริศร์จับมือของนรมนอยู่ ก็เลยล้มตามลงไปด้วยเหมือนกัน
ในช่วงที่ตกหล่นลงไปนั้น บุริศร์หมุนตัวพลิกกลับมาทีหนึ่ง แล้วก็เอานรมนมากอดไว้ในอกทั้งตัว ในตอนที่ตกถึงพื้นนั้น บุริศร์ก็รองอยู่ข้างล่างพอดีเลย
นรมนได้ยินแต่เสียงดังตุบทีหนึ่ง ตัวเองกลับไม่เป็นอะไรเลย จึงอดที่จะเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้
“บุริศร์ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
“ไม่เป็นไร”
บุริศร์ทนเจ็บเอาไว้แล้วประคองนรมนลุกขึ้นมา
ที่นี่เป็นที่ที่คล้ายกับจะเป็นถ้ำแห่งหนึ่ง แต่ว่าข้างในนี้กลับสว่างไสว
นรมนพูดขึ้นอย่างรู้สึกกลัวว่า “ที่นี่คือที่ไหนกันคะ? ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้ฉันเดินกับคุณอยู่ชัด ๆ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่หุบเขาสักหน่อย ทำไมอยู่ ๆ เราถึงตกลงมาได้คะ?”
บุริศร์เองก็ระวังตัวขึ้นมา แล้วเอานรมนมาหลบอยู่ข้างหลัง
“ตามผมมา เดี๋ยวถ้ามีเรื่องอะไร ก็ไม่ต้องสนใจผม ตัวคุณไปก่อนเองได้เลย”
“คุณพูดอะไรกัน? ฉันจะไปก่อนได้ยังไงกัน?”
อยู่ ๆ นรมนก็รู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ว่าก็ไม่มีทางทิ้งบุริศร์ไว้แน่นอน
บุริศร์พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ที่นี่เหมือนกับว่าจะมีคนมาอาศัยอยู่นะ”
“จะเป็นไปได้ยังกัน?”
“คุณดูร่องรอยตอนนี้ซิ มันดูสะอาดมากเลยนะ ถ้าไม่มีคนมาทำความสะอาดละก็ จะไม่มีทางที่ฝุ่นจะไม่เปื้อนสักนิดแบบนี้”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกเรามาหาทางออกกันเถอะ ที่นี่มันวังเวงยังไงไม่รู้ ดูน่ากลัวมากเลย”
“ไม่ต้องพูดแล้ว เดินตามผมมา ตอนนี้ถ้าอยากจะออกไปก็คงไม่มีทางย้อนกลับไปตามทางเดิมได้แล้ว พวกเราจะมาปีนขึ้นไปไม่ได้หรอก?”
บุริศร์จับมือของนรมนเอาไว้แน่น ๆ แล้วเขาพบว่าฝ่ามือของนรมนเต็มไปด้วยเหงื่อซึมออกมาแล้ว
“ไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วย”
แววตาของบุริศร์ได้ให้ความมั่นใจกับนรมนขึ้นมาได้เสี้ยวหนึ่ง
ทั้งสองคนคนหนึ่งอยู่หน้าคนหนึ่งอยู่หลังแล้วเดินเข้าไปข้างใน
พอเดินผ่านช่วงระยะทางหนึ่งมาแล้ว ก็พื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวางขึ้นมา
ที่นี่เป็นเหมือนกับคลังแห่งหนึ่ง แต่ว่ากลับมีเตียงวางไว้อันหนึ่ง และยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำสะอาดวางอยู่ส่วนหนึ่ง
พอเห็นทุกอย่างนี้แล้ว ใจของนรมนถึงได้วางลงได้สักที
“มีคนอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย แต่ว่าเป็นใครกันนะ? ถึงได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่สุสาน นี่มันช่างทำให้คนกลัวมากจริง ๆ เลย”
นรมนยังคงรู้สึกว่าขนลุกไปหมดแล้วอยู่ดี
บุริศร์คุ้มกันเธอไว้ แล้วเดินมาถึงที่เตียงก็นั่งลง แล้วตัวเองก็มองสำรวจไปรอบสี่ทิศรอบหนึ่ง
คนที่อยู่ที่นี่น่าจะไม่ได้ออกไปบ่อย ๆ เพราะว่าอาหารที่เตรียมไว้ที่นี่มันมีเป็นลังเป็นลังเลย แล้วก็ขยะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันก็ยังอยู่ด้วย
บุริศร์ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ที่นี่คือใคร แต่ว่าก็ยังมานั่งอยู่ข้างนรมน แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “พวกเราทำได้แค่รออยู่ที่นี่แล้ว”
“กานต์จะเป็นห่วงได้นะคะ ฉันโทรศัพท์หากานต์หน่อยดีกว่า”
นรมนพูดไปแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แต่กลับพบว่าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเลยสักนิด
“ทำไมเหรอ?”
“ไม่มีสัญญาณค่ะ”
นรมนยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
ไม่รู้ว่ารอไปนานแค่ไหน ก็ยังคงไม่มีคนกลับมา
นรมนเองก็ไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นเวลากี่โมงแล้ว โทรศัพท์ได้แบตหมดไปนานแล้ว
บุริศร์เห็นท่าทางที่เหน็ดเหนื่อยของเธอ แล้วก็พูดเสียงอ่อนโยนขึ้นว่า “คุณนอนสักหน่อยเถอะ ถ้ามีอะไรผมจะปลุกคุณตื่นเอง”
“ฉันอยู่เป็นเพื่อนคุณดีกว่า อยู่ในที่แบบนี้ คุณอยู่ตัวคนเดียวฉันไม่วางใจค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก คุณนอนก่อนเถอะ ผมรับมือได้อยู่แล้ว”
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าแววตาของบุริศร์ทำให้คนวางใจมาก นรมนก็พิงอยู่ในอกของเขา พอผ่านไปไม่นานก็นอนหลับไป
บุริศร์มองท่าทางที่หลับปุ๋ยของเธอ แล้วก็ยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว อยู่ ๆ เขาก็ได้กลิ่นแปลก ๆ กลิ่นหนึ่งขึ้นมา
สัญชาตญาณระมัดระวังตัวของบุริศร์นั้นแข็งแกร่งมา แล้วก็กลั้นหายใจขึ้นทันที เขาอยากจะให้นรมนกลั้นหายใจด้วย แต่ว่าดูท่า นรมนน่าจะติดกับไปแล้ว
เป็นใครกันนะ? หรือว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เหรอ?
บุริศร์ครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง แล้วอยู่ ๆ ก็ล้มลงไป
ผ่านไปไม่นาน ข้างนอกก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ดูท่าอายุน่าจะราวห้าหกสิบปีแล้ว พอเห็นว่าทั้งนรมนและบุริศร์ต่างก็สลบไปแล้ว ก็หัวเราะหึหึขึ้นมา
“เจ้าพวกคนอายุน้อยที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ถึงกลับกล้าวิ่งมาวุ่นวายไปเรื่อยถึงที่ที่ฉันอยู่นี่เลยเหรอ”
ชายแก่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา แล้วยื่นมือไปอยากจะควานหาของอะไรบนตัวบุริศร์สักหน่อย แต่พอยื่นออกไปปุ๊บก็โดนจับไว้ปั๊บเลย อยู่ ๆ บุริศร์ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็จับข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น
“อ๋ายโยว อ๋ายโยว จะหักแล้ว จะหักแล้ว!”
ชายแก่ร้องโหยหวนขึ้นมาทันที
บุริศร์มองเขาด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดขึ้นว่า “คุณวางยาอะไรใส่พวกเรา?”
“ยังจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ยาสมุนไพรอย่างหนึ่งที่จะทำให้พวกคุณสลบไปชั่วคราวนะซิ คุณรีบปล่อยมือได้แล้ว! คนแบบคุณนี่ อยู่ ๆ ก็บุกรุกเข้ามาในที่ของคนอื่น แล้วตอนนี้ก็ยังมาลงมือกับผมอีก นี่มันไม่สนใจฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแล้วใช่ไหม?”
ชายแก่ร้องตะโกนออกไป แต่บุริศร์กลับไม่ได้ปล่อยเขาออก
“ยาถอนพิษล่ะ!”
“จะต้องใช้ยาถอนพิษอะไร! แค่น้ำเย็นสาดกะละมังหนึ่งก็ตื่นแล้ว”
คำพูดของชายแก่ทำให้ดวงตาของบุริศร์หรี่เล็กขึ้นมา
“ผมจะพูดอีกรอบ ยาถอนพิษ! ไม่งั้นละก็ เชื่อหรือไม่ว่าผมจะจัดการหักมือข้างนี้ของคุณทิ้งซะ?”
ระหว่างที่พูด แรงมือของบุริศร์ก็เพิ่มแรงมากขึ้น
“อ้า อ้า อ้า! อย่า อย่า อย่า! ผมให้แล้ว ผมให้แล้วพอหรือยัง?”
ชายแก่เจ็บจนร้องโหยหวนขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่เสียงก็เปลี่ยนไปแล้ว
บุริศร์ยื่นมาออกมา