ตอนที่ 757
บทที่ 757 คิดถึงจนอ้วนขึ้นเลย
October 31, 2026
บทที่ 757 คิดถึงจนอ้วนขึ้นเลย
หลังจากที่นรมนกับบุริศร์ฝากท้องที่บ้านพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนแล้ว นรมนก็ตัดสินใจไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของให้พวกเด็กๆ
“ครั้งนี้กลับมาอย่างเร่งรีบเกินไป เลยลืมซื้อของขวัญมาให้พวกเด็กๆ พวกเราไปหาซื้อของทดแทนที่ห้างกันเถอะ”
นรมนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
บุริศร์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่าเธอยุ่ง ดังนั้น ของที่จะให้พวกเด็กๆฉันก็ซื้อเอาไว้แล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
“ให้ตายสิ คุณไปซื้อของขวัญตอนไหนกัน ? ทำไมฉันอยู่กับคุณตลอดเวลา ฉันถึงไม่รู้เลยว่าคุณไปซื้อของขวัญตอนไหน ?”
นรมนรู้สึกว่าตัวเองจะต้องความจำเสื่อมแน่ๆ ไม่อย่างนั้นอยู่กับบุริศร์ตลอดทั้งวัน ทำไมถึงไม่เห็นว่าบุริศร์ไปซื้อของฝากให้พวกเด็กๆกับคุณพ่อคุณแม่ตอนไหน
บุริศร์หัวเราะแล้วลูบหัวเธอพร้อมพูดว่า “ฉันมีวิชาแยกร่างไง”
“บ้าบอ พูดให้มันจริงจังหน่อย ! ออกไปซื้อตอนไหน ?”
“ตอนที่ฉันออกไปจัดการเรื่องของอุดม ขากลับก็เลยแวะซื้อระหว่างทาง”
พอได้ยินบุริศร์พูดแบบนั้นแล้ว นรมนก็รู้สึกผิดเล็กน้อย
ตอนที่บุริศร์ไปสถานีตำรวจเพื่อตามหาอุดมก็ยังจำได้ว่าต้องซื้อของขวัญมาให้พวกเด็กๆและพวกผู้ใหญ่ในบ้าน แต่เธอกลับลืมมันไปได้
“มีคุณนี่ดีจัง”
“ใช่ไหม ? ตอนนี้รู้หรือยังว่ามีฉันแล้วมันดี”
แน่นอนว่าบุริศร์นั้นชอบให้นรมนพูดชมเชยตัวเอง
“แต่ว่าถ้าเธออยากไปเดินช๊อปปิ้ง พวกเราก็ออกไปเดินเล่นกันสักหน่อยก็ได้”
“ช่างเถอะๆ กลับบ้านดีกว่า คิดว่าเด็กๆก็คงรอกันแย่แล้ว”
ที่นรมนอยากไปห้างสรรพสินค้าก็เพราะมีเป้าหมายที่จะไปซื้อของให้พวกเด็กๆ แต่ในเมื่อตอนนี้บุริศร์ซื้อไว้หมดแล้ว เธอก็ไม่ไปแล้ว ยังไงก็รีบกลับไปดูพวกลูกๆดีกว่า
บุริศร์เห็นนรมนใจลอยไปหาบ้าน ก็เลยพาเธอไปขึ้นรถพร้อมกัน จากนั้นก็กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลโตเล็ก
เมื่อกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลโตเล็กอีกครั้ง ความรู้สึกของนรมนนั้นซับซ้อนมาก
ตอนที่ออกไปจากที่นี่ เธอเคยคิดว่าตลอดชีวิตจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก ถึงขั้นรู้สึกว่าวาสนาระหว่างเธอกับบุริศร์นั้นจบสิ้นลงแล้ว แต่ว่าตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ที่นี่อีกครั้ง มองไปที่อาคารเก่าแก่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแห่งนี้ นรมนก็คิดถึงคุณนายตระกูลโตเล็กขึ้นมา
ตอนนี้หญิงชราคนนี้ไม่อยู่แล้ว แต่ว่าเธอก็ยังคงมีความรู้สึกว่าที่นี่มีร่องรอยและเงาของเรณุกาอยู่ทั่วทุกที่
บุริศร์เห็นนรมนหยุดอยู่ที่ตรงนั้น ก็รู้ว่าในใจของเธอมีปมอยู่
“ไม่อย่างนั้นพวกเราย้ายไปอยู่ที่วิลล่าหลังอื่นเถอะ”
“ไม่ต้อง จะช้าหรือเร็วก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่ ฉันไม่เป็นไรหรอก”
นรมนหันไปยิ้มให้บุริศร์
บุริศร์ดูออก ว่ารอยยิ้มของเธอแฝงไปด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า
“วางใจเถอะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก เขาตายไปแล้ว”
“ฉันรู้”
นรมนจับมือของบุริศร์ จากนั้นก็ก้าวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลโตเล็ก
ทุกอย่างที่นี่ยังคงคุ้นเคยเหมือนเมื่อก่อน แม้กระทั่งแปลงดอกไม้ที่เรณุกาชอบก็ยังคงมีคนคอยดูแลอยู่
นรมนมักจะรู้สึกว่าเรณุกานั่งอยู่ที่แปลงดอกไม้แล้วคอยจัดแต่งพวกดอกไม้ใบหญ้า
เธอรู้ดี ว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่สิ่งที่ติดอยู่ในใจของตัวเอง
“แด๊ดดี้ หม่ามี้! กลับมากันแล้ว”
กมลออกมาจากห้องนอน ตอนที่เห็นบุริศร์กับนรมน ก็ดีใจมากแล้ววิ่งเข้ามาหาพวกเขาทันที
บุริศร์อุ้มกมลขึ้นมา
“ลูกรักของพ่อ คิดถึงแด๊ดดี้ไหม ?”
“ต้องคิดถึงอยู่แล้ว หนูปวดใจปวดฟันปากก็ปวด ดูหนูสิ คิดถึงจนอ้วนขึ้นเลย”
กมลพูดด้วยหน้าตาใสซื่อ
นรมนหัวเราะออกมาทันที
“ลูกอ้วนเพราะกินเยอะไม่ใช่เหรอ ?”
“ก็ใช่น่ะสิ หนูคิดถึงพวกคุณ พอคิดถึงพวกคุณหนูก็เสียใจ พอเสียใจหนูก็จะอยากกินอาหาร ดูสิหนูอ้วนขึ้นอีกแล้ว”
ตรรกะแบบนี้ของกมลทำให้นรมนรู้สึกพึงพอใจเหมือนกัน
บุริศร์บีบแก้มน้อยๆของกมล หัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร เจ้าหญิงน้อยของพ่อไม่อ้วน กำลังพอดีเลย”
“จริงเหรอคะ ?”
“ต้องจริงอยู่แล้ว!”
“แด๊ดดี้ดีที่สุดเลยค่ะ!”
กมลกอดบุริศร์เอาไว้แน่น
นรมนมองดูท่าทางมีความสุขของลูกสาว ก็อดยิ้มตามไม่ได้
กิจจายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง มองดูความเคลื่อนไหวของนรมนกับบุริศร์และกมล ก็รู้สึกเศร้าอยู่บ้าง
นรมนสัมผัสถึงตำแหน่งที่อยู่ของกิจจา ตอนที่มองไปทางกิจจา ใจของเธอก็อดเจ็บปวดขึ้นมาไม่ได้
“กิจจา มานี่ หม่ามี้อุ้มหน่อย ช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเลย หม่ามี้ขอดูหน่อยว่าลูกคิดถึงหม่ามี้จนอ้วนขึ้นบ้างหรือเปล่า”
คำพูดของนรมนทำให้กิจจารู้สึกเกรงใจขึ้นมาเล็กน้อย
“เปล่าครับ น้ำหนักผมยังเท่าเดิม แต่ว่าผมก็คิดถึงแด๊ดดี้กับหม่ามี้จริงๆ”
“เด็กโง่ รีบมาเร็ว มาให้หม่ามี้อุ้มหน่อย”
นรมนดึงกิจจาเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเอง
กิจจาตัวแข็งทื่อเล็กน้อย แต่ก็ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
เขาเกาะอยู่ที่ไหล่ของนรมน แล้วพูดเสียงเบาว่า “หม่ามี้ ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”
ใจของนรมนอ่อนปวกเปียกทันที
“เด็กโง่ หม่ามี้คิดถึงลูกจริงๆ คิดถึงมากๆ ครั้งหน้าพวกเราทั้งครอบครัวออกไปเที่ยวด้วยกันดีไหม ?”
“ครับ”
กิจจานั้นเงียบขรึมมาก
ตั้งแต่หายจากอาการออทิสติก เด็กคนนี้ก็ดูเติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืน เหมือนลูกคนโตของบ้านมาก ไม่ว่าอะไรก็จะคิดเผื่อน้องชายน้องสาวเสมอ และสงบนิ่งขึ้นมาก ตรงกันข้ามกับกานต์ที่เดิมทีเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย แต่ตอนนี้กลับร่าเริงแจ่มใสขึ้นมาไม่น้อย
ในใจของนรมนนั้นเป็นห่วงกิจจา