ตอนที่ 791
บทที่ 791 ฉันต้องการหย่ากับคุณ
October 31, 2026
“เธอหัวเราะอะไร? นรมน อย่ามาพูดจาเหลวไหล ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ได้ทำ! ไม่ใช่ฉันทำ!”
นรมนไม่ได้โต้แย้ง เธอเพียงมองและยิ้มเล็กน้อย
ทันใดธัญญาก็รู้สึกว่าอากาศในห้องเย็นยะเยือก
เธอลูบแขนของตัวเอง มองไปรอบๆห้องโดยไม่รู้ตัว ท่าทางคล้ายวัวสันหลังหวะ สีหน้าของทุกคนที่มองดูต่างก็ไม่เหมือนกัน
“เอาละ ธัญญา เธอทำอะไรกับฉัน ฉันจะไม่เอามาพูดที่นี่แล้ว รอจนกว่าจะไปถึงสถานีตำรวจ เธอค่อยอธิบายความจริงด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากเห็นเธอแล้ว ของๆเธอฉันให้คนเก็บไปจนหมดเรียบร้อยดี อีกประเดี๋ยวเธอก็เอามันออกไปเถอะ”
ท่าทางการพูดของเทย่าราวกับเป็นนายหญิงของบ้าน ทำให้ธัญญาเกิดอาการรับไม่ได้
“บ้านหลังนี้ฉันดูแลรักษาอย่างเป็นระเบียบมาเกือบจะ 20ปี เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง!”
“สิทธิ์ที่เธอคือภรรยาที่แต่งโดยชอบธรรมของฉันพรรษา! คือคุณนายรัตติกรวรกุลโดยแท้จริง!”
คำพูดของพรรษา ทำให้ธัญญาโกรธเคืองทันที
“พรรษานี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณพูดเมื่อตอนนอนร่วมเตียงเดียวกับฉัน! แกมันไอ้ผู้ชายได้แล้วทิ้ง! นั่นมันแก! ถ้าไม่ใช่คำพูดจากใจของคุณที่ไม่ต้องการแต่งตั้งให้ฉันเป็นเมียหลวง เธอเทย่าทำอะไรบ้าง? ฉันทำงานหนักเพื่อตระกูลรัตติกรวรกุลมาตลอดหลายปี สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย ฉันไม่ยอม!”
ธัญญาพูดพลางโผเข้าไปหาพรรษา
พรรษาขมวดคิ้วเล็กน้อย จับธัญญาไว้ได้ทัน
“แม่ พอได้แล้ว ได้สติสักทีได้ไหม? จะส่งเสียงเอะอะเหมือนตัวตลกไปถึงเมื่อไหร่? ผมเป็นลูกแม่กับชณะพล แต่แม่กลับดื้อจะผลักไสให้ผมแก่ตระกูลรัตติกรวรกุล ไม่อายคนอื่นบ้างหรือแม่? มีใครเคยคิดถึงความรู้สึกของผมบ้างไหม? ผมพูดกับพวกคุณท้ายสุดอย่างไร? ลูกๆ ในตระกูลอื่นเติบโตมาในฝ่ามือของพ่อแม่ด้วยความรัก แล้วผมละ? พวกคุณให้กำเนิดผมมาทำไมตั้งแต่ทีแรก? ทำไม?”
พฤกษ์พังทลายจริงๆ
แม้จิตใจของเขาแต่เดิมจะดีขึ้นมาอีกครั้งได้ แต่ ณ ตอนนี้มันทานไม่ไหวอีกแล้ว
ธัญญามองไปยังดวงตาแดงก่ำของพฤกษ์ ไม่รู้จะพูดอย่างไรทันที
“ลูก แม่รักลูกนะ! ที่แม่ทำทั้งหมดมันก็เพื่อลูก ตระกูลรัตติกรวรกุลร่ำรวย แม่ยากจนมาตั้งแต่เด็ก ไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากเหมือนที่แม่เคยพบเจอ รู้ไหม? ถ้าหากไม่เป็นอย่างนี้ แม่จะปล่อยให้ชณะพลทิ้งลูกไปได้อย่างไร? ลูกเป็นลูกที่แม่อุ้มท้องไว้เอง10เดือน และคลอดออกมา! เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่แม่เบ่งคลอดออกมาเอง!”
คำพูดของธัญญาทำให้พฤกษ์รู้สึกไม่สบอารมณ์
“เงินเงินเงิน! ในสายตาแม่ก็มีแค่เงิน! เพื่อเงินของตระกูลรัตติกรวรกุล แม่สามารถละทิ้งจริยธรรมและศีลธรรม แม่สามารถทอดทิ้งลูกชายของตัวเองได้ ตระกูลรัตติกรวรกุลร่ำรวยมากเลยใช่ไหม? แม่คิดว่าตระกูลนี้รวยมากใช่ไหม? ถ้าแม่ขาดเงินก็มาบอกผม ผมจะให้เอง! หลายปีมานี้ ประธานบุริศร์พาผมไปลงทุนในบริษัทร่วมทุน ลงทุนทองคำ ลงทุนในพลังงานใหม่ ผมบอกแม่ได้อย่างไม่อายเลยว่า ผมก็มีเงินไม่น้อยไปกว่าตระกูลรัตติกรวรกุลด้วยซ้ำ! ถ้าหากแม่ต้องการเงิน แม่บอกผมสิ พวกเราหาเงินอย่างเที่ยงธรรมไม่ดีกว่าหรือ? ทำไมต้องทำสิ่งที่ไม่ดี? ทำไมต้องไประรานชีวิตคนอื่น? เปรียบเทียบเงินกับชีวิตคน อันไหนมันสำคัญกว่ากันครับ?”
พฤกษ์คำราม ดวงตาของเขาพร่ามัวไปด้วยน้ำตา
ถ้าหากไม่เป็นเพราะคำนึงถึงพฤกษ์ นรมนคงไม่พูดจาไร้สาระกับธัญญาขนาดนี้ เพราะมีพฤกษ์ เพราะบุริศร์อาลัยอาวรณ์พฤกษ์ เธอเลยเย็นลงได้
ธัญญาได้ยินเสียงโห่ร้องของพฤกษ์ อดไม่ได้ที่จะถาม “ลูก พูดจริงหรือ? ลูกมีเงิน? ลูกมีเงินมากกว่าตระกูลรัตติกรวรกุล?”
“ใช่ครับ ถ้าแม่ต้องการ ผมให้แม่ได้แต่ตอนนี้แม่กำลังทำเรื่องอะไรอยู่?”
“ลูกไม่ต้องสนว่าแม่ทำเรื่องอะไรอยู่ ลูกชาย ลูกมีเงินขนาดนี้ รีบจ้างทนายเก่งๆ ให้แม่นะ แม่ไม่อยากติดคุก แม่อายุปูนนี้แล้ว ถ้าติดคุก คงตายข้างในนั้นแน่!”
ธัญญา จับแขนพฤกษ์ไว้แน่น
พฤกษ์ผิดหวังจริงๆ
จนกระทั่งตอนนี้ ธัญญายังคงไม่สำนึกผิดใดๆเลย
นี่เขามีมารดาอย่างนี้ได้อย่างไรกัน?
พฤกษ์มองไปยังดวงตาอันกระตือรือร้นของธัญญา เขาดึงนิ้วทีละนิ้วของเธอออกจากแขนข้างตัวเอง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แม่ แม่ไม่ใช่เด็กแล้วนะ เมื่อตอนที่แม่ตัดสินใจลงมือกับชีวิตคน ก็ควรรู้หลักการแห่งสวรรค์นั่นดี รับกรรมอย่างเป็นทุกข์ แม่ต้องจ่ายในสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้”
“นี่ลูกไม่ใช่ลูกแม่หรือ? แม่ของลูกจะต้องติดคุก ทำไมถึงทำอย่างนี้กับแม่? พฤกษ์ลูก รีบไปหาทนายให้แม่ เร็วเข้า! ยิ่งไปกว่านั้นแม่ยังเลี้ยงดูนิตา เธอใช้เงินของแม่ไปเยอะ แม่จะไม่คิดดอกเบี้ยได้อย่างไร?”
“ต้องคิดดอกเบี้ยกับชีวิตคนเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ทำให้ผมรู้สึกกลัวจริงๆ!”
คำพูดของพฤกษ์เย็นชา แต่แท้ที่จริงใจเขากำลังเจ็บปวดเจียนตาย
ธัญญาผลักเขาออกไป
“แก ไอ้เด็กอกตัญญู! อกตัญญู! น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว ว่าตอนนี้แกกลายเป็นคนแบบนี้ ฉันควรบีบคอแกให้ตายๆไปตั้งแต่ทีแรก!”
ได้ฟังคำพูดที่โหดร้ายของธัญญา หัวใจของพฤกษ์ก็แทบหลั่งน้ำตา
“คุณนาย ให้ตำรวจเข้ามาเถอะ”
พฤกษ์หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะพูดกับนรมน
“อืม”