ตอนที่ 839
บทที่ 839 เหมือนจะไม่ได้หมายความอย่างนั้น
October 31, 2026
“อย่างแกจะทำอะไรฉันได้? ฉันว่าบุริศร์คงไม่ได้สอนอะไรดีๆให้แกหรอก คงสอนแต่อะไรที่ขัดคำสั่งผู้ใหญ่ล่ะสิท่า? ถึงยังไงเรณุกาก็คือแม่ของเขา และเลี้ยงดูเขามาจนโต เขาจะไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิดเลยหรือไง?”
นรมนอยากโต้แย้งคำพูดของคุณท่านตระกูลพรโสภณ แต่แรงบีบที่มือของเขาทำให้หน้าผากของนรมนมีเหงื่อออก
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณตาลงไม้ลงมือตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน นรมนเกลียดอะไรแบบนี้มากๆ
“นอกจากรังแกเด็กกับผู้หญิง คุณยังทำอะไรได้อีกไหมคะ? ฉันว่าที่คุณได้เกษียณมาอยู่ที่นี่ คงจะฝืนทนพอให้ผ่านๆไปสินะ? อย่างคุณไม่น่าจะมีความสามารถจริงๆหรอก ไม่อย่างนั้นจะทำตัวไม่รู้จักผิดจักถูกแบบนี้ได้ยังไง?”
ถึงแม้จะถูกบีบอยู่ แต่ปากของนรมนก็ยังดีเหมือนเดิม
สีหน้าของคุณท่านตระกูลพรโสภณเริ่มดูไม่ได้
“แกจะไปรู้อะไร!”
“ค่ะฉันไม่รู้ ฉันรู้แค่ว่าที่คุณทำมันน่าขายหน้ายิ่งกว่าอะไรดี ขนาดคนน่ารังเกียจอย่างเรณุกาคุณก็ยังคิดจะช่วยเลย คุณไม่เหมาะกับการอยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อย!”
นรมนไม่สนว่าต่อไปต้องเจออะไร เพราะยังไงก็ไม่สามารถขัดขืนเจตจำนงมาประนีประนอมให้กันได้แล้ว
ยิ่งมารู้ว่าชายชราคนนี้กักขังแม่ของเธอไว้ เพลิงโกรธในใจของเธอก็ยิ่งลุกฮือ เธอแทบอยากจะเผาที่นี่ทิ้งให้มอดไหม้
คุณท่านตระกูลพรโสภณเพิ่มแรงบีบ จนนรมนรู้สึกราวกับแขนของตัวเองกำลังจะขาด แต่เธอก็ยืนกัดฟันนิ่งไม่ยอมส่งเสียงอะไรออกไปสักแอะ
ในตอนที่คิดว่าคุณท่านตระกูลพรโสภณกำลังจะบีบแขนเธอให้หัก จู่ๆคุณท่านตระกูลพรโสภณก็ปล่อยแขนเธอ
นรมนเซถอยหลังในทันที รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถึงแม้คุณท่านตระกูลพรโสภณจะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงมาก ประมาทไม่ได้เลย ถ้าต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ เธอจะสู้คุณท่านตระกูลพรโสภณได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
“นั่งลงซะ”
คุณท่านตระกูลพรโสภณกักเก็บความดุร้ายอย่างฉับไว หลังจากพ่นหายใจออกมาก็กลับมานั่งที่เดิม
นรมนยืนงง
นี่มันอะไรกัน?
แต่เธอก็ไม่อยากจะยืนสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อกี้เพิ่งถูกรังแกมา อีกอย่างแบบนั้นก็คงดูเหมือนเด็กทำความผิดที่กำลังยืนรอรับโทษ
นรมนจึงกลับมานั่งที่เดิม น้ำที่วางอยู่ข้างๆเย็นชืดหมดแล้ว
เธอกำลังจะเรียกคนมาเปลี่ยนแก้วให้ใหม่ แต่พอลองคิดดูอีกทีก็ตัดสินใจปล่อยมันไป ไม่อย่างนั้นตาแก่คนนี้จะทำอะไรอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของคุณท่านตระกูลพรโสภณ เขากระแอมไอ แล้วตะโกนเรียกคนข้างนอก “เอาน้ำอุ่นเข้ามาเสิร์ฟหน่อย”
“รับทราบ”
คนข้างนอกขานรับ ไม่นานหลังจากนั้นก็ยกแก้วน้ำอุ่นๆเดินเข้ามา นอกจากนี้ยังมีผลไม้กับของกินติดมือมาด้วย
“กินเสียสิ ร่างกายของแกตอนนี้ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ต้องเพิ่มพลังงาน ไม่อย่างนั้นถ้าเด็กเกิดมาแล้วไม่แข็งแรง เดี๋ยวก็มานั่งทุกข์ใจอีก”
คุณท่านตระกูลพรโสภณพูดจบก็โบกมือไล่ ชายคนนั้นจึงเดินออกไปอีกครั้ง พร้อมกับปิดประตูลงให้
นรมนรู้สึกว่าคุณท่านตระกูลพรโสภณก็คือตาเฒ่าประหลาดดีๆนี่เอง
“ฉันไม่กิน คุณใส่อะไรลงไปข้างในหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเกิดฉันกินยาพิษเข้าไปจะทำยังไง?”
คำพูดของนรมนทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายของคุณท่านตระกูลพรโสภณพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง
“แกนี่สมกับเป็นเด็กตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจริงๆ เก่งนักล่ะเรื่องพูดให้คนอื่นโมโห ถ้าฉันจะวางยาพิษให้แกตายจริงๆ คิดว่าตอนนี้แกจะได้มานั่งเถียงฉันฉอดๆอยู่ตรงนี้เหรอ?”
“ก็ไม่แน่นะคะ เผื่อคุณอยากเห็นฉันทรมานก่อนตายไง? ไม่อย่างนั้นคุณจะจับแม่ฉันไปขังทำไมล่ะ?”
นรมนกำลังทำตัวไม่มีเหตุผล
คุณท่านตระกูลพรโสภณโมโหจนหน้าอกไหวกระเพื่อม เขาจึงรีบดื่มน้ำเพื่อข่มมันเอาไว้
“ฉันว่าแล้ว ว่าไม่ควรให้แม่แกคบหากับคนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ไม่อย่างนั้นเด็กที่เกิดมาต้องเป็นเด็กเวรที่ทำให้ฉันโมโหตายแน่”
“ตอนนี้คุณท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ?”
“นั่นก็เพราะว่าก่อนหน้านี้แกไม่เคยเจอฉันไง!”
หลังจากพูดออกไปคุณท่านตระกูลพรโสภณถึงได้รู้สึกว่าตัวเหมือนเด็กขี้โมโห
“จะกินไม่กินก็แล้วแต่ ยังไงเด็กในท้องของแกก็ไม่ใช่คนของตระกูลพรโสภณอยู่แล้ว”
จู่ๆนรมนก็รู้สึกว่าอาการแบบนี้ของคุณท่านตระกูลพรโสภณค่อนข้างน่ารัก
เธอปรับอารมณ์ลง แล้วพูดเสียงเบาว่า “คุณตา ปล่อยแม่เถอะนะคะ เธออายุมากขนาดนั้นแล้ว แถมที่ผ่านมายังใช้ชีวิตมาอย่างขมขื่นอีก แล้วคิดว่าจะขังเธอไปอีกกี่ปีคะ? อีกอย่างนะ ทำไมต้องขังแม่ฉันด้วย? เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ!แค่เพราะเธอไม่เชื่อฟังเลยขังเธอไว้งั้นเหรอ สั่งสอนแบบนี้อำมหิตเกินไปหรือเปล่าคะ?”
“ฉันอำมหิตแล้วทำไม?”
คุณท่านตระกูลพรโสภณถามกลับราวกับเด็กที่กลัวแพ้
ซึ่งเป็นอะไรที่นรมนคิดไม่ถึงเลย
เธออยากขำออกมา แต่ก็ไม่กล้า จึงลุกขึ้นเดินมาอยู่ข้างหลังคุณท่านตระกูลพรโสภณ แล้วใช้สองมือบีบไหล่ของเขาเอาไว้ “คุณตา ตกลงมันเพราะอะไรถึงอยากช่วยเรณุกานักล่ะ? โทษของเธอคืออะไรคุณตาก็น่าจะรู้นี่ คำพูดของฉันไม่กี่คำไม่สามารถประกันตัวเธอออกมาได้หรอกนะ ขนาดคนอย่างคุณตายังประกันตัวเธอออกมาไม่ได้ แล้วอย่างฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะคะ?”
ไม่รู้ว่าเพราะการกระทำหรือคำพูดของนรมนที่ทำให้คุณท่านตระกูลพรโสภณใจอ่อนลง เขาถึงได้ถอนหายใจออกมา แล้วพูดว่า “แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอมีโทษติดตัวมากมาย? เพียงแต่ว่าตอนนี้ให้เธอเข้าคุกไม่ได้จริงๆ”
“ทำไมล่ะ? คุณตาก็บอกมาสักทีสิ”
“แกนี่มันเหมือนแม่แกจริงๆ เอาแต่ถามอยู่ได้ว่าทำไมๆ คนแบบแก ถ้าไปอยู่ในเขตทหารคงถูกยิงตายไปแล้ว”
ถึงแม้คุณท่านตระกูลพรโสภณจะอายุปูนนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยลึกๆได้เหมือนเดิม
นรมนกลับรู้สึกว่าคุณท่านตระกูลพรโสภณที่เป็นแบบนี้น่ารักมากๆ
“ฉันไม่ใช่ทหารซะหน่อย เพราะงั้นฉันถามได้อยู่แล้ว”