ตอนที่ 838
บทที่ 838 คุณท่านคิดว่ามันเหมาะสมไหม
October 31, 2026
“คุณท่านตระกูลพรโสภณ คุณทำแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่มั้งคะ?”
สีหน้าของนรมนเริ่มขุ่นมัว
คุณท่านตระกูลพรโสภณมองมาที่เธอ จากนั้นก็หัวเราะ “ทำไมล่ะ? ไม่เรียกคุณตาแล้วเหรอ?”
“ฉันยังไม่รู้ว่าคุณใช่คุณตาของฉันจริงๆหรือเปล่า เอาแบบนี้แล้วกัน ตอนนี้แม่ฉันไม่อยู่ แต่ว่าคุณน้าเทย่าอยู่ ให้ฉันเรียกเธอมายืนยันสถานะของคุณดูเป็นไง?”
ในตอนที่นรมนพูดถึงเทย่า รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณท่านตระกูลพรโสภณก็พลันหายไป เปลี่ยนมาเป็นสีหน้าโกรธๆ
“อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้น เธอไม่ใช่คนของตระกูลพรโสภณ”
“คุณท่านตระกูลพรโสภณ จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะคะ เธอคือน้องสาวแท้ๆของแม่ ในเมื่อคุณบอกว่าคุณเป็นพ่อของแม่ฉัน แล้วทำไมคุณจะไม่ใช่พ่อของเธอล่ะ?”
นรมนย้อนถาม
สีหน้าของคุณท่านตระกูลพรโสภณยิ่งบูดบึ้งมากกว่าเดิม
“หึ!มีแม่คนเดียวกันกับแม่แก แล้วจำเป็นต้องมีพ่อคนเดียวกันด้วยเหรอ? แกไม่คิดดูล่ะ ถ้าเธอเป็นคนของตระกูลพรโสภณ ฉันจะปล่อยให้เธอระหกระเหินอยู่ข้างนอกทำไม?”
“หมายความว่ายังไงคะ?”
เวลานี้นรมนเริ่มงุนงง
แม่คนเดียวกัน แต่ไม่ใช่พ่อคนเดียวกัน นี่หมายถึงอะไร? หรือว่าความหมายของคุณท่านตระกูลพรโสภณก็คือคุณยายมีชู้งั้นเหรอ? เทย่าไม่ใช่ลูกของคุณท่านตระกูลพรโสภณ?
ดูเหมือนคำตอบจะมีแค่แบบนี้ถึงจะเข้าท่า แต่ไม่ว่ายังไงนรมนก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
ในยุคนั้น จะมีผู้หญิงกล้าคบชู้ได้ยังไง? อีกอย่างคนลักษณะอย่างคุณท่านตระกูลพรโสภณ ก็ไม่เหมือนคนที่จะยอมให้คนรักมีชู้ง่ายๆ ในเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ลูกสาวของตัวเอง แล้วเก็บสองแม่ลูกเอาไว้ทำไมตั้งหลายปี?
แน่นอนว่านรมนไม่ได้เอ่ยถามข้อสงสัยเหล่านี้ออกไป เธอเพียงแค่สงสัยข้างในใจเท่านั้น
คุณท่านตระกูลพรโสภณไม่กลัวว่านรมนจะหัวเราะเยาะเมื่อได้ฟัง จึงเริ่มเล่าทุกอย่างออกมาอย่างโมโหว่า “ตอนนั้นฉันออกไปปฏิบัติภารกิจเป็นเวลาสามปี หลังจากกลับมาก็พบว่าเธอตั้งครรภ์ ไหนแกลองบอกมาซิ ฉันไม่อยู่บ้าน แล้วเธอท้องกับใคร? ไม่ว่าฉันพยายามถามเท่าไหร่ เธอก็ไม่ยอมบอก แถมไม่ปฏิเสธด้วยว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของฉัน ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะฉันห่วงชื่อเสียงของฉัน ฉันไม่มีทางเก็บสองแม่ลูกนั้นไว้หรอก ต่อมาเธอก็เป็นฝ่ายขอหย่าก่อน เงื่อนไขในการหย่ามีแค่อย่างเดียวคือเธอขอแค่เด็กคนนั้น เธอไม่ต้องการทุกอย่างในตระกูลพรโสภณ แม้กระทั่งลูกของเธอกับฉัน ผู้หญิงแบบนี้ยังต้องพูดอะไรดีๆด้วยอีก ลูกคนนั้นของเธอก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหน ฉัน ตนุวรคนนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนโกหกแกหรอกนะ”
นรมนรู้สึกว่าพูดอะไรออกไปตอนนี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่ จึงเลือกที่จะเงียบ
เมื่อเห็นนรมนเงียบ คุณท่านตระกูลพรโสภณก็เอ่ยถามเสียงเย็นว่า “ทำไมไม่พูดล่ะ? ไม่ถามแล้วเหรอ? หรือว่ายอมทำตามที่ฉันบอกแล้ว?”
“คุณกับเรณุการเป็นอะไรกัน? ทำไมต้องอยากช่วยเธอด้วย? ถ้าคุณติดตามฉันมาตลอด คุณก็น่าจะรู้ว่า ระหว่างฉันกับเธอบาดหมางกันมาตั้งเท่าไหร่ อีกอย่างคุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าเธอชักนำให้ตระกูลจันทรวงศ์ทำอะไร? ในเมื่อคุณอาศัยอยู่ที่นี่ ก็ต้องเคยเป็นวีรบุรุษที่อุทิศตัวเพื่อที่นี่ ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ทำไมคุณยังจะทำแบบนี้อยู่อีก?”
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกแกว่าทำไปเพื่ออะไร และแกก็ไม่จำเป็นต้องรู้ แกแค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอแล้ว”
คุณท่านตระกูลพรโสภณไม่คิดจะพูดอะไรกับนรมนให้มากความ
นรมนกลับส่ายหัวแล้วพูดว่า “คุณรู้จักบุริศร์ แล้วทำไมไม่ไปเจอเขาเองล่ะคะ?”
“นิสัยของไอ้หมอนั่นแข็งกระด้างอย่างกับหินใครไปคุยด้วยก็ไม่สะทกสะท้านหรอก แต่แกคือข้อยกเว้น หมอนั่นทั้งรักทั้งหลงแกเข้ากระดูกขนาดนั้น แกคงยังไม่รู้ล่ะสิ? บุริศร์น่ะโอนทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเป็นชื่อแกหมดแล้ว ตอนนี้แกคือคนที่รวยที่สุดในโลกรู้ตัวไหม? ตอนนี้เขาก็กำลังทำงานให้แก”
“ว่าไงนะ?”
นรมนอึ้งกิมกี่
ไม่ใช่ว่าให้เธอแค่ส่วนหนึ่งเหรอ? จะเป็นทุกส่วนเลยได้ยังไง?
เมื่อคุณท่านตระกูลพรโสภณเห็นท่าทางของนรมน ก็พูดกลั้วยิ้ม “หมอนี้ก็คลั่งรักเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องความสัมพันธ์ของวงศ์ตระกูล ไม่แน่ป่านนี้เขาคงไปได้ดีกว่านี้ แต่ก็ช่างเถอะ ชีวิตใครชีวิตมัน เอาเป็นว่าแกจะตอบตกลงไหม?”
“ฉันไม่สามารถตกลงได้ค่ะ!”
ความแน่วแน่ของนรมนทำให้ใบหน้าที่กำลังยิ้มอยู่ของคุณท่านตระกูลพรโสภณพลันนิ่งค้าง
“แกว่าไงนะ? เผื่อฉันฟังไม่ชัด!”
“ฉันบอกว่าฉันไม่สามารถตกลงได้ เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือเป็นใคร บุริศร์ก็ไม่ยอมทำตามหรอกค่ะ อีกอย่างเรณุกาก็สมควรได้รับโทษ คุณเองก็น่าจะรู้ดี ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทั้งๆที่คุณรู้ว่าเธอไม่สมควรได้รับการเว้นโทษ แล้วทำไมถึงอยากให้ปล่อยเธอออกมาทำร้ายคนอื่นอีกล่ะคะ? อีกอย่างฉันหาเหตุผลในการพูดโน้มน้าวบุริศร์ให้ปล่อยตัวเรณุกาไม่เจอเลยแม้แต่ข้อเดียว คดีที่ติดตัวเธอมีเยอะมากเกินไป ไม่ใช่ว่าคำพูดแค่คำเดียวไม่สืบสวนอะไรเลยก็ทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นคุณท่านตระกูลพรโสภณ เรื่องนี้ฉันไม่สามารถทำอะไรได้จริงๆค่ะ”
นรมนพูดจบก็ลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไป ทว่ากลับได้ยินเสียง คุณท่านตระกูลพรโสภณปาแก้วน้ำชาลงบนพื้น
น้ำชากระเด็นไปทั่วพื้น นรมนขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่มันนิสัยคนแก่ขี้โวยวายชัดๆ!
แต่เธอก็ไม่คิดจะยอมแต่อย่างใด หลังจากหยุดนิ่งสักพักเธอก็ก้าวขาเดินต่อ แต่กลับได้ยินเสียงพูดเย็นๆของคุณท่านตระกูลพรโสภณดังขึ้นมาว่า “ถ้าแกไม่ยอมตกลง แล้วก้าวขาออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ฉันรับรองว่าชาตินี้แกไม่มีทางได้เจอแม่แกอีกแน่!”
“คุณพูดอะไร?”
นรมนหยุดเดินในทันที เธอหันกลับไปมองคนสูงอายุอย่างไม่อยากจะเชื่อ
คุณท่านตระกูลพรโสภณไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขาเปิดวิดีโอหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนไปให้นรมน
ในวิดีโอ คิมกำลังถูกขังอยู่ในห้อง รอบข้างมีแต่คนเฝ้าเอาไว้ ต่อให้เธอพยายามออกไปแค่ไหนก็ออกไปไม่ได้
บริเวณข้างนอกห้อง นรมนเห็นรูปร่างที่คุ้นเคยของใครบางคน