ตอนที่ 862
บทที่ 852 พวกเราหนีไม่พ้น
October 31, 2026
คมทิพย์ออกจากห้องแล้ว ปัญญ์ยังคงลังเล
ที่จริงคมทิพย์ไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ว่าปัญญ์อยากให้เธอออกไป เพียงแต่ไม่อยากให้ปัญญ์เสียใจก็เท่านั้น
ตอนนี้ได้ยินเสียงปัญญ์หามือถือออกมา ในที่สุดก็ถอนหายใจออกไป แต่ในมือถือซิมการ์ดมือถือของปัญญ์
ปัญญ์นิ่งคิด คิดจะโทรหานรมนถึงรู้ว่าซิมการ์ดหายไปแล้ว
เขาตะลึงครู่หนึ่ง ไม่รู้คมทิพย์ถอดซิมการ์ดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาอดยิ้มขื่นออกมาไม่ได้
ตอนนี้มีมือถือจะมีประโยชน์อะไร
คมทิพย์ไม่เคยให้เขาสั่งอาหาร กลัวว่าจะเกิดปัญหา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำเอง นานเท่าไหร่แล้ว คมทิพย์ผ่ายผอมลงมาก
ปัญญ์รู้ว่าตัวเองทำให้พี่สาวลำบาก แต่ตอนนี้แม้แต่สิทธิ์จะตายยังไม่มี ถ้าหากเขาตายขึ้นมาจริงๆ บางทีคมทิพย์คงจะอยู่ต่อไปไม่ได้แน่”
เขามีชีวิตอยู่เพื่อคมทิพย์
ปัญญ์ถอนหายใจเอนหลัง ทุบขาสองข้างแรงๆ แต่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ชยนต์!
เขาจำชื่อนี้ไม่มีวันลืม จะต้องมีสักวันหนึ่งที่จะทำให้มันต้องชดใช้
คมทิพย์ออกจากห้อง มองเห็นทุกที่มีแต่คนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดากับตระกูลโตเล็กกำลังตามหา เธอรู้ดีพวกนั้นตามหาตัวเอง
ดูท่าคงจะอยู่เมืองชลธีต่อไม่ได้แล้วจริงๆ เธอกับปัญญ์ต้องรีบไปจากเมืองชลธีให้เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อนรมน แต่เพื่อปัญญ์ด้วย ไม่ว่าอย่างไร เธอไม่มีทางปล่อยให้ปัญญ์เผชิญปัญหาและอันตรายแน่นอน
คมทิพย์หลบทุกคน ทันใดนั้นก็เห็นรถทหารมุ่งหน้าไปทางบ้านเก่าของตระกูลโตเล็ก
เธอคลับคล้ายคลับคลาจะเห็นกานต์กับกิจจา
ดวงตาของคมทิพย์รื้นน้ำตา
เด็กๆ พวกนี้ ทั้งชีวิตนี้เธอคงไม่มีโอกาสเจอพวกเขาอีก
คมทิพย์กลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหว รีบเดินหนีไป
กานต์ก้มหน้าเล่นมือถือ ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองออกไปข้างนอก
กมลตกใจเพราะท่าทางของกานต์
“พี่ เป็นอะไร มองอะไรคะ”
ขณะที่พูด เธอก็มองออกไปข้างนอก
กานต์ขมวดคิ้ว ท่าทางคล้ายกับบุริศร์มาก
“เมื่อกี้รู้สึกเหมือนมีสายตามองพวกเรา”
“จะเป็นไปได้ไง พวกเราอยู่ในรถทหาร ใครจะกล้ามองพวกเรา”
กมลฝึกในค่ายทหารหลายวันมานี้ ร่างกายดูบึกบึนขึ้นไม่น้อย
กานต์ไม่ได้พูดอะไร ก้มหน้าเล่นมือถือต่อ แต่รู้สึกแวบๆ ว่าจะมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
กิจจามองเขา แปลกใจ
“ไม่ได้ตาฝาดนะ”
“บางทีอาจจะตาฝาด หลายวันนี้เหนื่อยมาก พอถึงบ้านแล้ว อาบน้ำนอนเต็มที่ซะหน่อย”
คำพูดของกานต์ทำให้กิจจาพยักหน้า แต่ยังคงแปลกใจมองออกไปข้างนอก ไม่เห็นมีใคร
ตอนที่ทุกคนเข้าไปในบ้านเก่าตระกูลโตเล็ก บุริศร์กับนรมนรออยู่ข้างนอกแล้ว
นรมนร่างกายไม่แข็งแรง บุริศร์ไม่อยากให้เธอออกมา แต่ทำไม่ได้ นรมนยืนยันจะออกมา เขาจึงทำได้แต่ตามใจเธอ แต่กางร่มให้ตลอด ระมัดระวังเป็นพิเศษ
ตอนที่ธรรศเห็นพวกเขา ก็ยิ้มแย้ม “ทำไมออกมารับพวกเราล่ะ ฉันคิดว่าบุริศร์จะไปรับพวกเขาซะอีก ว่าไง ยังต้องให้ฉันมาส่ง หน้าใหญ่จังนะ”
บุริศร์พูดเรียบๆ “มีเรื่องต้องทำน่ะครับ”
“เรื่องอะไรสำคัญกว่าลูกตัวเองล่ะ จริงสิ ฉันเห็นคนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดากับตระกูลโตเล็กอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
บุริศร์เปิดประตู
กมลกระโดดลงมาคนแรก
“แด๊ดดี้ หนูคิดถึงที่สุดเลยค่ะ”
เธอกระโดดใส่ตัวบุริศร์ สองมือโอบรอบคอ จุ๊บแก้มสองข้าง
เพราะเสียงอ่อนเสียงหวานของลูกสาว ทำให้บุริศร์ยิ้มกว้าง
“แด๊ดดี้ก็คิดถึงหนู เข้าบ้านเร็ว อย่าตากฝน”
บุริศร์ปล่อยกมลลง
กมลมาหานรมน มองท้องนรมนระมัดระวัง พูดขึ้น “หม่ามี้ ทำไมท้องไม่เปลี่ยนแปลงเลย น้องสาวไม่โตขึ้นหรือคะ”
นรมนแม้ว่าจะอารมณ์ไม่ดี เมื่อเห็นลูกๆ กลับมา จิตใจผ่อนคลายไม่น้อย
“น้องสาวโตช้า มานี่เร็ว หม่ามี้จูงมือหนูเข้าบ้าน”
“รอพี่ๆ ด้วยค่ะ”
กมลยืนรอข้างๆ นรมน
ตอนที่กานต์กับกิจจาลงจากรถ กิจจาตื่นเต้นดีใจที่เห็นนรมนกับบุริศร์ หน้าเปื้อนยิ้ม “แด๊ดดี้ หม่ามี้ กลับมาแล้ว”
“มาเร็ว!”
นรมนให้เขามาหา
กานต์ลงมาจากรถท่าทางเท่ ในมือยังคงเล่นเกม ทำให้บุริศร์หงุดหงิด
“ทักทายไม่เป็นหรือไง”
“คุณบุริศร์ ผมกลับมาแล้ว”
พูดเสร็จ เขาก็เดินผ่านบุริศร์ไปหานรมน เห็นนรมนยิ้มตาหยีมองตัวเอง ก็ค่อยเก็บมือถือ
“หม่ามี้ ผมกลับมาแล้วครับ”
นรมนเห็นเด็กๆ สามคนคล้ำไป แต่ดูแล้วแข็งแรง ก็ยิ้มแย้ม “เข้าบ้านกันเร็ว เพราะมีธุระด่วน หม่ามี้กับแด๊ดดี้เลยยังไม่ได้ทำกับข้าว เดี๋ยวเด็กๆ ไปอาบน้ำรอก่อน หม่ามี้จะไปทำกับข้าว”