ตอนที่ 942
บทที่ 942 พวกเรามาคอยดูกัน
October 31, 2026
เมื่อประโยคนี้ถูกพูดออกไป นรมนก็ได้สติขึ้นมาทันที
“ใช่แล้ว เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขากลายเป็นเจ้าชายนิทรา”
แววตานรมนสาดประกายคมกริบออกมาทันที
“อุบัติเหตุทางรถยนต์ของพฤกษ์เกี่ยวข้องกับเธอหรือ”
เธอคว้ามือของเนตราเอาไว้ จิตใจปั่นป่วนวุ่นวาย
เธอรู้มาตลอดว่าเนตราเป็นคนของเชษฐ์ จึงนึกว่าเนตราเป็นแค่ตัวละครที่มีบทบาทเล็กๆคนหนึ่ง และเป็นลูกสาวของคุณพ่อคุณแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธน จึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเท่าใดนัก แต่ถ้าหากว่าเนตรามีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของพฤกษ์ล่ะก็ นรมนปล่อยปะละเลยคนที่ทำความผิดนี้ไปไม่ได้
เมื่อเห็นสายตานรมนและคมทิพย์คมกริบขึ้นมากะทันหัน เนตราที่ถูกนรมนจับข้อมือเอาไว้ ก็กรีดร้องขึ้นมาทันที
“คุณพ่อคุณแม่ พวกคุณรีบมาเร็วเข้า! นรมนจะตีหนูแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พ่อของนรมนก็วิ่งออกมาทันที ส่วนแม่นรมนก็ถือถุงน้ำเกลือมือหนึ่งลนลานวิ่งออกมาเช่นกัน
“นรมน ลูกจะทำอะไรน่ะ รีบปล่อยเนตรานะ!”
แม่นรมนตะโกนเสียงดังร้องไห้ไป สีหน้าพ่อนรมนขรึมลงทันที
หัวใจของนรมนเจ็บปวดราวกับถูกฉีกทึ้ง เพียงแต่บนใบหน้ากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ
“เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางถนนเรื่องหนึ่ง หนูจะพาเธอไปสถานีตำรวจสักรอบค่ะ”
นรมนพูดอย่างมีหลักเกณฑ์ ไม่มีความรู้สึกใดๆเข้ามาเจือปนแม้แต่น้อย
เนตราตื่นตระหนก
“คุณแม่ อย่าให้เธอพาหนูไปนะคะ เธอคิดจะฆ่าหนู! คุณแม่ คุณพ่อช่วยหนูด้วย!”
เนตราร้องโวยวาย
“หุบปาก! ถ้าหากว่าเธอบริสุทธิ์จริง ฉันจะแสดงความสำนึกผิดด้วยการขอโทษเธอเอง” “ไม่จำเป็น”
นรมนยังไม่ทันจะเอ่ยจบ พ่อนรมนก็ก้าวเข้ามา สะบัดฝ่ามือปัดมือเธอออก แรงที่ค่อนข้างมากนั้นทำให้หลังมือของนรมนบวมแดงขึ้นมา
พ่อนรมนดันตัวเนตราไปไว้ด้านหลัง ท่าทางต้องการจะปกป้อง จนถึงขั้นมองไปที่นรมนอย่างมีโทสะ พร้อมกับเอ่ยว่า “พวกเรารับปากแล้วว่าจะไปจากเมืองชลธี เธอยังต้องการอะไรอีก ในตอนนี้คิดจะทำร้ายเนตราจนตายต่อหน้าพวกเราหรือ นรมน หลายปีมานี้ ฉันสั่งสอนเธอมาแบบนี้หรือ”
รสชาติขมปร่าค้างเติ่งอยู่ในลำคอนรมน จะก้าวต่อไปหรือถอยหลังออกมาล้วนลำบากทั้งสองด้าน
คมทิพย์เห็นหลังมือนรมนบวมแดง ก็รู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของพ่อนรมน เพียงแต่ก็ลากนรมนไปไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว เอ่ยเสียงเย็นชา “คุณท่านธนาศักดิ์ธน คุณต้องการปกป้องลูกสาวแท้ๆของตัวเอง พวกเรายุ่งไม่ได้ แต่ขอให้คุณมีเหตุผลในเรื่องความถูกต้องและความผิดด้วยได้หรือไม่ นรมนไม่ได้ติดค้างอะไรพวกคุณ เนตราพูดอะไร พวกคุณก็อย่าเชื่อไปเสียหมด ตอนนี้คุณต้องการปกป้องลูกสาวแท้ๆของพวกคุณ ดิฉันไม่สนใจ แต่ถ้าหากให้ดิฉันตรวจสอบพบว่าเนตรามีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของคู่หมั้นฉัน ฉัน คมทิพย์จะไม่ยอมวางมือจากเรื่องนี้แน่นอน! วันนี้ฉันขอพูดให้ชัดเจนตรงนี้ ทางที่ดีให้เนตราบริสุทธิ์จะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นล่ะก็ ดิฉันจะไม่เห็นแก่ไมตรีจิตระหว่างคุณกับนรมน และจะต้องทวงความยุติธรรมขึ้นมาให้คู่หมั้นดิฉันให้ได้”
“เธอจะนับเป็นตัวอะไรได้! ฉันได้ยินคุณแม่ฉันบอกว่า เธอก็เป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ในปีนั้น หากไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ฉันสนับสนุนให้เธอได้เรียนหนังสือ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอจะไปเป็นขอทานอยู่ซอกมุมไหนแล้ว ตอนนี้นรมนก็เป็นคนลืมบุญคุณคนเช่นกัน ยังคิดจะมาข่มขู่คุณพ่อคุณแม่ฉันอีก คมทิพย์ ใครให้ความมั่นใจนี้กับเธอกัน”
แม้ว่าเนตราจะอยู่หลังพ่อนรมนแต่ปากก็ยังคงพูดไม่หยุด
นรมนมองไปทางคุณพ่อคุณแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธน เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่พูดอะไรสักประโยค ราวกับว่าเนตรากำลังพูดถึงความคิดทั้งหมดของพวกเขา ในจุดนี้ก็ทำให้นรมนเจ็บปวดใจอย่างสุดซึ้ง
“ในปีนั้นเงินค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยของคมทิพย์เป็นเงินรางวัลของหนูเอง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณพ่อคุณแม่ ใช่ไหมคะ คุณพ่อคุณแม่?”
นรมนมองตรงไปที่คุณพ่อคุณแม่ตัวเอง
พ่อนรมนไม่พูดอะไร แม่นรมนเอ่ยเสียงเบาว่า “เธอถูกพวกเราเลี้ยงมาจนโต เงินของเธอก็เป็นเงินของพวกเราเป็นธรรมดา ยังจะมาแบ่งแยกกันและกันทำไม”
“เหอะๆ!”
นรมนถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมา
“ดังนั้นคมทิพย์ก็เป็นพวกคุณที่ช่วยเหลือด้านเงินทุนให้เรียนมหาวิทยาลัยหรือคะ หนูจำได้ว่าตั้งแต่มัธยมปลาย หนูก็ไม่ได้ขอเงินกับทางบ้าน เงินค่าเทอมและค่ากินอยู่เป็นเงินที่หนูหามาได้ไม่ใช่หรือ หรือว่านี่ก็ควรจะเป็นเงินของตระกูลธนาศักดิ์ธนด้วยกัน?”
“เธอยังไม่ได้แต่งงาน เงินของเธอก็คือเงินของตระกูลธนาศักดิ์ธน”
การเถียงข้างๆคูๆของแม่นรมนทำให้นรมนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่
เธอไม่เคยรู้เลยว่ามารดาที่สง่างามสูงส่งคนนี้ถึงกลับกลายคนที่ทะเลาะโวยวายเหมือนหญิงปากร้ายเพื่อลูกสาวแท้ๆของตัวเอง
ตอนนี้พูดอะไรไปล้วนป่วยการ บิดามารดาตระกูลธนาศักดิ์ธนล้วนไม่ยอมรับว่าพวกเขาไม่ถูก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจะดื้อดึงต่อไปเพื่ออะไรกัน มีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวดใจยิ่งกว่าเดิมเท่านั้นเอง
คมทิพย์ก็มองออกถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเล็กน้อย ระหว่างนรมนและบิดามารดาตระกูลธนาศักดิ์ธน จึงเอ่ยอย่างเหยียดหยามว่า “เงินทุนที่ช่วยเหลือให้ดิฉันได้เรียนมหาวิทยาลัยในปีนั้นเป็นนรมนที่มอบให้ แต่ถ้าหากว่าพวกคุณคิดว่านั่นเป็นเงินของตระกูลธนาศักดิ์ธน ก็ได้ค่ะ เงินค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยในสามปีนั้น ดิฉันจะคืนให้พวกคุณในตอนนี้”
“คมทิพย์!”
นรมนคิดอยากจะห้ามเอาไว้
ตอนนี้คมทิพย์ต้องการเงินมาก ต้องการมากกว่าตระกูลธนาศักดิ์ธนเสียอีก
แม้ว่าตระกูลธนาศักดิ์ธนจะไม่มีเงิน แต่ดีร้ายอย่างไร หลายปีนี้ผลงานการเขียนพู่กันและภาพวาดของพ่อนรมนก็ยังมีราคาอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่เชื่อว่าบุริศร์จะไล่พวกเขาไปโดยไม่มอบเงินให้ พวกเขาก็แค่แสร้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าตัวเองเท่านั้นเอง
แต่ถ้าหากว่าคมทิพย์มอบเงินให้กับตระกูลธนาศักดิ์ธนล่ะก์ คมทิพย์ก็จะตกอยู่ในสภาพปากกัดตีนถีบแล้ว
เป็นธรรมดาที่คมทิพย์จะเข้าใจความปรารถนาดีของนรมน เธอยิ้มให้กับนรมน หลังจากนั้นก็หันหน้าไปพูดกับบิดามารดาตระกูลธนาศักดิ์ธนว่า “ฉันจำได้ว่าเงินค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยสามปีของฉันคือหนึ่งแสน พวกคุณต้องการตอนนี้หรือว่าตอนไหน?”
“ต้องการตอนนี้”
เนตรามองบัตร ATM ในมือคมทิพย์ ก้นบึ้งแววตามีความละโมบพาดผ่าน
“ไม่ได้ เงินนี้คมทิพย์จะ...”
“ได้! พวกคุณรอตรงนี้ ดิฉันจะไปถอนมาให้พวกคุณตอนนี้แหละ เพียงแต่ว่าหลังจากที่พวกคุณรับเงินนี้ไปแล้ว ดิฉันกับพวกคุณ นรมนกับพวกคุณก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้วสินะ? คุณท่านธนาศักดิ์ธน จากที่ดิฉันทราบมา ตอนที่บุริศร์ให้พวกคุณไปจากเมืองชลธีก็ได้ให้เงินพวกคุณไปสิบล้าน เงินสิบล้านนี้มากพอที่จะให้พวกคุณใช้ได้ชั่วชีวิตนี้แล้ว และก็ถือว่าเป็นการซื้อขาดความสัมพันธ์ระหว่างนรมนและพวกคุณ ดังนั้น หลังจากนี้พวกคุณก็นำเรื่องบุญคุณในการเลี้ยงดูนรมนมาทำร้ายและบีบบังคับนรมนให้น้อยๆหน่อยเถอะ ถึงอย่างไรพวกคุณก็รับเงินไปแล้ว บุญคุณนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว”
เมื่อได้ยินคมทิพย์พูดเช่นนี้ นรมนก็ตะลึงค้างไปทันที
บุริศร์มอบเงินให้พวกเขาสิบล้าน?