ตอนที่ 945
บทที่ 945 ใครกันที่อาจหาญเช่นนี้?
October 31, 2026
“ธิดา!”
นรมนหวาดกลัว คิดจะวิ่งเข้าไปข้างใน แต่กลับถูกบุริศร์ขวางเอาไว้
“คุณรออยู่ข้างนอกนี่ ผมจะเข้าไปดู”
บุริศร์เอ่ยจบแล้วก็ส่งเธอให้กับชัยยศ ตัวเองก็วิ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
นรมนมองเงาหลังเขาอย่างเป็นกังวล
“ชัยยศ คุณก็ตามไปดูสักหน่อยเถอะ เสียงดังขนาดนี้ ด้านในก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร คุณน้าแพรวาและธิดาล้วนเป็นผู้หญิง ทั้งยังตั้งครรภ์อยู่ นาวินก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว บุริศร์เพียงคนเดียวไม่ไหวแน่”
คำพูดของนรมนทำให้ชัยยศชะงักไปเล็กน้อย
“แต่ประธานบุริศร์บอกว่าให้ผมดูแลคุณ”
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันอยู่ข้างนอกนี่จะมีเรื่องอะไรได้ ฉันจะโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจก่อน คุณก็รีบไปเถอะ”
นรมนดันตัวชัยยศครั้งหนึ่ง ส่วนตัวเองก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นนรมนว่าอย่างนั้น ชัยยศก็วิ่งเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว
นรมนที่โทรศัพท์เสร็จแล้ว ยังไม่ทันจะหมุนตัวก็เห็นเงาร่างคนคนหนึ่งวิ่งมาทางตัวเอง เป็นเพราะฝุ่นควัน เธอจึงเห็นเพียงแค่ว่าคนที่กำลังมาทางนี้นั้นคุ้นตา แต่กลับมองไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน
“ใคร?”
ฝ่ายตรงข้ามสาดผงใส่นรมน
กลิ่นหอมหวานปกคลุมเข้ามา ภาพเบื้องหน้านรมนดำมืด และหมดสติไปทันที
รอจนเธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
“ฟื้นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
บุริศร์มองเธอด้วยความร้อนใจ ทั้งร่างดูแล้วอ่อนแรงอยู่บ้าง
นรมนส่ายหน้า เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมหรือคะ”
“คุณหมดสติอยู่ข้างทาง โชคดีที่ผมออกมาได้ทันเวลา เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ คุณหมอบอกว่าคุณมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่ได้กินข้าวเต็มที่หรือ ตอนนี้ร่างกายคุณบอบบาง คนคนหนึ่งกินแต่ใช้สองคน อย่ามัวแต่ห่วงเรื่องรูปร่างจนไม่กินข้าวรู้ไหม”
บุริศร์ไม่ได้ตำหนิ เพียงแต่สงสารเล็กน้อย
สมองของนรมนยังคงไม่แจ่มใส จนถึงขั้นปวดเล็กน้อย
“ไม่ใช่ค่ะ คุณพูดว่าฉันล้มหมดสติอยู่ข้างทางหรือคะ”
“อืม”
“ฉันถูกคนวางยาค่ะ”
นรมนลูบศีรษะตัวเอง บุริศร์มีสีหน้าขรึมลงในทันที
“คุณพูดว่าอะไรนะ”
“ฉันจำได้อย่างชัดเจนว่า ฉันเห็นเงาร่างคนคนหนึ่งวิ่งออกมาจากตัวบ้าน มองเห็นหน้าไม่ชัด แต่รู้สึกว่าคนคนนี้คุ้นตามาก ฉันถามไปประโยคหนึ่ง ฝ่ายตรงข้ามก็สาดผงยาใส่ฉัน กลิ่นหอมหวานมาก หลังจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้แล้ว”
นรมนพยายามเอ่ยอย่างละเอียด แต่ความรู้สึกปวดหัวยังคงไม่จางหายไป
บุริศร์โทรศัพท์หาชัยยศอย่างรวดเร็ว
“ไปเอาคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมา ตรวจดูว่าก่อนที่คุณผู้หญิงจะเป็นลมหมดสติได้พบกับใคร”
ทางด้านชัยยศก็ส่งข้อมูลมาอย่างรวดเร็วว่า กล้องวงจรปิดถูกคนตัดออกไปแล้ว
สีหน้าบุริศร์ไม่น่ามองยิ่งกว่าเดิม
เป็นใครกัน?
ใครที่อาจหาญเช่นนี้?
ถึงกลับกล้าลงมือกับนรมนภายใต้สายตาเขา?
“พวกเราให้คุณหมอตรวจอีกสักหน่อย เมื่อครู่นึกว่าคุณหมดสติไปเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ ตอนนี้ดูท่าจะไม่ใช่จริงๆ ภัยพิบัติที่แอบแฝงอยู่ขนาดนี้ พวกเราต้องตรวจให้ชัดเจน”
ได้ยินบุริศร์พูดเช่นนี้แล้ว นรมนก็พยักหน้า อดทนต่อความไม่สบายตัวไปตรวจร่างกายทั้งร่าง
ระหว่างรอผลตรวจ เธอถามบุริศร์ว่า “ธิดากับคุณน้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าคะ”
“ไม่”
“ทำไมถึงได้ระเบิดขึ้นมากะทันหันล่ะคะ”
คำพูดของนรมนทำให้บุริศร์ถอนหายใจออกมา พลางเอ่ยว่า “คุณน้าใช้ไมโครเวฟทำอาหารไม่เป็น วางของผิดตำแหน่งจึงทำให้ระเบิดออกมา โชคดีที่ตอนนั้นเธอไม่อยู่ในห้องครัว ธิดาก็เดินเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คงไม่อาจจะคิดได้ ผมก็ไม่อาจพูดอะไรกับเธอได้ หลายวันนี้ทุกคนก็ย้ายไปอยู่คฤหาสน์ข้างชายทะเลก่อนเถอะ ทางด้านนี้ต้องซ่อมแซมสักหน่อย”
ได้ยินบุริศร์เอ่ยอย่างนี้แล้ว นรมนก็ตะลึงค้าง อย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างนี้
“ไม่ทำให้ใครบาดเจ็บก็ดีแล้ว ฉันนึกว่าใครจะเห็นพวกเราขวางหูขวางตา ถึงได้กระทำเรื่องราวที่น่ากลัวออกมา”
นรมนยิ้มเยาะออกมา
สีหน้าบุริศร์กลับแข็งค้าง
“ไม่แน่ว่าเป็นไปได้”
“หือ?”
นรมนรู้สึกว่าบุริศร์แตกตื่นไปกับภาพจินตนาการของตัวเองบ้างแล้ว
บุริศร์กลับเอ่ยเสียงเบาว่า “แม้ว่าพลังทำลายล้างของไมโครเวฟจะมีมาก แต่ก็คงไม่สามารถระเบิดห้องครัวและห้องรับแขกทั้งหมดได้หรอก? อีกทั้งในตอนที่คุณกับผมเพิ่งจะกลับมา ก็มีเงาร่างคนคนหนึ่งวูบผ่านไปจริงๆ คนคนนั้นคือใครกัน ทำไมถึงได้ออกมาจากบ้านของพวกเรา ผมถามคุณน้ากับธิดาแล้ว พวกเขาบอกว่าวันนี้ทั้งวันไม่มีใครมาที่บ้าน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นเงาร่างคนที่พวกเราเห็นคือใครกัน?”
นรมนตะลึงไปเล็กน้อย แต่ก็ถามต่อทันทีว่า “คุณสงสัยว่ามีคนจงใจสร้างเรื่องเท็จโดยการทำให้ไมโครเวฟระเบิดหรือคะ”
“ถูกต้อง!”
“เหตุผลล่ะ? เป้าหมายล่ะคะ?”
บุริศร์ครุ่นคิด พลางเอ่ยว่า “บางทีอาจจะต้องการระเบิดผมให้ตาย หรือไม่ก็ระเบิดให้คุณน้าตาย”
“คุณน้า?”
นรมนหัวใจเต้นระรัว
คนในบ้านตระกูลโตเล็กล้วนรู้ว่า นรมนเข้าครัวน้อยมาก บุริศร์กลับชื่นชอบที่จะเตรียมอาหารเล็กๆน้อยๆให้กับนรมนทุกวันในตอนเช้าตรู่ และช่วงเวลาที่เหลือ ตอนนี้ล้วนเป็นแพรวาที่ใช้เวลาอยู่ในครัวมากกว่า
เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว ฝ่ายตรงข้ามไม่พุ่งเป้ามาที่บุริศร์ก็ต้องพุ่งเป้าไปที่แพรวา
คำพูดของบุริศร์ มีคนน่าสงสัยมากเกินไป ถึงอย่างไรบุริศร์ก็เป็นถึงมหาเศรษฐีในเมืองชลธี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของธุรกิจหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชษฐ์ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ถ้าหากว่าฝ่ายตรงข้ามพุ่งเป้ามาที่แพรวา นรมนก็นึกไม่ออกว่านอกจากคนของเชษฐ์แล้วจะยังมีใครได้อีก