ตอนที่ 948
บทที่ 948ณพ หมายความว่าอย่างไรกัน?
October 31, 2026
นัยน์ตานรมนมีเปลวไฟแห่งโทสะเล็กน้อย
อย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่าจะเห็นภาพภาพนี้ คนมากมายขนาดนี้รุมล้อมทุบตีเตะต่อยคมทิพย์
คมทิพย์ที่ตัวเล็กและอ่อนแอขดตัวงออยู่บนพื้นคนเดียว ปล่อยให้คนรังแก
นรมนสงสารจะตายอยู่แล้ว แต่กลับโมโหเป็นอย่างมากเช่นกัน
คมทิพย์จับแขนของนรมนเบาๆ เอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่เกี่ยวข้องกับผู้กำกับ นี่คือละคร บทบาทที่ฉันแสดงก็เป็นแบบนี้”
“อย่างนั้นหรือ? จากที่ฉันรู้มา เธอเป็นตัวประกอบสินะ? ฉันไม่รู้เลยว่าตัวประกอบต้องถ่ายซ้ำหลายรอบมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรถึงจะผ่านไปได้”
นรมนเห็นอยู่ในรถ คมทิพย์ออกมาลองถ่ายบทไปตั้งหลายรอบ ตามแบบแผนแล้วมีคนใช้โอกาสในการถ่ายละครนี้ตั้งใจจัดการกับคมทิพย์อย่างชั่วร้าย
ผู้กำกับเห็นนรมนแล้ว ก็รู้จักเธอ เพียงแต่ว่าไม่ได้สรรเสริญเยินยออะไรมากนัก เอ่ยเรียบๆว่า “ตัวประกอบแสดงได้ไม่ดี ก็ต้องแสดงหลายครั้งเป็นธรรมดา คุณนายบุริศร์เป็นคนนอกสายงาน ก็อย่ามาชี้ไม้ชี้มือเลยครับ ถ้าหากทำใจให้เธอออกมาลำบากไม่ได้ ก็อย่าทำเลยครับ ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่ขาดตัวประกอบ”
นรมนโกรธจนหน้าอกกระเพื่อม เธอถึงมือคมทิพย์เอาไว้ และเอ่ยว่า “ไป! พวกเราไม่ทำแล้ว”
แต่ว่าคมทิพย์ไม่ได้ขยับเท้า
“นรมน ปล่อยฉันเถอะ!”
สายตาของคมทิพย์มีแววดื้อดึง
นรมนมองรอยช้ำเขียวม่วงบนใบหน้าและลำแขนของคมทิพย์ด้วยความประหลาดใจ ชั่วขณะหนึ่งที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
“เธอจะลำบากไปทำไม?”
“ฉันเป็นตัวประกอบ แต่ถ้าหากว่าฉันอยากจะพัฒนาต่อไปในเส้นทางนักแสดง มีความลำบากบางอย่างที่ฉันจำเป็นต้องรับมันเอาไว้ ถ้าหากว่ากระทั่งความลำบากนี้ฉันก็รับไม่ไหว คนในครอบครัวฉันจะทำอย่างไร หลังจากนี้ฉันควรจะทำอย่างไร เธอช่วยฉันได้ครั้งหนึ่ง จะช่วยฉันได้ตลอดชีวิตหรือ แม้ว่าเธอจะสามารถช่วยฉันได้ตลอดชีวิต แต่ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอย่างนั้น ฉันต้องลุกขึ้นยืนด้วยการพึ่งพาตัวเอง แบกรับภาระครอบครัวฉัน ดังนั้นเธอไม่ต้องสนใจฉันหรอก เธอไปเถอะ อยู่ที่นี่แล้วจะทำให้เธอไม่สบายใจ”
คมทิพย์เคยมีท่าทางกระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาอย่างไร แต่ในตอนนี้กลับต้องอดทนซ่อนเร้นเอาไว้เพื่อเงิน
ในใจนรมนทั้งทุกข์ใจและไม่สบายใจ แต่กลับไม่พูดอะไรอีก
“ฉันจะรอเธอเลิกกอง”
นรมนก็เป็นคนมีนิสัยดื้อรั้นคนหนึ่ง
คมทิพย์ไม่ได้ลองพูดโน้มน้าวเธอ ความจริงแล้วตัวเองก็ไม่มีเวลา ทั้งยังเป็นแค่ตัวประกอบคนหนึ่ง ผู้กำกับพูดได้ถูกต้อง เขาสามารถเปลี่ยนคนอื่นมาแทนตัวเองได้ทุกเวลา แม้ว่าตัวเองจะถูกตบตีเพื่อสิ่งนี้ไปชั่วโมงกว่าก็เปล่าประโยชน์
เธอสูดลมหายใจลึก หันหน้าไปพูดกับผู้กำกับ “ขอโทษด้วยค่ะผู้กำกับ สามารถเริ่มได้แล้ว”
ผู้กำกับชะงักไปเล็กน้อย
เดิมนึกว่าผู้หญิงคนนี้จะทนไม่ไหวแล้วจากไป หรือไม่ก็ร้องขอความเมตตาจากเขา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะสามารถอดทนเอาไว้ได้
ส่วนนรมนก็นั่งดูอยู่ข้างๆ ทำให้ผู้กำกับมีความพะว้าพะวง แม้ว่าจะคิดข้ออ้างอะไรมาทำให้คมทิพย์ลำบากใจอีกก็ไม่กล้าทำอย่างไร้ซึ่งความละอายใจอีก ถึงอย่างไรบุริศร์ก็มีชื่อเสียงในเรื่องการรักและทะนุถนอมภรรยา
“เริ่มเลยเถอะ ครั้งนี้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถหน่อย เพื่อให้ผ่านไปได้ในครั้งเดียว”
ผู้กำกับเอ่ยปากแล้ว คนอื่นๆก็เข้าใจในทันที
คมทิพย์ยังคงอยู่ในตำแหน่งเมื่อครู่นี้ พยายามแสดงสภาพการณ์เมื่อครู่อย่างดีที่สุด นรมนนั่งดูอยู่อีกด้าน ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา
จนกระทั่งพระจันทร์ลาลับไปทางทิศตะวันตกแล้ว คมทิพย์ถึงได้เลิกกอง
หลังจากผู้กำกับมอบเงินให้เธอ และบอกลากับนรมนแล้วก็จากไป
คมทิพย์ปวดไปทั้งร่าง หลังจากที่ทุกคนจากไปหมดแล้ว เธอก็นั่งอยู่ข้างกายนรมน เอ่ยด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวว่า “ให้คนขับรับของเธอช่วยไปซื้อเบตาดีนให้ฉันสักขวดเถอะ ฉันเดินไม่ไหวแล้วจริงๆ”
“ฉันนึกว่าร่างกายเธอสร้างจากเหล็กเสียอีก ไม่รู้จักเจ็บปวด ไม่รู้จักเหนื่อยล้า”
นรมนอ้าปากบ่นเล็กน้อย
ชัยยศรีบหยิบยาเบตาดีนที่นรมนซื้อมาตั้งแต่แรกส่งให้
“ม้วนแขนเสื้อขึ้นมา ฉันจะทายาให้”
น้ำเสียงของนรมนไม่ดีเท่าไร แต่ว่าการกระทำนั้นเบามาก
คมทิพย์มองนรมน เอ่ยยิ้มๆ “ปากนี้ของเธอน่ะเก่ง”
“เธอน่ะนะ”
นรมนถลึงตาใส่คมทิพย์อย่างจนปัญญา พร้อมกับเอ่ยว่า “อย่านึกว่าฉันมองไม่ออก ไม่ผ่านมาตรฐานของตัวประกอบอะไรนั่นหรือ ก็แค่ผู้กำกับคนนั้นจงใจทรมานเธอเท่านั้นเอง เขาต้องการให้เธอทำเรื่องซ่อนเร้นบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกมาได้กับเขาใช่ไหม เธอไม่รับปาก ในใจเขาก็มีไฟสุม ไม่ใช้โอกาสดีๆทุบตีเธอในตอนนี้สักหน่อยจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ผู้กำกับคนนี้ฉันจำเอาไว้แล้ว เดี๋ยวคอยดูว่าฉันจะจัดการกับเขาอย่างไร”
คมทิพย์จะไม่รู้เรื่องราวที่อยู่ข้างในได้อย่างไร
เพียงแต่ว่าตอนนี้เธอต้องการเงิน จะทำอะไรได้ล่ะ?
เธอถอนหายใจเอ่ยว่า “ความจริงแล้วเธอกับฉันล้วนรู้ว่าเรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ใครใช้ให้ฉันขาดเงินในตอนนี้ล่ะ”
“จะต้องเดินเส้นทางนี้ให้ได้หรือ”
นรมนมองคมทิพย์ ถามตามสัญชาตญาณ
คมทิพย์ชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็พยักหน้า เอ่ยว่า “ใช่ นอกจากเส้นทางนี้แล้วฉันจะสามารถเดินเส้นทางไหนได้อีก ครอบครัวของพวกเราเป็นอย่างไร เธอก็เห็นแล้ว เป็นเหวลึกเหวหนึ่ง ต้องมีเงินเท่าไรถึงจะสามารถถมได้เต็มกัน? ฉันไปสอบถามมาแล้ว ถ้าหากว่าฉันสามารถเข้าวงการบันเทิงได้ รายได้ในหนึ่งปี แม้จะไม่สามารถพูดว่าสามารถทำให้พวกเขาใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นเส้นทางนี้ฉันไม่เดินไม่ได้”
นรมนใส่ยาให้เธอด้วยความระมัดระวัง เอ่ยอย่างทอดถอนใจ “ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ฉันก็จะสนับสนุนเธอ”
“ขอบคุณเธอนะ”
คมทิพย์ยังไม่รู้เรื่องที่นรมนจะเปิดบริษัทภาพยนตร์เพื่อตัวเอง นรมนก็ไม่ได้พูด เพียงแต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “โทรศัพท์ไปหาปัญญ์เถอะ เขาเป็นห่วงเธอมากนะ”
“อ่อ ได้”
คมทิพย์จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“พี่เพิ่งจะเลิกงาน ช่วงเวลาทำงานไม่ได้พกโทรศัพท์ เราโทรหาพี่มีเรื่องอะไรหรือ”
คมทิพย์ดูอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ตอนนี้โทรศัพท์หาปัญญ์ น้ำเสียงก็ยังคงสดใสและกระฉับกระเฉง
นรมนมองเธอ และเข้าใจขึ้นมาได้กะทันหัน
คมทิพย์มอบด้านที่กระตือรือร้นของตัวเองให้กับคนในครอบครัว