ตอนที่ 957
บทที่ 957 ฉันแนะนำว่าเธออย่าดูถูกตัวเอง
October 31, 2026
“ทำไมหรอ?”
คมทิพย์เห็นนรมนหน้านิ่วคิ้วขมวด ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ไม่มีอะไร พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ”
นรมนระงับเรื่องนี้ลงไป
เรื่องเงินค่อยคิดหาวิธี ในบัตรของรมิดาไม่รู้มีเงินอยู่เท่าไหร่ แต่ไปดูก่อนว่าคมทิพย์กับนักทำเพลงขั้นเทพคนนั้นมีวาสนาไหม
เห็นนรมนไม่ยอมพูด คมทิพย์เองก็ไม่ได้ถามมาก
ทั้งสองลงไปห้องอาหารชั้นล่างกินอะไรนิดหน่อย จากนั้นก็ไปบ้านของนักทำเพลงขั้นเทพตามที่อยู่ที่รมิดาให้มา
น่าเสียดายที่ทั้งสองเคาะประตูอยู่ครึ่งวัน ด้านในกลับไม่มีคนตอบรับ นรมนนึกว่าอีกฝ่ายไม่อยู่บ้าน โทรไปหาอีกฝ่าย ภายในบ้านมีเสียงโทรศัพท์ดังสวนมา จากนั้นก็ถูกคนปิดไปอย่างหยาบคาย
คมทิพย์กับนรมนมองหน้ากัน สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่อยากเกี่ยวพันกับพวกเขา
นรมนยังไม่อยากยอมแพ้ แต่ไม่นึกว่าคมทิพย์จะคว้ามือเธอ ส่ายหน้าแล้วพูด “ช่างเถอะ สิ่งของพวกนี้ก็ดูเป็นวาสนา”
“แต่ว่ายังไงพวกเราก็มาแล้ว ยังไงก็ต้องลองดู”
นรมนไม่อยากยอมแพ้
นี่เป็นโอกาสของคมทิพย์ อีกอย่างเธอตอนนี้มีเรื่องมากมายกดไว้อยู่ในตัว ต้องการเงินด่วน
คมทิพย์กลับส่ายหน้าพูด “อีกฝ่ายถ้าไม่อยากเจอพวกเราจริงๆ พวกเราพัวพันเอาเป็นเอาตายแบบนี้ จะยิ่งทำให้เขาไม่ชอบ ยังไงค่อยหาโอกาสคุยทีหลังดีกว่า”
“งั้นตอนนี้เธอจะทำยังไง?”
นรมนรู้สึกว่าโอกาสนี้ค่อนข้างน่าเสียดาย
คมทิพย์ยักไหล่ พูดยิ้ม “ช่วยไม่ได้นี่นา ไม่งั้นฉันก็ไปร้องเพลงประจำร้าน หรือไม่ก็ไปเป็นศิลปินข้างถนน ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสเลยนะ”
เห็นคมทิพย์มองโลกในแง่ดีแบบนี้ นรมนนับถือเธอจริงๆ
“โอเค ถ้าเธอจะไปขายเพลงจริงๆ ฉันจะบรรเลงเพลงให้เธอ”
“จริงด้วย ฉันลืมไปเลย เธอสีไวโอลีนได้ไม่เลวเลย ดูเหมือนจะเป็นศิษย์ของครูกวินทร์?”
คำพูดนี้ของคมทิพย์ทำให้นรมนนึกถึงเนตรา
ถ้าเนตรารู้ว่าตนเป็นศิษย์ของครูกวินทร์ เกรงว่าเธอจะคิดว่าตนใช้วิธีการทำให้เธอไม่สามารถเป็นศิษย์ของกวินทร์ได้
แต่ว่าเรื่องนี้มันแปลกมากจริงๆ
กวินทร์ถึงอย่างไรก็ปล่อยให้พ่อนรมนพาเนตราไปแล้ว ก็พูดได้ว่าจะพิจารณารับเธอเป็นศิษย์ แต่ทำไมภายหลังถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะ”
ครูกวินทร์ไม่ใช่คนที่ไม่มีหลักการแบบนั้น
นรมนไม่เข้าใจ แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ไปถามไม่ได้ เพราะเธอรู้ว่าช่วงนี้กวินทร์มีงานบรรเลงเพลงที่ต้องดำเนินการ
เก็บเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว นรยมพูดยิ้ม “มีนักไวโอลินระดับราชาอย่างฉันมาบรรเลงเพลงให้เธอ ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะไม่มีคนมาติดตาม”
“นั่นเป็นธรรมดา ไปกันเถอะ ว่าที่นักไวโอลิน”
คมทิพย์ควงแขนนรมนอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินออกไป
ในตอนที่นรมนออกมายังคงมองประตูบ้านของนักทำเพลงขั้นเทพอย่างไม่ค่อยพอใจ ดวงตาเผยความแน่วแน่
เธอจะต้องหาโอกามาอีกใช้ได้
ออกมาจากบ้านของนักทำเพลงขั้นเทพพร้อมกับคมทิพย์ นรมนวางแผนที่จะไปซื้อไวโอลินหนึ่งเครื่อง
เธอรู้ว่าไวโอลินราคาไม่ถูก แต่ว่าเพื่อคมทิพย์แล้วเธอรู้สึกว่าคุ้มค่า
ทั้งสองไปเลือกไวโอลินที่ร้าน กลับนึกไม่ถึงว่าจะเจอเนตราที่นี่
“อุ้ย ไม่ว่าใครก็มาดูไวโอลิน ทำไมหรอ? ซื้อไวโอลินหรอ? เธอสีเป็นหรอ?”
คำพูดเย้ยหยันออกมาจากปากเนตรา
อารมณ์รุนแรงของคมทิพย์ก็ระเบิดออกมา
“เธอหมายความว่าไง? ทั่วทั้งโลกเห็นว่ามีแค่เธอที่สีไวโอลินได้หรอ? น่าเสียดายนะ เธอจะสีดีแค่ไหน ครูกวินทร์ก็ไม่รับเธอเป็นศิษย์อยู่ดีไม่ใช่หรอ?”
สีหน้าของเนตราจมดิ่งลงทันที
“พวกเธออย่าภลำพองใจเกินไปนัก ถ้ามีความสามารถ การแข่งขันไวโอลินหลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนพวกเธอก็มาเข้าร่วมสิ ถึงตอนนั้นถ้าพวกเธอสามารถชนะฉันได้.....”
“จะเป็นยังไง?”
ประโยคนี้นรมนเป็นคนถาม
ตั้งแต่รู้ว่าสถานะและเบื้องหลังของเนตราไม่เรียบง่าย นรมนก็เกิดความสนใจในตัวผู้หญิงคนนี้
ก่อนหน้านี้ตนเห็นแก่หน้าพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับเธอ แต่ว่าตอนนี้ดูท่าจะไม่ได้แล้ว ถ้าหากเธอเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของพฤกษ์จริง นรมนจะไปปล่อยเธอไว้เด็ดขาด
เนตรามองไปที่นรมน พูดยิ้มอย่างเย็นชา “เธอกล้ามาเข้าร่วมจริงๆหรอ? นรมน การแข่งขันไวโอลินเทียบกับการแข่งขันออกแบบรถยนต์ไม่ได้ ฉันเดาว่าแม้แต่ไวโอลินสียังไงเธอก็ไม่รู้หรือเปล่า?”
งั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องกังวลแล้ว ขอเพียงเธอบอกรางวัลมาก็พอ ถ้าฉันก้าวข้ามเธอได้ในการแข่งขัน เธอจะทำยังไง?”
“เธอจะให้ฉันทำยังไง?”
เนตราดูจะมั่นใจในความสำเร็จด้านไวโอลินของตนมาก
นรมนยิ้มบางๆแล้วพูด “ไม่ยัง เธอแค่ตอบคำถามฉันมาสามข้อก็พอ”
“นี่มันรางวัลอะไร?”
เนตราขมวดคิ้วเล็กน้อย ป้องกันนรมนโดยไม่รู้ตัว
“ทำไม? ไม่กล้าแล้ว? หรือจะบอกว่าความสำเร็จด้านไวโอลินของเธอคือความสามารถในการพูดโม้ของปากเธอ?”
วิธีการเชิงรุกของนรมนมีประโยชน์ขึ้นมาจริงๆ
เนตราคอเกร็ง พูดอย่างโมโห “มาก็มา ฉันกลัวเธอทำไม่ได้? นรมน ฉันจะบอกเธอให้ ตอนนี้ไวโอลินฉันอยู่ระดับสี่แล้ว เธอคิดจะก้าวข้ามฉัน? ชาติหน้าเถอะ เธอรู้ไหมว่าจะเลื่อนระดับไวโอลินไปอีกระดับมันลำบากแค่ไหน? ต่อให้เธอสีไวโอลินเป็น คาดว่าก็แค่ระดับแรก คิดจะก้าวข้ามฉันเป็นไปไม่ได้เลย ฉันแนะนำว่าเธออย่าทำให้ตัวเองขายหน้าเลย”