ตอนที่ 967
บทที่ 967 เธอทำอย่างนี้ฉันรู้สึกเกรงใจ
October 31, 2026
“คุณไม่ต้องสนหรอกเกิดอะไรขึ้น แค่บอกฉัน ฉันจะไปเจอผู้หญิงคนนั้นได้ที่ไหน”
น้ำเสียงนรมนเร่งร้อน
บุริศร์เงียบงัน
“คุณพูดอะไรหน่อยสิ”
บุริศร์ยิ่งเงียบกริบ นรมนยิ่งตกใจ
เธอนึกถึงสภาพการตายของผู้หญิงคนนั้น อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
“เมื่อกี้ที่นี่เจอศพผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกโยนทิ้งทะเล คุณรู้มั้ยฉันเห็นอะไร”
“นรมน ถ้าคุณกลัวก็กลับมาเถอะ ผมจะส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับคุณ”
บุริศร์พูดขึ้นในที่สุด
นรมนรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
“ใช่คุณทำหรือเปล่าคะ”
“ไม่ใช่”
บุริศร์ตอบเรียบๆ
ไม่ใช่เขาทำจริงๆ
ไม่นับว่าเขาโกหก
นรมนกำมือถือเงียบงันเนิ่นนาน ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของสองฝ่าย
เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี สุดท้ายก็พูดว่า “ฉันวางก่อน ง่วงแล้ว จะกลับไปนอนค่ะ”
พูดจบก็ตัดสายทิ้ง
แต่นรมนรู้สึกว่าตัวเย็นไปทั้งตัว
บุริศร์เป็นคนอย่างไรเธอรู้ดี ความรู้สึกระหว่างพวกเขาไม่ถึงขั้นที่บุริศร์จะนอกใจ ถ้าหากไม่เห็นศพผู้หญิงคนนั้น บางทีนรมนอาจจะไม่คิดมาก แต่ตอนนี้เธอไม่คิดมากไม่ได้แล้ว
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเดินกลับบ้านยังไง ในหัวมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงนี้ย้อนกลับมา
นรมนรู้สึกได้บุริศร์กำลังปิดบังบางอย่าง
เขาอยากจะปิดบังอะไรนะ
ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นแค่ยั่วยวนเขา เขาไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ แต่ทำอย่างนี้แล้ว หรือหมายความว่าผู้หญิงคนนั้นมีความลับอะไร แต่ความลับนี้บุริศร์ไม่อยากให้เธอรู้อย่างนั้นหรือ
นรมนรู้สึกว่าหัวตัวเองแทบระเบิด
เธอไม่อยากคิดอะไรแล้ว นอนลงบนเตียงหลับไป
ในความฝันมีแต่ผู้หญิงคนนี้ไล่ล่าเธอ เลือดโชกเต็มตัว ตกใจจนเธอกรีดร้องลุกขึ้น จากนั้นก็นอนไม่หลับอีกต่อไป
ข้างนอกฟ้ายังมืด
นรมนตาค้างไม่รู้สึกง่วงนอน
ตอนนี้คมทิพย์ไม่อยู่ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง
นรมนลุกขึ้น เริ่มจัดเตรียมงานของบริษัทผลิตภาพยนตร์
ตอนนี้ทุนจดทะเบียนยังไม่พอ เธอต้องคิดอ่านหาวิธี จากนั้นยังต้องหาที่ตั้งสำนักงาน คงจะเปิดบริษัทที่บ้านไม่ได้
นรมนหยิบมือถือมาดูเว็บไซต์ให้เช่าอาคาร ค้นหาทีละรายการ รู้สึกตัวอีกทีก็ฟ้าสว่างแล้ว
ข่าวศพผู้หญิงถูกโยนทิ้งน้ำเมื่อวานเป็นที่โจษจัน
นรมนรู้สึกอึดอัด ออกจากบ้านเช่า ไปหาห้องสำนักงานให้เช่า
เดินหาจนทั่วก็ยังหาที่เหมาะสมไม่ได้
เวลาล่วงเลยเกือบเที่ยง นรมนรู้สึกเหนื่อยแล้ว เธอหาร้านอาหารง่ายๆ นั่งลง เพิ่งจะสั่งเกี๊ยวน้ำชามหนึ่ง ก็เห็น รมิดาเดินเข้ามาท่าทางเหนื่อยๆ
“บังเอิญจัง เจอเธอที่นี่”
รมิดาเดินเข้ามานั่งสบายๆ สั่งเกี๊ยวน้ำชามหนึ่งเช่นกัน
นรมนคาดไม่ถึง
“ทำไมเธอมาที่นี่ล่ะ”
“วันนี้ขี้เกียจไปทำงาน ก็เลยออกมาเดินเล่น เจอเธอพอดี เห็นเธอมากินข้าว ก็เลยมาขอข้าวกิน วันนี้ให้เธอเลี้ยง”
รมิดายิ้มตาหยี
นรมนยิ้มแย้ม “ได้สิ เกี๊ยวน้ำชามเดียว ฉันเลี้ยงไหวอยู่แล้ว”
“เธอพูดเองนะ”
สองคนคุยกันสนุกสนาน จากนั้นก็กินมื้อกลางวัน
และยังบอกว่า ร้านอาหารริมทางนี่อร่อยมาก
นรมนไม่อยากกินอาหารมาเดือนกว่า ก็ยังกินไปสองชาม
“ดูท่าต้องมาร้านเล็กๆ นี่บ่อยๆ แล้ว ดูเธอกินเอร็ดอร่อยเชียว”
“อึม อร่อยมาก”
นรมนสรุป
“เธอมาทำอะไรแถวนี้หรือ”
รมิดาเช็ดปากพลางถาม
นรมนถอนหายใจ “มาหาห้องเช่า จะเปิดบริษัทผลิตภาพยนตร์ ไม่มีสำนักงานได้ยังไง”
“ทุนจดทะเบียนพอแล้วหรือ”
นรมนชะงักไปนิดหนึ่ง
“เธอรู้ได้ยังไง”
“อย่าลืมสิ ฉันเป็นคนแนะนำหัวหน้าส่วนให้เธอรู้จัก ให้เธอไปขออนุมัติ เรื่องทุนจดทะเบียนฉันจะไม่รู้บ้างได้ยังไง ยังขาดอีกเท่าไหร่ล่ะ”
คำพูดของรมิดาทำให้นรมนถอนหายใจ
“ยังขาดอีกตั้งแปดล้าน”
“เอาไปสิ”
รมิดายื่นบัตรเอทีเอ็มให้นรมน
นรมนตะลึง
“เธอเคยให้เงินฉันแล้ว”
“ถือว่าฉันเข้าหุ้นด้วยได้มั้ย ตอนแรกแค่สองล้าน เพิ่มอีกแปดล้าน พอดีกับฉันถือหุ้นครึ่งหนึ่ง”
รมิดายิ้มบางๆ
นรมนรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจทันที
“เธอทำอย่างนี้ฉันรู้สึกเกรงใจ”