ตอนที่ 997
บทที่ 997 ในที่สุดแล้วพวกเราประเมินหล่อนต่ำไปจริง ๆ
October 31, 2026
“หา?”
คมทิพย์แปลกใจ แต่ก็มองเห็นจุดแดง ๆ บนแขนของนรมน จึงกดกริ่งที่หัวเตียงทันที
“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร? เธอไม่ได้แพ้แค่ถั่วลิสงหรอกเหรอ?ในกับข้าวไม่มีถั่วลิสงเลยนะ ทำไมถึงเกิดอาการแพ้ได้นะ?”
คมทิพย์ตกตะลึงอย่างเป็นกังวล
ตอนนี้นรมนหายใจอย่างยากลำบาก
ใช่แล้ว เธอแพ้แค่ถั่วลิสง เรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ นอกจากคนใกล้ตัว คนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่องนี้มากนัก
แต่ตอนนี้คิดไม่ถึงว่าภายในกับข้าวมีสารก่อภูมิแพ้ ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ นรมนรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ในเมื่อร้านLamoonเป็นของบุริศร์ เขารู้รสชาติของนรมนและการแพ้ถั่วสิลงของเธอ ไม่มีทางให้คนทำกับข้าวแบบนี้ออกมาแน่นอน
ลมหายใจของเธอกระชั้นมากขึ้น
“คมทิพย์ เก็บกับข้าวไปตรวจ”
หลังจากนรมนพูดจบก็ล้มลงไป คมทิพย์ตกใจร้องเสียงแหลม โชคดีที่คุณหมอเข้ามาพอดี จึงพานรมนไปห้องฉุกเฉินทันที
คมทิพย์รู้สึกสับสนอลหม่านเล็กน้อย เพียงแต่ตอนนี้บุริศร์ไม่ได้อยู่ด้วย เธอจึงทำได้เพียงสงบจิตสงบใจของตนเอง
เธอทำตามที่นรมนบอก เก็บกับข้าว และนำไปห้องแล็บหารมิดาเพื่อทำการตรวจสอบทันที จากนั้นจึงโทรหาบุริศร์
เมื่อบุริศร์รู้ว่านรมนเกิดอาการแพ้จนหมดสติไป น้ำแทบจะซึมออกมาจากใบหน้า
นี่จะต้องเป็นการลอบฆ่าอย่างแน่นอน!
เมื่อบุริศร์รีบกลับมาที่โรงพยาบาล นรมนยังคงอยู่ในห้องฉุกเฉิน คมทิพย์ยืนขอบตาแดงก่ำอยู่ตรงทางเดิน
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ยังไม่รู้เลย นรมนยังไม่ออกมา เพียงแต่ผลตรวจออกมาแล้ว มีคนนำถั่วลิสงบดเป็นผง ใส่เข้าไปในกับข้าว จึงทำให้นรมนเกิดอาการแพ้”
คมทิพย์สั่นไปทั้งตัว
ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน!
พวกเขาก็แค่กินข้าวกัน ก็เห็นนรมนล้มลงไปตรงหน้าของตนเอง
นี่คือด้านมืดของคนที่มีทั้งเงินและอำนาจหรือเปล่านะ?
ทำไมถึงเหมือนกับการต่อสู้ในพระราชวังที่ดูในทีวี เหตุการณ์มักจะเกิดขึ้นบ่อยมากจนยากที่จะป้องกัน
นัยน์ตาของบุริศร์มืดมนลงหลายเท่า
“ชัยยศ ตรวจสอบให้ฉันหน่อย ที่ร้านLamoonใครกันที่เป็นคนทำกับข้าวนี้ และในระหว่างนั้นใครเป็นคนจัดการ?คนส่งอาหารคือใคร?ตรวจสอบพวกเขาทีละคนให้ฉันอย่างละเอียด”
บุริศร์เพิ่งจะพูดจบลง ชัยยศไปจัดการทันที
ในไม่ช้า ชัยยศก็นำข้อมูลมาส่งให้
“ประธานบุริศร์ คนส่งอาหารคือสรชา แต่คนของพวกเราพบสรชาถูกคนตีสลบในซอยหลังโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยครับ”
“กล้องวงจรปิดล่ะ?”
“ซอยด้านหลังเป็นมุมอับของกล้องวงจรปิดครับ”
คำพูดของชัยยศทำให้แววตาของบุริศร์เยือกเย็นลงเล็กน้อย
“มีคนตั้งมากมายเช่นนี้คิดไม่ถึงว่าจะปกป้องคุณนายเพียงคนเดียวไม่ได้ พวกนายกำลังพยายามพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าพวกนายมันไร้ประโยชน์แค่ไหนใช่ไหม?”
ชัยยศไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อก่อนมีพฤกษ์อยู่ด้วย แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเกิดสถานการณ์แบบนี้ เขายอมรับว่าตนเองเป็นผู้ช่วยได้ไม่ดีเท่ากับพฤกษ์
“ลงไปเถอะ”
บุริศร์อารมณ์เสียเป็นอย่างมาก
นรมนยังไม่ออกมา พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้เขาหวังแค่เพียงนรมนจะปลอดภัย
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ นรมนถึงจะถูกเข็นออกมา ท่าทางของรมิดาดูเหนื่อยล้า
“อีกฝ่ายต้องการให้นรมนตายจริง ๆ ผงถั่วลิสงมีจำนวนค่อนข้างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะนรมนอยู่ในโรงพยาบาล เดาว่าคงช่วยเอาไว้ไม่ทัน”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
บุริศร์ร้อนรนอย่างยิ่ง
“ปลอดภัยแล้ว เพียงแต่ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ รวมทั้งบาดแผลบนร่างกายของเธอ อาจจะต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานเลย”
ได้ฟังรมิดาพูดเช่นนี้ บุริศร์จึงค่อยโล่งใจ
โชคดีที่ไม่เป็นอันตราย
คมทิพย์เหน็บหนาวไปทั้งตัว
เธอคิดมาตลอดว่านรมนกับบุริศร์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องไม่ดีบ้าง แต่เธอไม่เคยเห็นมันกับตา วันนี้ความน่าตกใจและความหวาดกลัวทำให้ใบหน้าของเธอขาวซีด
ชีวิตแบบนี้นรมนรอดมาได้อย่างไร?
“หลังจากนรมนแต่งงานกับคุณก็ต้องแบกรับเรื่องอย่างนี้ตลอดเลยเหรอ?”
คมทิพย์มองบุริศร์และเอ่ยถาม
บุริศร์ไม่ได้ตอบ เพราะความจริงแล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นบุริศร์ยังคงพูดยาก แต่คนที่ทำร้ายนรมนเขาพอจะเดาได้
คมทิพย์ก็ไม่ได้คาดหวังให้บุริศร์ตอบคำถามตนเอง หลังจากถามจบก็มองนรมนที่ยังสลบไม่ได้สติ กล่าวเสียงเบาว่า “ฉันจะคอยอยู่ดูแลเธอที่นี่ คุณไปจัดการธุระของคุณก่อนได้เลย เพียงแต่ฉันหวังว่าคุณจะสามารถหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังได้เร็ว ๆ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้น่าเป็นห่วงมาก แม้แต่กินข้าวยังไม่สามารถกินได้อย่างสบายใจ ชีวิตแบบนี้จะผ่านไปได้อย่างไร”
“เข้าใจแล้ว”
บุริศร์จูบลงบนมือของนรมน รู้สึกปวดตื้อ ๆ ตรงทรวงอก
คมทิพย์รู้ว่าน้ำเสียงของตนเองไม่ดี แต่ตอนนี้มองเห็นนรมนเป็นแบบนี้ เธอสามารถอดกลั้นได้ก็ถือว่าดีแล้ว
บุริศร์อยู่กับนรมนสักพัก นรมนยังไม่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ไปแล้ว
บางเรื่องที่คมทิพย์พูดนั้นไม่มีผิด จำเป็นต้องรีบแก้ปัญหาให้เร็ว
หลังจากบุริศร์ออกไปก็โทรหาราเชน
“ทางฝั่งของนายยังต้องการเวลาอีกนานเท่าไหร่ถึงจะให้คนของฉันไปรับช่วงต่อ?”
“ใกล้แล้ว”
ราเชนรู้ว่าบุริศร์ไม่ใช่คนใจร้อน แต่การที่โทรเข้ามาตอนนี้ทำให้คนไม่สบายใจเล็กน้อย
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”