ตอนที่ 1652
บทที่1652 ผมไม่ได้โง่
October 31, 2026
“ไปคิดเอาเองเถอะ ฉันคงอยู่ตำแหน่งนี้ได้อีกไม่นานเท่าไหร่นัก ไม่ช้าหรือเร็วมันก็ต้องกลายเป็นของแก แต่ว่าแกมีความสามารถพอที่จะอยู่ได้หรือไม่นั้นมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของฉัน!”
พอคุณท่านขวัญชัยพูดจบก็โบกมือไล่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากจะพูดกับธเนศพลต่ออีกแล้ว
ธเนศพลขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ว่าสุดท้ายก็เดินถอยออกไป
พอออกมาแล้วก็เห็นกานต์ที่ยืนรอเขาอยู่ด้านนอก
“รอฉันมีอะไรรึเปล่า?”
“ เรื่องของจิ้งจอกเงินคือคำสั่งของคุณใช่ไหมครับ? ”
กานต์คิดอยู่ครู่หนึ่ง คนที่สามารถระดมกำลังของจิ้งจอกเงินได้นั้น นอกจากธเนศพลแล้วก็ไม่มีคนอื่นที่สามารถทำได้อีกแล้ว
ธเนศพลมองกานต์ แล้วก็ตอบรับอย่างเรียบง่ายพร้อมกับพูดว่า “เรื่องของชมพูวันนี้ต้องขอบคุณหนูมากนะ”
“ผมแค่ไม่ชอบเห็นเธอถูกเมินเฉย ความจริงแล้วทักษะทางคอมพิวเตอร์ของเธอก็ค่อนข้างสูงใช้ได้เลยนะครับ”
กานต์พูดอย่างสบายๆ ดูไม่ออกว่าเป็นการปกป้องหรือว่าอะไร แต่ว่าธเนศพลก็รู้สึกไม่เลวเลย
“แน่นอน ลูกสาวของฉันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว”
กานต์เบะปากแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ได้ต้องการมีส่วนร่วมในหัวข้อนี้
พ่อของตัวเองก็ต้องคิดว่าลูกของตัวเองดีอยู่แล้ว คุณบุริศร์ของเขาก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? พอคิดได้แบบนี้แล้ว กานต์ก็เริ่มรู้สึกเป็นห่วงแด๊ดดี้บ้างแล้ว
“คุณบุริศร์ของบ้านผมอยู่ในสนามรบที่ต่างประเทศยังโอเคดีอยู่ใช่ไหมครับ? ”
“วางใจเถอะ คุณบุริศร์ของหนูเนี่ยเกิดมาเพื่อสมรภูมิ ไม่มีทางเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นหรอก”
คำพูดของธเนศพลทำให้กานต์สบายใจขึ้นเยอะ
ทั้งสองคนเดินกลับไปพร้อมกัน ไม่นานก็เข้าไปในห้องทำงานของธเนศพล
ธเนศพลล็อคประตูห้อง กานต์ก็รีบตรวจสอบที่มืดภายในห้องทันที เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่พบเครื่องดักฟังหรือกล้องแอบถ่ายถึงได้รู้สึกโล่งใจ
“ช่วงนี้จิตใจของคุณว้าวุ่นรึเปล่าครับ?”
คำพูดของกานต์ทำให้ธเนศพลชะงักไป มีภาพหลวงตาเหมือนกับว่าบุริศร์กำลังยืนอยู่ตรงนั้นเขาในตอนนี้
“หนูพูดถึงฉันเหรอ?”
“ไม่อย่างนั้นจะอะไรซะอีกล่ะครับ?ผมจะพูดถึงตัวเองหรือไง?”
กานต์กลอกตาใส่เขาและพูดว่า “ไม่รู้ว่าการที่ชมพูมีพ่อแบบนี้คือโชคดีหรือเปล่า ต่อไปคนที่จับตามองมาที่เธอน่าจะต้องมีเยอะมากแน่เลย”
เพราะเห็นว่ากานต์เป็นห่วงชมพู ธเนศพลก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาในทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนให้คุณชายกานต์คอยดูแลเราล่ะ”
“ไม่ต้องคิดเลยครับ ผมไม่สนใจเป็นลูกเขยของคุณหรอกนะ”
กานต์ความคิดของธเนศพลตั้งแต่แรกแล้ว เลยใช้โอกาสในวันนี้พูดออกมาตามตรง
ธเนศพลก็ชะงักไป
“ทำไมเหรอ? ลูกสาวของฉันไม่คู่ควรกับหนูงานเหรอ?”
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คู่ควรหรือไม่ควรหรอกครับ”
“ถ้าอย่างนั้นปัญหามันคืออะไรล่ะ?”
“ปัญหาอยู่ที่ว่าผมจะชอบหรือไม่ชอบ”
คำพูดของกานต์ทำให้ธเนศพลเริ่มรู้สึกสนใจแล้ว
“ลูกสาวของฉันอบอุ่นและน่ารัก แถมยังเป็นแฮกเกอร์เหมือนกับหนูอีก ฉันก็ดูออกนะว่าหนูชอบเธอ ไม่ใช่เหรอ? ”
“ผมเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ชอบผู้หญิงที่อยู่ในสายเดียวกับผม”
“เพราะอะไรล่ะ?”
“เพราะว่าถ้าอยู่ในสายเดียวกัน ถ้าเกิดว่าผมเป็นที่หนึ่งเธอต้องรู้สึกไม่มีความสุขแน่ๆ แต่ว่าถ้าเกิดให้ผมไปเป็นที่สอง ผมก็จะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ว่าถ้าเกิดว่าเป็นน้องสาวจะไม่เหมือนกัน ไม่ว่าผมจะเป็นที่หนึ่งหรือว่าเป็นที่สอง ผมก็จะรู้สึกดีใจทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าได้เป็นที่หนึ่ง ผมก็จะสามารถปกป้องเธอได้ ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเอง แต่ว่าถ้าเกิดว่าผมเป็นที่สอง ผมก็จะเป็นตัวประกอบให้เธอได้ ทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้น ดังนั้นเป็นน้องสาวนี่แหละดีมากแล้ว”
กานต์พูดถึงปัญหาด้านอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใหญ่อย่างมีเหตุมีผล จนทำให้ธเนศพลบื้อไปเลย
“ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้มีร่างกายของเด็ก 7 ขวบ ฉันคงจะคิดว่าหนูเป็นอสูรพันปี ฉลาดมาก เข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องอารมณ์ความรู้สึกบ้าบออะไรพวกนี้ด้วย
คําสบถของธเนศพล กานต์ได้ยินแล้วก็แค่ยกยิ้มมุมปากเท่านั้น แต่ว่าไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เปลี่ยนทิศทางไปในทันที
“คนที่ลักพาตัวน้องชายของผมคือใครเหรอครับ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน พ่อฉันก็ไม่รู้ หนูคงต้องไปสืบหาเองแล้วแหละ แต่ว่าอย่าให้คนอื่นพบตำแหน่งของหนูนะ”