ตอนที่ 289
บทที่ 289
September 17, 2026
บุรุษผู้นั้นลุกขึ้นนั่ง ชุดคลุมของเขาคลายออกอย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นหน้าท้องที่มีมัดกล้ามแน่น ๆ ช่วงบนยังมีรอยข่วนของนางจากคืนที่ผ่านมา และเห็นเป็นขีดชัดเจน
เขาจับคางของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้แน่น และหันหน้านางกลับมา ให้นางหันมามองเขา เขาเหมือนสัตว์ป่าที่อิ่มแล้วจึงเชื่องไม่ดุร้าย แววตาดูเซื่องซึมและเฉยชา ทั้งยังมีความอ่อนโยนที่ไม่เคยมีมาก่อน
“คืนที่ผ่านมา...”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่งราวกับน้ำนิ่ง
“หม่อมฉันดื่มจนเมา หากล่วงเกิน ท่านโปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย เรื่องแบบนี้...จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก”
คิ้วเรียวของเขาขมวดขึ้น ความอบอุ่นในแววตาจางหายไปในทันที
“เมื่อคืนฮองเฮารับปากว่า จะรีบตั้งครรภ์โอรสรัชทายาท แค่ครั้งนี้พอแล้วหรือ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว
นางจะรับปากเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไร!
“คำพูดขณะเมาอย่าถือจริงจังเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเซียวอวี้เยือกเย็นขึ้นมาทันที
“เมาแล้วก็ไม่ถือจริงจังรึ ฮองเฮา คืนที่ผ่านมาเจ้าเป็นคนเริ่มก่อน เจ้ากอดเรา และขอร้องว่าต้องการเรา! สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ถือจริงจังอย่างนั้นหรือ!”
คำพูดของเขาฟังดูเกินจริงไปบ้าง ทว่านางเป็นคนเริ่มก่อนก็ถูกต้อง
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนดูนิ่งเฉย นางมองเขาโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
เซียวอวี้เห็นท่าทีของนางเช่นนี้ พลันนึกถึงคำพูดหนึ่ง---พอได้แล้วก็ลืม
นั่นพูดถึงบุรุษที่ไร้หัวใจ
นึกไม่ถึงว่าสตรีก็ทำได้เช่นกัน
เขาโกรธจนต้องหัวเราะออกมา
สายตานั้นราวกับคมมีดที่อยากจะฟันนางให้ขาด
“ได้ เราจะคิดเสียว่าถูกสุนัขกัด คราวหน้าอย่าตกอยู่ในมือเราบ้างก็แล้วกัน”
เขาคว้าอาภรณ์ของตน และลุกขึ้นออกจากมุ้งไป
ผ้าม่านปิดลง ปิดกั้นสายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนทั้งหมด
นางมองไปยังผ้าคลุมเตียงที่ยับย่นอย่างเหม่อลอย มือกำหมัดไว้แน่น
......
เซียวอวี้กลับมายังตำหนักจื่อเฉิน ตัวเขารายล้อมด้วยกลิ่นอายความโกรธแค้น
ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ใด ข้าหลวงต่างพากันหวาดกลัว
ฉากกั้นในห้องเพิ่งจะเปลี่ยนใหม่ก่อนหน้าไม่กี่วัน เขากลับทุบจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ อีก
หลิวซื่อเหลียงมองดู “ซากปรักหักพัง” นั้นพร้อมกับถอนหายใจ
ต้องเปลี่ยนใหม่อีกแล้ว
ในขณะเดียวกันนั้น
นอกพระราชวัง
ภายในวัดร้าง
กลุ่มคนพากันแยกย้ายไปแล้ว
เฉียวม่อไม่มีอาภรณ์ปิดบังกาย บนลำตัวมีแต่รอยฟกช้ำ เห็นแล้วน่าตกใจ
อู๋ไป๋นำเสื้อคลุมโยนไปบนตัวนาง
น้ำเสียงของนางแหบแห้ง นางพยายามพูดว่า
“เจ้า... เจ้าจะต้องได้รับผลกรรม!”
แววตาของอู๋ไป๋ดูนิ่งเฉย
“ไม่ นี่คือผลกรรมของเจ้า”
นางคิดว่าตนเองไร้ความผิดอย่างนั้นหรือ
คุณหนูเวยเฉียงถูกนางทำร้าย ตอนนี้สติยังไม่กลับคืน
เรื่องแบบเดียวกัน เหตุใดตนเองยอมรับไม่ได้ ทว่ากลับจะให้ผู้อื่นยอมรับให้ได้?
เขาเตือนนางว่า
“เจ้าไม่มีวันเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริงได้”
เฉียวม่อถ่มน้ำลายใส่เขา แสดงความโกรธโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด
อู๋ไป๋ก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาอุ้มนางขึ้นไปบนรถม้า และส่งนางกลับไปที่จวนองครักษ์อารักขาประตู
ในวันแรกของปีใหม่ เหล่าขุนนางพากันลาหยุด ในจวนจึงไม่มีผู้ใดปฏิบัติงาน