ตอนที่ 403
บทที่ 403
September 17, 2026
เซียวอวี้ระงับไฟโทสะที่พลุ่งพล่านอยู่ในทรวง แลดูเหมือนว่าอารมณ์ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นของเขา ราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำค้างแข็ง ทั้งเยือกเย็นและลึกล้ำ
เขาหัวเราะเยาะ และเอ่ยอย่างเย้ยหยัน
“หากเป็นเช่นนั้น ที่เจ้ายอมเสี่ยงกับการสูญสิ้นพลังภายในทั้งหมด เพื่อช่วยขับพิษวารีสวรรค์ให้เรา ในงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ครานั้น ก็เสี่ยงชีวิตมาขวางลูกศรแทนเรา...ทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าแม่ทัพน้อยเมิ่ง เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีนั่นเอง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกดคางลงเบา ๆ
“เพคะ”
เมื่อไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวแม้สักนิด ก็ไม่จำเป็นต้องพูดโกหก
นับตั้งแต่เข้าวัง นางก็ตระหนักได้ดีว่าตนเองนั้นต้องการสิ่งใด
อาจารย์มักจะสอนนางว่าเมื่อได้ตั้งเป้าหมายแล้ว จักต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อย่าได้สองจิตสองใจ โดยเฉพาะในเรื่องของความรู้สึก ทั้งความรักและมิตรภาพ ก็ล้วนเป็นเช่นนี้
สิ่งใดที่ไม่ควรแตะต้อง นางก็จะไม่แตะต้อง
ในใจของนางนั้น เห็นเขาเป็นฮ่องเต้ที่นางต้องภักดีด้วย หน้าที่ของนางคือการปกป้องเขาด้วยชีวิต ก็แค่นี้เอง...
หมัดของเซียวอวี้ที่ซ่อนอยู่ใต้แขนอาภรณ์กว้างนั้นสั่นระริก ท่อนแขนเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาจดจ้องมองคนที่อยู่เบื้องหน้าอีกครู่หนึ่ง
เขาอยากจะฉีกกระชากนางออกเป็นชิ้น ๆ จริง
ทว่าเขายังสามารถทำอันใดต่อนางได้บ้าง?
เป็นเขาเองที่แสร้งทำตัวเป็นคนใจกว้าง เพื่อหลอกล่อให้นางยอมสารภาพความจริง
ย่อมไม่สามารถหันกลับมาเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันได้
ทว่า หากจะให้เขายุติไว้เพียงเท่านี้ มันก็เป็นไปไม่ได้!
เซียวอวี้ควบคุมอารมณ์จนเกือบจะใกล้เหมือนคนป่วยจิต บนสีหน้าแสดงออกถึงความไม่ใส่ใจ จนอาจกล่าวได้ว่าใจกว้างได้เลย
“แม่ทัพน้อย มีจิตใจที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเราจริง ๆ เจ้ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเรากี่ครั้งกี่หนแล้ว เราควรตอบแทนเจ้าอย่างไรดีเล่า?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็เชื่อ
ดวงตาของนางมุ่งมั่น และเปิดริมฝีปากเอ่ย
“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่มีความปรารถนาอื่นใด แค่หวังว่าบ้านเมืองจะปลอดภัย และได้รับใช้ชาติอย่างภักดีตลอดชีวิตเพคะ”
พูดให้ชัดเจนคือ นางต้องการที่จะเป็นอิสระ และกลับสู่ค่ายทหารอีกครั้ง
เซียวอวี้มีน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ทว่า ทำดีจะได้รับรางวัล ทำไม่ดีก็ต้องถูกลงโทษ”
ดวงตาของเขาพลันเข้มงวดเย็นชา
“เราไม่พอใจในคำรับสารภาพที่เจ้าเขียนมาเมื่อครู่นี้”
หลังพูดจบ เขาก็ก้าวเดินไปอยู่ที่ข้างโต๊ะ หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วจรดเส้นสายลายพู่กันที่สง่างามดุจมังกร
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็โยนสิ่งที่เขียนไปไว้ต่อหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียน
สิ่งที่เขียนไว้บนนั้น ล้วนเกี่ยวกับการไร้ความสามารถของนางในฐานะฮองเฮา ทั้งละเลยกิจการทั่วไป ไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่มีบุตร...
หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนอ่านข้อความนี้แล้ว พลันผุดสี่คำเข้ามาในใจก็คือ——จงใจหาเรื่อง!