ตอนที่ 405
บทที่ 405
September 17, 2026
ทันใดนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนก็ได้ตระหนักว่าสัญญาฉบับนั้น มีปัญหาใหญ่มาก!
ทว่าไม่ควรจะต้องเชื่อฟังคำพูดของเซียวอวี้ไปเสียหมด
นางยื่นคำคัดค้านทันที
“ฝ่าบาทเพคะ ในสัญญาฉบับนี้มิได้เอ่ยเอาไว้...”
“เอ่ยถึงอันใด?” เซียวอวี้เอ่ยตัดบทคำพูดของนาง และถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
สำหรับเรื่องที่สำคัญเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมปล่อยให้เขาแสร้งทำเป็นไขสือมิได้
ใบหน้าของนางเงียบขรึมจริงจัง ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว และย่อกายคำนับ
“ฝ่าบาท สำหรับหม่อมฉันแล้ว ท่านย่อมเป็นกษัตริย์เสมอ บัดนี้หม่อมฉันมีเหตุผลให้ต้องอยู่ในวังต่อไป และได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว ได้โปรดยกโทษให้หม่อมฉันที่ไม่สามารถปฏิบัติต่อท่านในฐานะสามีจริง ๆ ได้เพคะ”
นางค่อนข้างขีดเส้นไว้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีที่ว่างได้จินตนาการใด ๆ
เซียวอวี้จ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง
เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา เขาก็ดูเมินเฉย
“แม่ทัพน้อยเมิ่ง เราก็มองเจ้าในฐานะเป็นภรรยาของตัวเราเองได้ยากเช่นกัน
“ทั้งหมดเป็นเพียงการแสดงตบตาผู้อื่นเท่านั้น
“สวมบทตามสถานการณ์ มิเป็นหรือไร?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยุดอยู่กับที่ จากนั้นก็ผงกศีรษะ
“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลภายนอก หม่อมฉันจะทำตามหน้าที่อย่างแน่นอน”
นางย้ำข้อจำกัดของเงื่อนไขนั้น ความหมายก็คือ ในยามนี้อยู่กันเป็นส่วนตัวแล้วไซร้ นางก็ไม่จำเป็นต้องคอยปรนนิบัติ “สามี” เช่นเขา
ระหว่างคิ้วของเซียวอวี้ถูกปกคลุมไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าเป็นรอยยิ้มแห่งความโกรธกริ้ว
เขาแบกคลื่นที่คุกรุ่นนี้ไว้ และหันหลังกลับเข้าห้องบรรทม โดยทิ้งคำพูดหนึ่งไว้ด้วย
“รออีกหนึ่งชั่วยามค่อยกลับไปที่ตำหนักหย่งเหอ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกดคางลงเล็กน้อย
“เพคะ”
เขาทำเช่นนี้เพื่อแสดงตบตาผู้อื่นว่านางกำลังได้รับความโปรดปราน
ทว่าในความเห็นของนาง มันไม่จำเป็นเลย
……
หนึ่งชั่วยามต่อมา เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมาที่ตำหนักหย่งเหอ ก่อนจะสั่งให้เหล่าข้าหลวงถอยออกจากตำหนักชั้นใน
ภายใต้แสงเทียน นางหยิบสัญญาฉบับนั้นออกมากางไว้บนโต๊ะ พลางมองดูอย่างละเอียด
ตลอดหนึ่งปีนี้ อย่าได้ละเลยหน้าที่ของฮองเฮา เมื่อครบกำหนดหนึ่งปี จึงจะขออภัยโทษให้ตระกูลเฟิ่งและตระกูลเมิ่งสำหรับความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูงได้...
หนึ่งปี!
นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
ปัง!
หนึ่งหมัดทุบลงบนโต๊ะ สะเทือนไปถึงจานฝนหมึกใกล้ ๆ
แม้ว่านางจะควบคุมอารมณ์ได้ดี ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่านางไร้ซึ่งอารมณ์
ฮ่องเต้สุนัข รังแกกันมากเกินไปแล้ว!
นี่คือการเอารัดเอาเปรียบ!
นับตั้งแต่ที่นางได้เป็นฮองเฮา นางก็ทำหน้าที่เต็มที่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมด ไยเขามองไม่เห็นเลยหรือไร!
ในเมื่อเขาแสร้งปิดหูปิดตา เช่นนั้นก็อย่าได้โทษนาง ที่ทำการศึกอย่างมิหน่ายเล่ห์
นางหยิบพู่กันขึ้นมา แล้วเขียนทับคำว่า “หนึ่งปี” ด้วย “เส้นขีด” เพิ่มอีกสามสี่จังหวะ
ในชั่วพริบตาเดียว คำว่าหนึ่งปีก็กลายเป็นครึ่งปีแล้ว
เช่นนี้ ลมหายใจที่ติดขัดอยู่ในหัวใจของนางก็พลันได้ผ่อนคลายลงบ้าง
ฮ่องเต้ทรราชนั้นต้องการถ่วงเวลานางไว้หนึ่งปีหรือ?
อย่างมากที่สุดก็ได้เพียงครึ่งปีเท่านั้น
อาจารย์มักเอ่ยเสมอ มนุษย์ทำผิดพลาดก็ควรจะยอมรับผิด ทว่า หากเป็นการถูกเอาเปรียบ ก็ไม่ควรยินยอมง่าย ๆ
หลังจากที่ได้ระบายแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงค่อย ๆ ใจเย็นลง
เป็นจังหวะเหมาะ ที่จะได้ใช้เวลานี้ เพื่อตรวจสอบเรื่องพิษวารีสวรรค์นั้น
“วารีสวรรค์” เป็นพิษประหลาด จึงมิใช่ว่าเป็นผู้ใดก็ได้ที่สามารถทำขึ้นมาได้ ดังนั้นผู้ที่วางยาพิษเซียวอวี้ และผู้ที่สังหารต้วนไหวซวี่ น่าจะเป็นคนเดียวกัน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว พลันมีความปวดแปลบระหว่างตาคิ้วของนาง ทำให้ต้องกำมือแน่น