ตอนที่ 100
บทที่ 315 ไม่หันหลังกลับเพราะหมาเห่า / บทที่ 316 เก็บซ่อนไว้ลึกขนาดนี้เลย
October 22, 2026
บทที่ 315 ไม่หันหลังกลับเพราะหมาเห่า / บทที่ 316 เก็บซ่อนไว้ลึกขนาดนี้เลย โดย Ink Stone_Romance บทที่ 315 ไม่หันหลังกลับเพราะหมาเห่า
ในห้องทำงาน
“เธอมีพื้นฐานวรยุทธ์ใช่ไหม?” เยี่ยหวั่นหวันถาม
ลั่วเฉินเม้มริมฝีปาก “มีนิดหน่อย เพียงแต่ว่า…”
ตอนแรกถ่าย ‘มังกรผงาด’ ได้ฝึกมาระยะหนึ่ง แต่นี่ผ่านมาสามปีแล้ว
เยี่ยหวั่นหวันส่งตารางเรียนใบหนึ่งให้เขา “คิดว่าเธอไม่ได้ฝึกมานานแล้วและก็ไม่คุ้นเคยแล้ว ฉันเลยจัดตารางฝึกวรยุทธ์ให้เธอ หลายวันนี้เธอตั้งใจฝึกซ้อมกับอาจารย์ เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ คนที่ไม่มีความสำคัญก็ไม่ต้องไปใส่ใจ สิงโตไม่มีวันหันหลังกลับเพราะหมาเห่า”
สีหน้าลั่วเฉินเคร่งขรึมขึ้นมาหน่อย รับตารางเรียนมาอย่างเงียบๆ ไม่ถามอะไรสักคำ และไม่สนที่จะคิดว่าทำไมผู้จัดการคนอื่นถึงให้ศิลปินในสังกัดไปฝึกร้องเพลงเต้นรำ แต่ตัวเขากลับไปฝึกวรยุทธ์
เหมือนกับที่ไม่ได้ถามเยี่ยหวั่นหวันว่าวันนี้ให้ตัวเองถ่ายคลิปนั้นเอาไปทำอะไร
เห็นท่าทางว่าง่ายของลั่วเฉิน จิตใจเยี่ยหวั่นหวันก็อ่อนลงมาหน่อย “ตอนนี้เธอยังเลี้ยงทีมงานไม่ไหว ก็ขอความร่วมมือคนที่บริษัทชั่วคราวละกัน แต่ว่า ในอนาคตยังไงก็ต้องมีพวกนี้”
ประโยคนี้ เหมือนเป็นคำมั่นสัญญา และยิ่งเหมือนกับคำทำนาย เป็นคำนายอย่างมั่นใจว่าเขาจะทำได้
ลั่วเฉินมองสีหน้าเย็นชาของชายหนุ่มตรงหน้า ก้นบึ้งจิตใจที่ตายด้านค่อยๆ มีความอบอุ่นไหลผ่านเป็นระลอก…
………
ช่วงเวลาต่อมา ลั่วเฉินใช้ชีวิตซ้ำซากเหมือนเดิมทุกวัน นอกจากจะไปโรงพยาบาลเยี่ยมแม่แล้ว ยังมาฝึกวรยุทธ์กับอาจารย์ที่บริษัทด้วย
ในบริษัท ทุกคนต่างรอคอยว่าเยี่ยไป๋ผู้จัดการคนใหม่จะมีความเคลื่อนไหวใหญ่โตอะไรไหม ปรากฏว่า ใครจะรู้ว่าหลังจากเขาให้ลั่วเฉินถ่ายคลิปนั้นแล้ว ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย รู้แค่ว่าทุกวันให้ลั่วเฉินไปฝึกวรยุทธ์
ไม่มีเรื่องอะไรให้ศิลปินไปฝึกวรยุทธ์ทำไม? นี่ไม่ได้เสียเวลาหรือ? หรือว่าเตรียมจะให้เขาป็นนักแสดงบู๊?
สงสัยสมองกลับแล้วจริงๆ …
ลั่วเฉินไม่สนใจสายตาผิดปกติและคำพูดของคนรอบข้าง ทำในสิ่งที่ควรทำทุกวัน
ในเวลานี้ หลินเฮ่าก็ได้รับบทพระเอกละครรักวัยใสเรื่องหนึ่ง
เพิ่งเข้าวงการไม่นาน ละครเรื่องที่สองก็ได้เล่นเป็นพระเอกแล้ว การปฏิบัติแบบนี้ ทำให้คนใหม่ทุกคนต่างอิจฉาตาร้อน เส้นทางอนาคตของหลินเฮ่าดีมากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ช่วงนี้หลินเฮ่ามาที่บริษัทเป็นประจำ ข้างกายก็มีคนใหม่และเด็กฝึกมากมายเยินยอประจบกันเป็นกลุ่ม
บทที่เดินผ่านลั่วเฉิน หลินเฮ่าหยุดฝีเท้า เวลานี้สีหน้าเขาดูไม่เหมือนตอนนั้นที่โดนเยี่ยหวั่นหวันหยอกล้อจนหน้าแหย เขากลับมามีสีหน้าเย่อหยิ่งเหนือคนทั้งโลก สีหน้าที่มองลั่วเฉินราวกับมองมดที่ต่ำต้อย ราวกับถ้าพูดกับเขามากอีกประโยคเขาจะสูญเสียสถานะไป
เห็นลั่วเฉินเหม็นเหงื่อไปทั้งตัว พวกเหล่าดาราหนุ่มน้อยหน้าตาดีต่างหัวเราะคิกคัก
“หึ รุ่นพี่ลั่วเฉินดูลำบากจริงเลย! ยังต้องไปฝึกซ้อมอีก! ขยันขนาดนี้ อนาคตต้องสดใสแน่นอน!”
“ยังไงก็มาอยู่กับพวกที่ชอบใช้บารมีข่มเหงคนอื่น ไม่ใช่ๆ อยู่กับปรมาจารย์ที่มีความสามารถเลย!”
“สู้ๆ นะรุ่นพี่ลั่วเฉิน!”
“รุ่นพี่ลั่วเฉินขอลายเซ็นหน่อย! กลัวว่าคราวหน้าพวกเราเจอหน้ารุ่นพี่อีกครั้ง แม้แต่คุณสมบัติที่จะคุยกับพี่ยังไม่มีเลย!”
พูดจบทุกคนต่างก็หัวเราะเฮฮากันยกใหญ่
ลั่วเฉินปาดเหงื่อบนหน้าผาก กวาดตามองคนพวกนั้นอย่างไร้อารมณ์ ไม่พูดอะไรเดินผ่านพวกเขาไป
ชั้นบน ในห้องทำงานของโจวเหวินปิน
ระหว่างที่โจวเหวินปินกำลังเล่นของลายครามโบราณที่เพิ่งได้มา เขาก็พูดขึ้นมา “ช่วงนี้เด็กนั่นเป็นยังไงบ้าง?”
ผู้จัดการร่างท้วมรีบพูด “พี่ปิน พี่วางใจได้ ไม่มีแผนเด็ดอะไรออกมาเลย แปดสิบเปอร์เซ็นต์คือพูดโม้ จงใจสับขาหลอกให้งง!”
“อย่าวางใจไป” โจวเหวินปินหรี่ตามองเขา พูดเตือน
ชายหนุ่มถูมือ สีหน้าประจบสอพลอ “พี่ปินดูพี่พูดเข้า พี่ปินพี่เป็นใคร พี่อยู่ในวงการมายี่สิบกว่าปีแล้ว ไม่เคยเจออุปสรรคใหญ่อะไรเลย เด็กเมื่อวานซืนนั่นจะมาเทียบกับพี่ได้ยังไง ไม่นานเดี๋ยวก็รู้แล้ว กวงเหย้าของพวกเรา ยังต้องพึ่งพาอาศัยพี่ปินอยู่เลย!”
เห็นได้ชัดว่าโจวเหวินปินโดยยกยอปอปั้นจนอารมณ์ดี ถามขึ้นมาอีกประโยค “แล้วช่วงนี้กงซวี่เป็นยังไงบ้าง?”
“พี่ปินวางใจได้ ช่วงนี้กงซวี่ว่านอนสอนง่ายมาก ไม่ก่อเรื่องอะไรเลย ความร้อนแรงของข่าวฉาวครั้งที่แล้วก็จางลงไปแล้ว ผ่านไปอีกหลายวันน่าจะเผยโฉมได้แล้ว…”