ตอนที่ 236
บทที่ 579 ไม่มีทางรังเกียจที่หน้าตาอัปลักษณ์ / บทที่ 580 ตัวเองหล่อขนาดไหนคุณไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอ
October 22, 2026
บทที่ 579 ไม่มีทางรังเกียจที่หน้าตาอัปลักษณ์
หายนะ…
ก่อนหน้านี้เธออ้างยุ่งเรื่องเรียนและทำงานมาตลอด ครั้งนี้จะทำยังไงดี!
สายมือถือดังสิบกว่าครั้ง เยี่ยหวันหวั่นรับสายอย่างปวดหัว “ฮัลโหล แม่คะ…”
“หวันหวั่น วันนี้ยุ่งหรือเปล่า”
เยี่ยหวันหวั่นไม่กล้าตอบกลับทันที แต่ถามอย่างระมัดระวัง “แม่คะ มีอะไรหรือเปล่า”
เหลียงหวั่นจวินพูด “แม่ถักเสื้อไหมพรมให้ลูกตัวหนึ่ง เมื่อไรลูกจะว่างเข้ามาเอาล่ะ?”
“เอ่อ อีกสองวันนะคะ รอวันเสาร์อาทิตย์ได้ไหม” เยี่ยหวันหวั่นตอบ
“ได้สิ งั้นเดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้เรียกแฟนลูกมากินข้าวที่บ้านด้วยกันนะ?” เหลียงหวั่นจวินลองหยั่งเชิงถาม
เยี่ยหวันหวั่นเงียบไป
สุดท้ายก็ยังหลงกลอยู่ดี…
เยี่ยหวันหวั่นกระแอมเสียงเบา “เสาร์อาทิตย์เหรอคะ ช่วงนี้เขาทำโอทีตลอดเลย อาจจะไม่มีเวลา…”
“งั้นเหรอ…” น้ำเสียงเหลียงหวั่นจวินฟังดูค่อนข้างเสียดาย
จากนั้น น่าจะเป็นเพราะเยี่ยหวันหวั่นปฏิเสธมาหลายรอบมาก รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเงียบไปสักพัก เลยถามอย่างระวัง “หวันหวั่น ลูกไม่มีเรื่องอะไรปิดบังแม่อยู่ใช่ไหม”
ลูกสาวเอาแต่พูดว่าความสัมพันธ์กับแฟนดีมาก แต่อีกด้านก็บอกว่ารอให้ความสัมพันธ์มั่นคงก่อนค่อยพาไปที่บ้าน เธอลองหยั่งเชิงไปตั้งหลายครั้งก็ยังโดนปฏิเสธมาหลายรอบ เหลียงหวั่นจวินจึงเริ่มรู้สึกผิดปกติ
ไม่มีใครรู้จักลูกสาวตัวเองดีไปกว่าแม่จริงๆ เธอระมัดระวังขนาดนี้แล้วยังมองออกอีก?
เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกร้อนตัวทันที รีบตอบ “ไม่มีค่ะ หนูจะมีเรื่องอะไรปิดบังแม่คะ!”
น้ำเสียงเหลียงหวั่นจวินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา “งั้นบอกแม่มาตามตรง ลูกกับแฟนลูกคบกันเป็นยังไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ที่แท้ก็ห่วงเรื่องนี้…
เยี่ยหวันหวั่นถอนหายใจ รีบตอบว่า “ไม่มีเรื่องอะไรค่ะ เราสองคนคบกันดี จะมีปัญหาอะไรได้คะ เขาไม่ใช่คนประเภทคุณชายใหญ่อย่างกู้เยว่เจ๋อนั่น ไม่ได้เจ้าชู้แบบนั้น รักเดียวใจเดียวกับหนูค่ะ”
“เฮ้อ ถ้าเป็นแบบนี้ พ่อแม่ค่อยวางใจหน่อย พวกเราก็ได้แต่หวังว่าลูกจะมีความสุข ตอนนี้พี่ชายลูกก็เป็นแบบนั้น…” เหลียงหวั่นจวินถอนหายใจ
“แม่ วางใจได้ค่ะ หนูจะต้องมีความสุขแน่!”
ได้ยินพ่อแม่พูดถึงเยี่ยมู่ฝาน สีหน้าเยี่ยหวันหวั่นนิ่งไปเล็กน้อย
ถึงแม้ช่วงนี้ความขัดแย้งระหว่างเธอกับเยี่ยมู่ฝานจะไม่เกิดขึ้นถี่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ดีถึงขั้นนั้น
ตอนนี้เพราะว่าสถานภาพทางครอบครัวเปลี่ยนแปลงอย่างมาก อีกทั้งคำพูดกรอกหูของเฉินเมิ่งฉี พี่ชายเลยไม่ยอมฟังคำพูดของคนรอบข้างเลย เธอพูดมากเท่าไรก็เปล่าประโยชน์
ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เฉินเมิ่งฉีก่อความวุ่นวายได้ก็ให้เขาเป็นคนจัดการ เขายังคิดว่าตัวเองได้รับความไว้วางใจ ถูกเห็นเป็นคนสำคัญ…
ตอนนี้ ได้แต่ให้เฉินเมิงฉีสร้างความลำบากให้เขาถึงค่อยรู้สึกตัว…
ชาติที่แล้วเขาถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แล้วยังโง่ไปออกเงินให้เฉินเมิ่งฉีอีก ตัวเองโดนเองไม่เท่าไร แต่ยังสร้างภาระให้พ่อแม่อีก…
ชาตินี้ เธอจำเป็นต้องให้บทเรียนกับเขา
เหลียงหวั่นจวินค่อยสบายใจได้ “งั้นก็ดีแล้ว หวันหวั่นคิดได้แบบนี้ถูกต้องแล้ว พ่อแม่เห็นตอนนี้ลูกเดินไปเองได้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะดีใจมากแค่ไหน หาแฟนต้องหาคนที่ดีกับลูกและมั่นคงด้วย หน้าตาผู้ชายไม่สำคัญอะไร พ่อของลูกก็คิดแบบนี้เหมือนกัน พวกเราไม่ถือสาเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขาเลย!”
เหลียงหวั่นจวินย้ำอีกครั้งว่าไม่รังเกียจหน้าตาของว่าที่ลูกเขย
ยีนของคนตระกูลเยี่ยดีมาก ทำให้เยี่ยหวันหวั่นสเปคไว้สูงตั้งแต่เด็ก แล้วยังหลงใหลคนที่รูปร่างหน้าตาอีก ดังนั้นเหลียงหวั่นจวินเลยเป็นห่วงว่าเยี่ยหวันหวั่นจะทะเลาะกับแฟนเพราะเรื่องนี้
เยี่ยหวันหวั่นพูดไม่ออก ได้แต่พูดเออออตามไป “แม่ หนูรู้ค่ะ หนูเกลียดพวกผู้ชายหน้าตาดีมีฐานะที่ใครๆ ก็มาหลงเสน่ห์ที่สุด…”