ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ต้นสายปลายเหตุ และความเศร้าจากการสูญเสียญาติ
September 29, 2026
เมื่อสองปีก่อน ท่านลุงเล็กกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อรายงานราชการ ขณะเตรียมเดินทางกลับก็เห็นบิดากพานางหลินเข้ามาในจวนพอดี
ท่านลุงเล็กกลัวว่านางจะถูกข่มเหงรังเก จึงยกร้านเสื้อของตระกูลเซี่ยในเมืองหลวงให้นาง พนักงานในร้านล้วนเป็นผู้ที่ท่านลุงเล็กจัดหาไว้ให้นางโดยเฉพาะ
ท่านลุงเล็กเคยกล่าวไว้ว่า “พวกพี่ชายล้วนเป็นบุรุษ ย่อมได้รับการคุ้มครองจากบิดา แต่เจ้าเป็นสตรี มารดามิได้อยู่ข้างกายแล้ว หากวันใดเจ้าถูกทำร้าย จงเขียนจดหมายถึงข้าเถิด ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
นางไม่เชื่อว่าญาติที่แสนดีกับนางจะเสียชีวิตแล้ว พวกเขาต้องมีชีวิตอย่างปลอดภัยแน่
ไห่ถังประคองมือของเจียงหลานเยว่ไว้ พอเห็นว่าเจียงหลานเยว่ตัวร้อนจัดก็ตกใจ “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ทำไมมือของท่านถึงร้อนเช่นนี้ ท่านเป็นไข้แล้วนะเจ้าคะ!”
“ไม่เป็นไรหรอก ไปพบเซี่ยอันกับเถ้าแก่หยุนก่อนเถอะ”
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูเรือน แต่กลับไม่พบผู้ใดเลย
“คนหายไปไหนกัน?”
“บ่าวให้พวกเขารออยู่ตรงนี้ เหตุใดถึงไม่เห็น!”
ไห่ถังอนาทรร้อนใจยิ่ง นางรีบเข้าไปจับแขนหญิงเฒ่าที่เฝ้าประตู พลางถามว่า “คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เมื่อครู่ หายไปไหนแล้ว?”
หญิงเฒ่ามีท่าทีลำบากใจ กล่าวติดอ่างว่า “แม่นางไห่ถัง เมื่อครู่สาวใช้จากเรือนคุณหนูรองผ่านมา เห็นพวกนั้นแต่งตัวสกปรกเหมือนขอทาน กลัวว่ารกหูรกตาผู้สูงศักดิ์ เลยไล่พวกเขาออกไป ข้าก็ไม่รู้ว่าไล่ไปทางไหน”
เจียงหลานเยว่หลุบตาลง น้องสาวผู้นี้เห็นทีจะจุ้นจ้านเกินควรแล้ว ถึงขั้นมายุ่งเรื่องในเรือนของนางเชียวหรือ
“ล้วนเป็นความผิดของบ่าว บ่าวควรให้เถ้าแก่หยุนเข้ามารอในเรือนตั้งแต่แรกเจ้าค่ะ”
เจียงหลานเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ “มิใช่ความผิดของเจ้า หากให้เถ้าแก่หยุนเข้ามาในเรือน เกรงว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายอีก เรือนฟางหวาอยู่ใกล้ประตูเล็ก เราไปดูที่นั่นกันเถิด”
กล่าวจบ นางก็จูงมือไห่ถัง เดินตรงไปยังประตูเล็ก
เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ เซี่ยอันยังมิได้พบพวกนาง ย่อมไม่ยอมจากไปง่าย ๆ
ครั้นนายบ่าวสองคนมาถึงประตูเล็กด้านหลัง ก็เห็นเถ้าแก่หยุนยืนอยู่พร้อมหยุนหยางนอกประตู
แม้นเถ้าแก่หยุนจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของท่านลุงรอง แต่อายุเพียงยี่สิบห้ายี่สิบหกปีเท่านั้น หน้าตายังหนุ่มอยู่เลย ท่วงท่าเข้มขรึม สุภาพ และตัวสูง
เขาเป็นเด็กที่ท่านลุงเล็กเก็บมาจากหมู่ขอทาน เลี้ยงไว้ข้างกายจนกลายเป็นข้ารับใช้ประจำตัว
ภายหลังก็เรียนรู้การค้าขายจากเถ้าแก่คนก่อน คาดไม่ถึงว่าเขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้สูง กิจการที่เขาดูแลไม่เคยขาดทุนเลยสักครา
หลังเถ้าแก่คนก่อนเสียชีวิตจากการล้มป่วย หยุนหยางจึงรับหน้าที่ต่อ กิจการรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม
นางไม่รู้รายละเอียดนัก เพียงเคยได้ยินท่านลุงเล็กเปรยว่า เขาร่ำรวยเทียบเท่ากับคลังหลวงทีเดียว
ยามนี้หิมะเริ่มโปรยปรายทั่วฟ้า บนบ่าของเถ้าแก่หยุนเกาะด้วยเกล็ดขาวบางเบา ข้างกายเขามีชายหนุ่มสภาพเปรอะเปื้อนยืนอยู่หนึ่งคน
นั่นคือเซี่ยอัน องครักษ์ที่ติดตามอยู่ข้างท่านลุงเล็กของนาง