ตอนที่ 2
บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรย
September 18, 2026
บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรย
พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ลมหนาวพัดบาดผิวจนเจ็บแปลบ ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับไม่อาจเทียบได้กับความอ้างว้างในจวนชินอ๋องยามนี้
เสิ่นลั่วอวี้ ก้าวเดินออกมาตามระเบียงทางเดินยาวที่คุ้นเคย ทุกย่างก้าวของนางมั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล ด้านหลังมีเพียง ‘ปี้เถา’ สาวใช้คนสนิทที่เดินตามมาพร้อมกับร่มกระดาษน้ำมันในมือ ใบหน้าของสาวใช้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
“พระชายา... เอ่อ คุณหนู พวกเราจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ ท่านอ๋องช่างไร้หัวใจนัก ทรงลืมไปแล้วหรือว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา ผู้ใดกันที่คอยอดหลับอดนอนดูแลพระองค์เวลาประชวร ผู้ใดกันที่คอยจัดการจวนจนสงบร่มเย็น!” ปี้เถาสะอื้นไห้ด้วยความสงสารเจ้านาย
เสิ่นลั่วอวี้หยุดเดิน นางหันกลับมาดึงร่มจากมือสาวใช้มาถือไว้เอง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน
“ปี้เถา ร้องไห้ทำไมกัน ข้าหลุดพ้นจากสถานที่จอมปลอมแห่งนี้แล้ว เจ้าควรจะดีใจกับข้าสิ” นางคลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวยิ่งกว่าครั้งใดในรอบสามปีที่ผ่านมา
ด้วยวิญญาณของคนจากยุคปัจจุบัน นางย่อมไม่ฟูมฟายให้กับการสูญเสียบุรุษที่ไม่ได้รักตน เจ็บปวดน่ะใช่ แต่นางจะไม่อนุญาตให้ตัวเองจมปลักอยู่กับความเศร้านี้นานเกินไปเด็ดขาด
นายบ่าวสองคนเดินฝ่าหิมะมาจนถึงประตูใหญ่หน้าจวน ด้านนอกมีรถม้าคันเล็กๆ ที่ปี้เถาไปว่าจ้างมาจอดรออยู่เพื่อบรรทุก ‘สินเดิม’ ที่เป็นสมบัติส่วนตัวของนาง ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นประตู รถม้าคันหรูหราที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมชั้นดีของจวนเสิ่นก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ
ฮูหยินเอกตระกูลเสิ่น หรือแม่เลี้ยงของเสิ่นลั่วอวี้ก้าวลงมาจากรถม้า ทันทีที่นางเห็นอดีตลูกเลี้ยงยืนถือร่มกระดาษเก่าๆ อยู่หน้าประตูจวน รอยยิ้มเย้ยหยันก็ผุดขึ้นบนใบหน้าทันที
“โอ๊ะโอ... นั่นใครกัน ใช่คุณหนูใหญ่ผู้สูงส่งหรือไม่” แม่เลี้ยงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “จิ๊ๆๆ ดูสภาพเจ้าสิ ช่างน่าสมเพชเสียจริง สุดท้ายก็ถูกท่านอ๋องเฉดหัวทิ้งไม่ต่างจากสุนัขข้างถนน ข้าบอกเจ้าแล้วว่าตำแหน่งพระชายา ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเจ้าคู่ควร!”
“ท่านแม่...”
เสียงหวานใสดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างบอบบางที่ก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของนางสง่างาม อ่อนช้อย ใบหน้างดงามหมดจดราวกับดอกบัวขาวบริสุทธิ์ นางคือ เสิ่นชิงหว่าน น้องสาวต่างมารดา และเป็น ‘รักแรก’ ที่เซียวจินเยว่เฝ้าตามหามาตลอด
เสิ่นชิงหว่านแตะแขนมารดาเบาๆ แสร้งถอนหายใจ “อากาศหนาวเหน็บนัก พี่ใหญ่อาภรณ์บางเบา ยืนตากหิมะเช่นนี้คงหนาวแย่ ท่านแม่อย่าเพิ่งต่อว่าให้พี่ใหญ่ต้องช้ำใจเลยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของนางนุ่มนวล กิริยามารยาทไร้ที่ติ ไม่มีแววตาของการเย่อหยิ่งให้เห็นแม้แต่น้อย เสิ่นชิงหว่านก้าวเดินเข้ามาหาเสิ่นลั่วอวี้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางยื่นเตาพกอุ่นๆ ที่สลักลวดลายพยัคฆ์ ซึ่งเป็นของใช้ประจำกายของท่านอ๋อง ส่งให้พี่สาวต่างมารดาอย่างมีน้ำใจ
“พี่ใหญ่ หิมะตกหนักถึงเพียงนี้ ท่านรับสิ่งนี้ไปคลายหนาวเถิดนะเจ้าคะ”
เสิ่นลั่วอวี้มองเตาพกอุ่นในมือของอีกฝ่าย การที่น้องสาวต่างมารดามีสิ่งนี้ครอบครองและจงใจนำมาแสดงให้นางดู ย่อมเป็นการย้ำเตือนสถานะอย่างแยบยลว่า... ตอนนี้ใครคือสตรีที่กุมหัวใจท่านอ๋อง
เสิ่นลั่วอวี้มองทะลุหน้ากากอันแสนงดงามนั้น นางไม่รับเตาพก และไม่แสดงอารมณ์โกรธเคืองใดๆ เพียงแค่คลี่ยิ้มบางเบา
“น้องรองช่างเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นเสมอไม่เปลี่ยนเลยนะ... แต่ของสิ่งนี้ น้องรองเก็บไว้รั้งความอบอุ่นให้ตัวเองเถิด เผื่อวันหน้าจวนอ๋องเหน็บหนาวกว่าที่คิด จะได้มีไว้คลายหนาว” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
เสิ่นชิงหว่านลอบกัดฟัน นางรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่ไม่อาจยั่วโมโหเสิ่นลั่วอวี้ได้สำเร็จ ดวงตางดงามวูบไหวไปชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาปั้นหน้าน่าสงสารดังเดิม