ตอนที่ 4
บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
September 18, 2026
บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
รถม้าคันเรียบหรูที่ไร้ตราสัญลักษณ์จวนอ๋อง ค่อยๆ แล่นมาจอดอย่างเงียบเชียบที่หน้าเหลาอาหารสุราเลิศ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โรงน้ำชาอวี้เซียง
เซียวจินเยว่ ก้าวลงจากรถม้าด้วยชุดสีเข้ม เขาสวมหมวกไม้ไผ่พรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินตรงขึ้นไปยังห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองที่ม่ออวิ๋นจองไว้ล่วงหน้า
ห้องรับรองนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ที่เมื่อเปิดออก จะสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจนราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม... และนี่คือที่เดิม ที่ชินอ๋องผู้สูงศักดิ์มักจะมาแอบซ่อนตัวอยู่แทบทุกวันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ม่ออวิ๋นรินชาให้ผู้เป็นนายพลางลอบถอนหายใจในอก ท่านอ๋องผู้เคยเด็ดขาดและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับทำตัวไม่ต่างจากบุรุษที่แอบหลงรักสตรีแต่ไม่กล้าสู้หน้า ได้แต่นั่งมองอดีตพระชายาอยู่เงียบๆ ไม่ยอมเข้าไปทักทายเสียที
เซียวจินเยว่ทอดสายตามองข้ามถนนไป ดึงดูดสายตาเข้ากับร่างอรชรในชุดกระโปรงสีโอรสอ่อนที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูกค้า
เสิ่นลั่วอวี้ ในวันนี้ดูแตกต่างจากตอนที่อยู่ในจวนอ๋องอย่างสิ้นเชิง นางไม่จำเป็นต้องสวมเครื่องประดับหนักอึ้ง ไม่ต้องปั้นหน้าเคร่งขรึม นางเพียงเกล้าผมครึ่งศีรษะ ปักปิ่นไม้เรียบง่าย ใบหน้างดงามหมดจดประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะกังวานยามพูดคุยกับลูกค้า
นางดูมีชีวิตชีวา... และดูมีความสุขมากเหลือเกิน เมื่อไม่มีเขา
ความจริงข้อนี้เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจในอกซ้ายของชินอ๋องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าก่อนที่เขาจะได้จมอยู่กับความรู้สึกผิดของตนเอง สายตาก็พลันปะทะเข้ากับภาพที่ทำให้เส้นเลือดขมับเต้นตุบ
เบื้องล่างนั้น ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ท่วงท่าสง่างามและดูสูงศักดิ์ บุรุษผู้นั้นคือ เผยเหยียนโจว ซื่อจื่อแห่งจวนจงหย่งโหว ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง!
เซียวจินเยว่จำบุรุษผู้นี้ได้ดี ในอดีตยามที่มีงานเลี้ยงในวัง เผยเหยียนโจวมักจะเข้ามาสนทนาเรื่องกวีนิพนธ์และการหมากรุกกับเสิ่นลั่วอวี้เสมอ ทั้งสองมักจะพูดคุยกันอย่างถูกคอจนลืมเลือนผู้คนรอบข้าง ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับเกมการเมืองและตามหารักแรก ทว่าบัดนี้...
เผยเหยียนโจวเดินเข้าไปหาเสิ่นลั่วอวี้ที่หน้าโต๊ะรับรอง เขาส่งรอยยิ้มอ่อนโยนดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิให้นาง ก่อนจะยื่นกล่องไม้จันทน์ที่แกะสลักอย่างประณีตส่งให้
“ลั่วอวี้ ชาหลงจิ่งสิบสองฤดูที่ท่านเคยเปรยเมื่อครั้งแข่งหมากกระดานนั้น บังเอิญสหายของข้าส่งมาจากแดนใต้พอดี ข้าจึงนำมาฝาก” น้ำเสียงของซื่อจื่อหนุ่มทุ้มนุ่มและสนิทสนม
เสิ่นลั่วอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรับกล่องชามาด้วยความเกรงใจ นางคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี “ซื่อจื่อช่างมีความจำดีเลิศนัก ชาหายากเช่นนี้ ข้าจะรับไว้เปล่าๆ ได้อย่างไร เอาเช่นนี้เถิด วันนี้ข้าจะลงมือชงชาและทำขนมสูตรใหม่เลี้ยงท่านเอง ถือเป็นการตอบแทน ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“หากเป็นฝีมือของท่าน ต่อให้เป็นยาพิษ ข้าก็ยินดีดื่มด่ำ” เผยเหยียนโจวเอ่ยหยอกล้อ ทำเอาเสิ่นลั่วอวี้หลุดหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีสนิทสนมของคนทั้งสองราวกับคู่สหายรู้ใจที่ไร้ซึ่งเส้นกั้นขวาง
เพล้ง!
ถ้วยชาเคลือบในมือของเซียวจินเยว่ถูกบีบจนแหลกคามือ น้ำชาอุ่นๆ หยดลงบนโต๊ะไม้ผสมกับหยาดเลือดสีสด ม่ออวิ๋นสะดุ้งเฮือก รีบก้าวเข้ามา “ท่านอ๋อง! พระหัตถ์ของท่าน...”
“ข้าไม่เป็นไร”
เซียวจินเยว่กัดฟันกรอด เขาสะบัดมือเบาๆ โดยไม่สนใจบาดแผล ดวงตาดำขลับที่เคยมืดมนบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหึงหวง รอยยิ้มของนาง เสียงหัวเราะของนาง สิ่งเหล่านั้นควรจะเป็นของเขา! เผยเหยียนโจวผู้นั้นกล้าดีอย่างไร ถึงมาวนเวียนอยู่ใกล้สตรีที่เคยเป็นของเขา!
ความอดทนที่ตึงเครียดมาตลอดหลายวันขาดผึงลง ชินอ๋องผุดลุกขึ้นยืน คว้าหมวกไม้ไผ่มาสวมพรางใบหน้า แล้วก้าวอาดๆ ออกจากห้องรับรองไปทันที
ภายในโรงน้ำชาอวี้เซียง