ตอนที่ 5
บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืด
September 18, 2026
บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืด
ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ลูกค้าคนสุดท้ายก้าวออกจากโรงน้ำชาอวี้เซียงไปแล้ว ปี้เถาและบ่าวคนอื่นๆ ถูกส่งกลับไปพักผ่อนที่เรือนหลัง ภายในร้านจึงเหลือเพียงเสิ่นลั่วอวี้ที่กำลังนั่งตรวจทานบัญชีรายรับของวันอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง
ลมราตรีพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ทว่าสิ่งที่ลอยตามลมเข้ามากลับไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ แต่เป็น ‘กลิ่นสุรา’ ที่ฉุนกึกและคละคลุ้ง!
เสิ่นลั่วอวี้ชะงักพู่กันในมือ นางเงยหน้าขึ้นและต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนโงนเงนพิงกรอบประตูห้องบัญชีอยู่ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
หมวกไม้ไผ่ถูกโยนทิ้งไปแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา นัยน์ตาดำขลับที่เคยมองนางอย่างว่างเปล่าและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับฉ่ำปรือ วาววับด้วยอารมณ์ร้อนแรงที่ถูกเก็บกดมานาน
“เซียวจินเยว่! ท่าน... ท่านเข้ามาได้อย่างไร!” นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
“นี่คือวิธีที่เจ้าเรียก... สามี... งั้นหรือ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยยานคาง ร่างสูงก้าวเดินโซเซเข้ามาหา นางพยายามจะถอยหนี แต่เขากลับไวกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด
“ปล่อยข้านะ! ท่านเมามากแล้ว!” เสิ่นลั่วอวี้ดิ้นรน ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่าความแข็งแกร่งของบุรุษที่ฝึกวรยุทธ์มาทั้งชีวิต ต่อให้เมามายก็ยังเหนือกว่านางหลายเท่านัก
“ข้าไม่ได้เมา...” เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินลงบนซอกคอขาวเนียน ทำเอานางขนลุกซู่ “ต่อให้เมา... ข้าก็รู้ดีว่ากำลังกอดผู้ใดอยู่... ลั่วอวี้...”
“ท่านเสียสติไปแล้ว! ปล่อย! เราหย่ากันแล้วนะ!”
คำว่า ‘หย่า’ เหมือนไปกระตุกต่อมโทสะของคนเมา เซียวจินเยว่ดันร่างบางไปกระแทกกับโต๊ะบัญชีอย่างแรง เขากักขังนางไว้ด้วยวงแขนแกร่ง นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังตื่นตระหนก
“หย่างั้นหรือ? ข้ายังไม่ได้ลงนามบนกระดาษบัดซบนั่นด้วยซ้ำ! เจ้ายังเป็นพระชายาของข้า!” เขาตวาดเสียงพร่า “แล้วเหตุใด... ตอนอยู่กับเผยเหยียนโจว เจ้ายิ้มแย้มระรื่นให้มัน แต่พอเป็นข้า เจ้ากลับทำเหมือนข้าเป็นตัวกาลกิณี!”
“สิทธิ์ของข้า! ในเมื่อท่านเลือกเสิ่นชิงหว่าน ข้าจะไปมีไมตรีกับบุรุษใดก็ย่อมได้!”
“ไม่มีทาง!!”
ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุปรอท ชินอ๋องหน้ามืดตามัว เขาก้มลงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานอย่างตะกรุมตะกราม บังคับให้นางต้องรับสัมผัสอันจาบจ้วงโดยไม่อาจหลีกหนี
นางดิ้นรนสุดชีวิต รวบรวมกำลังทั้งหมดสะบัดหน้าหนี แล้วตวัดฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างแรง!
เพียะ!
“คนสารเลว! ตลอดสามปีท่านไม่เคยแตะต้องข้า เพราะรังเกียจและเก็บตัวเองไว้ให้สตรีผู้นั้น แล้วตอนนี้ท่านมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับข้า!” นางตวาดทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า
เซียวจินเยว่หันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือแดงเถือกปรากฏบนแก้มสาก ทว่าแทนที่เขาจะหยุดชะงัก ดวงตาของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้ากลับยิ่งวาววับไปด้วยโทสะที่คลุ้มคลั่งและดุดันราวกับสัตว์ป่า
“ใช่ ข้ามันโง่เองที่ปล่อยเจ้าไว้ถึงสามปี...” เขาหันกลับมา แววตาคมกริบจ้องมองสตรีใต้ร่างด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด “ข้าควรจะผูกมัดเจ้าให้เป็นของข้าอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่คืนเข้าหอ! หากข้าทำเช่นนั้น เจ้าคงไม่กล้ายืนส่งยิ้มให้บุรุษอื่นอย่างหน้าชื่นตาบานเหมือนในวันนี้!”
“อ๊ะ! อย่านะ... อื้อ!”