ตอนที่ 6
บทที่ 6: หยาดน้ำตาในยามเช้า
September 18, 2026
บทที่ 6: หยาดน้ำตาในยามเช้า
แสงเทียนในห้องนอนของเรือนอิงซานสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำ
ร่างสูงใหญ่ของเซียวจินเยว่คร่อมทับร่างบอบบางที่พยายามดิ้นรนขัดขืน ริมฝีปากหยักลึกก้มลงบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างดุดันและจาบจ้วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานอย่างไร้ความปรานี ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามเรือนร่างขาวเนียนอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสปลุกเร้าที่หนักหน่วงทำให้สตรีใต้ร่างสั่นสะท้าน แม้นางจะขัดขืน ทว่าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษที่ถูกกระตุ้นด้วยฤทธิ์สุราและโทสะก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป
เขาจับเรียวขางามแยกออก แล้วดันสะโพกสอดแทรกตัวตนที่แข็งขืนเข้าไปในกายของนางอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง
“อ๊ายยย! เจ็บ! เอาออกไปนะ!”
แผ่นหลังกว้างจนเลือดซิบ ทว่าเซียวจินเยว่เองก็ชะงักงันไปเช่นกัน
ความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขา และเยื่อบางๆ ที่ต้านทานการรุกล้ำในคราแรก เป็นหลักฐานชัดเจนว่าตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา ภรรยาของเขายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง นางไม่เคยผ่านมือชายใด ทว่าเขากลับพรากมันไปอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะความหึงหวงหน้ามืด
เมื่อรับรู้ว่าร่างใต้ร่างสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร จูบที่เคยกระด้างก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลง เขาจูบซับน้ำตาที่หางตา กระซิบเสียงพร่า “ลั่วอวี้... ข้าขอโทษ... ข้าจะเบามือลง ผ่อนคลายเถิดคนดี”
ทว่าสำหรับเสิ่นลั่วอวี้ คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในใจทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย นางเบือนหน้าหนีจุมพิตของเขา กัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น
‘เขาเห็นข้าเป็นอะไร... นึกจะทิ้งก็ทิ้ง นึกจะหึงหวงทวงสิทธิ์ก็ใช้กำลังข่มเหง ข้าไม่ใช่ของเล่นของเขานะ!’
เมื่อร่างกายของนางเริ่มปรับตัวรับกับขนาดของเขาได้ ชินอ๋องผู้ถูกไฟราคะแผดเผาก็ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีก เขาเริ่มขยับสะโพก เน้นย้ำจังหวะรักให้ลึกซึ้งและหนักหน่วงขึ้น ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซ้ขบเม้มไปตามลาดไหล่และเนินอก บังคับให้นางต้องแบกรับแรงกระแทกกระทั้นที่รัวเร็วและเอาแต่ใจ
“อ๊ะ... อ๊า... เซียวจินเยว่... คนเลว...”
เสียงเตียงไม้เซี่ยปู้เนื้อดีลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงกระแทกกระทั้น ผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องไปทั่วห้อง ทุกครั้งที่เขาสอดประสานเข้ามาลึกซึ้ง ร่างของนางก็สั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ที่เขายัดเยียดให้ ความเจ็บปวดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่น่าอับอาย ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของบุรุษผู้นี้อย่างทรยศต่อจิตใจ
“เรียกชื่อข้า... ลั่วอวี้... เรียกชื่อข้า!”
เขาตวาดเสียงพร่า ก้มลงขบเม้มยอดปทุมถันสีหวาน มือหนาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึง บังคับให้นางรับแรงกระแทกที่รัวเร็วและบ้าคลั่งยิ่งขึ้น
เสิ่นลั่วอวี้หลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลริน นางไม่ยอมเปล่งเสียงเรียกชื่อเขาออกมาแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงเสียงครางเครือที่หลุดลอดออกมาตามแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทาน
ค่ำคืนนี้ยาวนานนัก... อดีตพระชายา เขาตักตวงความหอมหวานจากร่างกายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนท่วงท่าและรังแกนางจนกว่าเขาจะพอใจ จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน เสิ่นลั่วอวี้ก็สลบไสลไปในอ้อมกอดของเขาด้วยความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด
ยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.)
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่หลงเหลือเพียงไอร้อนของอารมณ์ปรารถนา ร่างสูงใหญ่ของเซียวจินเยว่นอนตะแคงกอดร่างบอบบางเอาไว้แนบอก
ฤทธิ์สุราสร่างซาไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความทรงจำเร่าร้อน ชินอ๋องลืมตาขึ้น เขามองใบหน้างดงามที่หลับพริ้ม รอยน้ำตาที่แห้งเหือดบนพวงแก้มทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... ในที่สุด นางก็เป็นของเขาอย่างสมบูรณ์