ตอนที่ 7
บทที่ 7: กรงขัง
September 18, 2026
บทที่ 7: กรงขัง
ปัง!
บานประตูไม้แกะสลักถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงจากฝีมือของบุรุษผู้บ้าอำนาจ ทิ้งให้เสิ่นลั่วอวี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในห้องนอนที่กว้างขวาง
เสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่ด้านนอก บ่งบอกชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้ได้แปรสภาพจากเรือนพักส่วนตัวของชินอ๋อง กลายเป็น กรงขัง อย่างสมบูรณ์แบบ
เสิ่นลั่วอวี้ค่อยๆ ปล่อยมือที่กำผ้าห่มแน่นจนข้อขาว ร่างกายที่สั่นเทาเมื่อครู่หยุดนิ่งลง นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แกนกลางลำตัว แล้วฝืนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นจากเตียง
หากเป็นสตรีในยุคโบราณทั่วไป เมื่อสูญเสียความบริสุทธิ์ให้แก่บุรุษที่ไม่ได้รักตน ซ้ำยังถูกกักขังลดขั้นเป็นเพียงนางบำเรอ คงไม่แคล้วต้องเอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายจนตรอมใจ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพื่อหนีความอัปยศ
แต่นางไม่ใช่!
เสิ่นลั่วอวี้คือวิญญาณหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมามากมาย... ทะลุมิติมาทั้งที จะให้มานั่งบีบน้ำตาตรอมใจตายเพราะถูกผู้ชายเฮงซวยรังแกงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
“เซียวจินเยว่... ในเมื่อท่านชอบใช้กำลังและอำนาจข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่านัก ข้าก็จะให้ท่านได้เห็น ว่าการทรมานที่แท้จริง... มันเป็นอย่างไร”
นัยน์ตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและเด็ดขาด นางเดินไปหยุดอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ มองสำรวจร่องรอยสีแดงช้ำที่แต่งแต้มอยู่ตามลำคอและลาดไหล่... หลักฐานชั้นดีถึงความป่าเถื่อนของบุรุษผู้นั้น
แอ๊ด...
บานประตูเปิดออกเบาๆ สาวใช้สองคนก้มหน้าเดินถืออ่างน้ำอุ่นและเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามา หนึ่งในนั้นคือ ‘ชุ่ยเอ๋อร์’ บ่าวรับใช้หน้าตาท่าทางซื่อสัตย์ ทว่าแท้จริงแล้วนางคือสายสืบที่รับเงินจาก ‘เสิ่นชิงหว่าน’ เพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในจวนอ๋อง
“พระ... พระชายา บ่าวเตรียมน้ำอุ่นมาให้ล้างตัวเจ้าค่ะ” ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก เผลอเรียกสรรพนามเดิมอย่างลืมตัว
เสิ่นลั่วอวี้ไม่ได้แก้คำเรียกขานนั้น นางเพียงพยักหน้าช้าๆ แล้วปลดเสื้อคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายออก
ทันทีที่ผ้าไหมหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น ชุ่ยเอ๋อร์และสาวใช้อีกคนก็ถึงกับเบิกตากว้างและรีบก้มหน้าลงแทบไม่ทัน ร่องรอยการร่วมรักที่ดุดันและเอาแต่ใจ ปรากฏเด่นชัดอยู่บนผิวขาวเนียนละเอียดของอดีตพระชายา... เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ได้ระบายความปรารถนาใส่สตรีตรงหน้าอย่างหนักหน่วงเพียงใด!
ชุ่ยเอ๋อร์ลอบกลืนน้ำลาย นางพยายามเก็บซ่อนความตื่นตระหนกไว้ในใจ แล้วรีบปรนนิบัติเสิ่นลั่วอวี้เช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่อย่างระมัดระวัง
ตลอดการปรนนิบัติ ทุกการขยับตัวย่อมสร้างความเจ็บปวดร้าวระบมให้แก่สตรีที่เพิ่งผ่านเรื่องอย่างว่ามาเป็นครั้งแรก ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับไม่เปล่งเสียงร้องหรือแสดงความอ่อนแอออกมาให้บ่าวรับใช้เห็นแม้แต่ครึ่งคำ เมื่อแต่งตัวเสร็จ นางเพียงหยิบชาดสีสดขึ้นมาแต่งแต้มริมฝีปาก ซ่อนความซีดเซียวและบอบช้ำทั้งหมดไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง... ใบหน้าที่ราวกับสวมหน้ากากของตุ๊กตาไร้ความรู้สึก
เมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่ ชุ่ยเอ๋อร์และสาวใช้ก็รีบขอตัวถอยออกไป