ตอนที่ 9
บทที่ 9: รหัสลับ
September 18, 2026
บทที่ 9: รหัสลับ
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามวัน เรือนอิงซานยังคงถูกปิดตายและคุ้มกันอย่างแน่นหนา
ตลอดสามวันที่ผ่านมา เซียวจินเยว่แวะเวียนมาที่เรือนแห่งนี้ทุกเช้าค่ำ เขาสั่งให้ห้องเครื่องทำอาหารเลิศรสมาบำรุงนาง นำของกำนัลมามอบให้ไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงความเงียบงันและท่าทีเฉยเมยราวกับท่อนไม้
ที่โต๊ะอาหารเย็น เซียวจินเยว่คีบเนื้อปลาเนื้อขาวอวบที่เลาะก้างออกอย่างระมัดระวัง วางลงในชามข้าวของเสิ่นลั่วอวี้
“ปลานึ่งซีอิ๊วตัวนี้ ส่งตรงมาจากแดนใต้ เจ้าลองชิมดูสิ”
เสิ่นลั่วอวี้มองชิ้นปลาในชามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า นางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบปลาชิ้นนั้นเข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางตะเกียบลง
“ข้าอิ่มแล้ว” นางเอ่ยเสียงเรียบ
เซียวจินเยว่มองข้าวในชามของนางที่พร่องไปเพียงสองสามคำ ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เจ้ากินไปแค่นิดเดียว จะอิ่มได้อย่างไร กินเพิ่มอีกหน่อย ร่างกายเจ้าซูบผอมลงไปมาก”
“ข้าเป็นเพียงสตรีที่ถูกขังอยู่แต่ในห้องแคบๆ ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงทำสิ่งใด กินเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” นางตอบโดยไม่มองหน้าเขา “หากท่านอ๋องเกรงว่าข้าจะซูบผอมจนหมดความงดงาม ไม่อาจทำหน้าที่สตรีอุ่นเตียงได้ตามที่ท่านต้องการ... ก็เชิญใช้กำลังบีบบังคับกรอกข้าวป้อนน้ำข้า เหมือนที่ท่านถนัดเสียสิ”
คำพูดที่ราบเรียบแต่แทงลึกถึงกระดูก ทำเอาเซียวจินเยว่ชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ เขาจ้องมองใบหน้างดงามที่เยือกเย็นของนาง ความรู้สึกอึดอัดและเจ็บแปลบก่อตัวขึ้นในอกจนแทบหายใจไม่ออก
เขาไม่ตอบโต้ เพียงแต่วางตะเกียบลงแล้วลุกขึ้นยืน “ตามใจเจ้า หากหิวก็สั่งให้บ่าวไปยกของว่างมา คืนนี้ข้ามีงานราชการต้องสะสางที่ห้องหนังสือ เจ้าพักผ่อนเถิด”
ชินอ๋องหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหลบหนีจากบรรยากาศที่กดดันจนแทบทนไม่ไหว
เมื่อแผ่นหลังกว้างลับสายตา เสิ่นลั่วอวี้ก็ละสายตาจากประตู นางหันไปหาม่ออวิ๋นที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกล
“ม่ออวิ๋น”
“ขอรับ แม่นางเสิ่น” องครักษ์หนุ่มก้าวเข้ามารับคำสั่ง
“ในเมื่อท่านอ๋องสั่งห้ามไม่ให้ข้าก้าวเท้าออกจากเรือนอิงซาน ข้าก็คงไม่อาจกลับไปดูแลกิจการที่โรงน้ำชาได้อีก... รบกวนเจ้า ส่งคนไปพบปี้เถา สาวใช้ที่ร้านของข้า แล้วบอกนางว่า ข้าต้องการ สมุดบัญชีปกแดง และ ชาหลงจิ่งสิบสองฤดู ข้าต้องการสะสางบัญชีให้เสร็จสิ้น แล้วจะยกกิจการให้ผู้อื่นดูแล”
ม่ออวิ๋นลังเลเล็กน้อย แต่ก็รับคำและนำความไปแจ้งแก่เซียวจินเยว่
เมื่อชินอ๋องได้ยินว่านางขอนำสมุดบัญชีมาสะสางเพื่อยกกิจการให้ผู้อื่นดูแล นัยน์ตาคมคายก็ทอประกายความยินดีขึ้นมา เขาหลงคิดเข้าข้างตนเองว่า... ในที่สุด นางก็ยอมตัดใจจากโลกภายนอก ยอมละทิ้งอิสรภาพเพื่อมาอยู่ในการควบคุมของเขาอย่างถาวรแล้ว เขาจึงอนุญาตทันที
ทว่าชินอ๋องหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังตกหลุมพราง!
เสิ่นลั่วอวี้เป็นสตรีที่มาจากยุคปัจจุบัน นางรู้ดีว่าการเป็นสตรีตัวคนเดียวที่ออกมาทำกิจการใหญ่โต โดยไร้ตระกูลหรือบุรุษหนุนหลัง ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของผู้มีอิทธิพลและพ่อค้าหน้าเลือดที่จ้องจะฮุบกิจการ นางจึงเตรียมรหัสลับฉุกเฉินเอาไว้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
สมุดบัญชีปกแดงไม่มีอยู่จริง และชาหลงจิ่งสิบสองฤดูก็ไม่มีขายในเมืองหลวง ความหมายของของสองสิ่งนี้ที่นางตกลงกับปี้เถาไว้มีเพียงอย่างเดียวคือ... นางกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ให้หาทางนำเรื่องนี้ไปกราบทูล ‘ไท่โฮ่ว’ ที่วังหลวงโดยด่วนที่สุด!
อีกด้านหนึ่ง ณ จวนตระกูลเสิ่น
ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราของบุตรีคนรอง เสิ่นชิงหว่าน กำลังนั่งกำกระดาษแผ่นเล็กที่ลอบส่งมาจากสาวใช้ในจวนอ๋องแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
ใบหน้าที่เคยแสร้งทำเป็นอ่อนหวานและไร้เดียงสา บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความริษยาและความโกรธเกรี้ยวจนดูน่าเกลียดน่ากลัว
‘ท่านอ๋องลักพาตัวอดีตพระชายากลับมา ซ้ำยังร่วมหอลงโรงกันแล้ว...’
“นังแพศยาเสิ่นลั่วอวี้!”